บัวผุด…บุปผาแห่งผืนไพร

                                บัวผุด...บุปผาแห่งผืนไพร ได้รับการแจ้งข่าวจากสำนักการ ททท.สุราษฏร์ธานี ว่าบัวผุดที่อุทยานแห่งชาติคลองพนม อ.คีรีรัฐนิคม ได้ทยอยบานมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมแล้วและจะทยอยบานไล่ไปจนถึงเดือนมีนาคม ขึ้นอยู่กับว่า ตรงไหนที่บานไปแล้ว ตรงไหนที่เพิ่งจะเริ่มบาน
บัวผุดที่อุทยานคลองพนม บัวผุดที่อุทยานคลองพนม


ทำไมจึงตื่นเต้นกันนักกับการบานของบัวผุด ? บางคนอาจจะถาม ซึ่งคำตอบก็คือ เพราะมันเป็นดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุด เติบโตและมีชีวิตอยู่ในป่าตามธรรมชาติ ยังเพาะเลี้ยงไม่ได้(หรือผมยังไม่ได้ยินข่าวว่าเพาะเลี้ยงได้) เหมือนเห็ดโคน คือต้องเติบโตเองในธรรมชาติ บานแค่ช่วงฤดูกาลเดียวในแต่ละปี และถ้าปัจจัยต่างๆไม่พร้อม ก็จะไม่บาน เห็นไหมว่ามันมีเงื่อนไขเยอะ ท่านผู้อ่านดูรูปแล้ว คงไม่ต้องอธิบายแล้วว่ารูปร่างหน้าตาของบัวผุดมันเป็นอย่างไร แต่ถ้าอยากรู้รายละเอียดที่มันเป็นวิชาการก็ลองเสิร์ชหาในกูเกิลครับ ไม่มีใครเคยเห็นต้นของบัวผุด หรืออาจจะเคยเห็นแต่ไม่รู้ว่านี่คือต้นของมัน มันเลยลึกลับ บัวผุดนั้นเป็นพืชเบียน คือไปอาศัยเขาเจริญเติบโต โดยการไปเกาะอาศัยกับเถาวัลย์บางชนิด ดูดน้ำ ดูดอาหารจากเถาวัลย์ พอถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมก็เป็นดอกอ่อนหุ้มกลมมาคล้ายดอกกะหล่ำปลีแล้วถึงค่อยๆบานออกมาทีละกลีบแบบในรูป บ้านเรามักจะเห็นบัวผุดอยู่ในป่าทางใต้ เป็นป่าชื้น เบญจพรรณทางใต้ก็จะชื้น มีเถาวัลย์ เท่าที่ผมเคยไปเห็นกับตาก็อย่างที่ภูตาจอ พังงา ที่เขาสกและคลองพนมของสุราษฏร์ธานี รวมทั้งมีคนบอกผมว่าในป่าของระนองหรือชุมพรย่านพะโต๊ะก็มี กับเคยเห็นข้อมูลว่าในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ก็มีบัวผุดนี้เช่นกัน
บัวผุด สะพานนาค บัวผุด สะพานนาค


บัวผุดคงจะมีหลายชนิด เพราะของเมืองนอกเห็นมีสีสันที่จัดจ้านหรือรูปลักษณ์อาจจะแปลกออกไปบ้าง บัวผุดในบ้านเราถ้าวัดจากปลายกลีบจากด้านหนึ่งไปปลายกลีบอีกด้านหนึ่ง เห็นว่าบานเกินเมตรก็มี จึงถือเป็นดอกไม้ที่ใหญ่มาก 3. ส่วนป่าที่อื่นในบ้านเรา อย่างทางภาคเหนือ ตะวันตก หรือทางตะวันออก แม้ไม่มีบัวผุด แต่มีพืชที่เป็นเทือกเถาว์เหล่ากอเดียวกันอย่างกระโถนฤาษี ซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่า โคนดอกสูงกว่า แต่การดำรงชีวิต การเติบโตเหมือนกันคืออาศัยพืชอื่น หรืออย่างขนุนดินที่ส่วนใหญ่เคยเห็น ก็เป็นญาติๆกันกับบัวผุด เจ้าขนุนดินนี่พบเห็นกันในป่าแพร่หลายมาก (รวมทั้งมีพืชเบียนอีกหลายชนิดในไทย)
น้ำตกโตนใหญ่ น้ำตกโตนใหญ่


นอกจากบัวผุดมีประโยชน์กับระบบนิเวศของเขาแล้ว ยังไม่เห็นว่าเขาจะเอาไปทำอะไร แต่ผมเคยไปเดินตลาดเช้าของจังหวัดแถบๆนี้ เคยเห็นคนเอาบัวผุดที่ยังไม่บานเป็นก้อนกลมๆเอามาขาย คนขายบอกเป็นยา ซึ่งผมว่าน่าจะเชื่อกันไปเองมากกว่า ไม่น่าจะมีผลอะไรทางยา ซ้ำการไปเอาเขาออกมาจากป่าตอนที่ยังไม่บานยังเป็นการไปรบกวนธรรมชาติด้วย มาสมควรซื้อขาย ควรปล่อยไว้ในป่า
ภาพวาดโบราณที่เพิงผาเขานกยางในเขตอุทยานฯคลองพนม ภาพวาดโบราณที่เพิงผาเขานกยางในเขตอุทยานฯคลองพนม


ดังนั้นถ้าจะดูบัวผุด ก็ต้องช่วงนี้และที่นี่เลย แต่ท่านผู้อ่านมาถึงสุราษฏร์ธานีทั้งที มั่นใจได้เลยว่าเขาไม่ได้มีแค่บัวผุดให้ดู เพราะย่านบัวผุดที่ว่านี้ (อ.พนม-อ.คีรีรัฐนิคม)ถือเป็นย่านป่าเขาของสุราษฎร์ธานี ซึ่งเมืองนี้ เป็นเมืองที่มีภูเขาหินปูนไม่ได้น้อยหน้ากว่าที่ไหน ซึ่งรูปลักษณ์ของภูเขาหินปูนคือไร้รูปทรงที่แน่นอน เป็นภูเขาแห่งจินตนาการซึ่งอ่างเก็บน้ำเชี่ยวหลานนั่นยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าภูเขาหินปูนนั้นรูปทรงสวยงามเพียงใด และเพราะความที่เป็นเพิงผาถ้ำบนภูเขาหินปูน จึงปรากฏมีภาพวาดก่อนประวัติศาสตร์เพิงผาเขานกยาง ในเขตอุทยานฯคลองพนม เป็นภาพวาดลายเส้นอายุราว 3,500 ปี แต่การเดินทางไปถึงนั้นยากเย็น เพราะอยู่บนหน้าผาสูง ถึงไปถึงยากแต่เราก็รู้ว่าพื้นที่ที่เราอยู่อาศัยในปัจจุบันนั้น ในอดีตนับพันๆปี ก็มีคนโบราณเคยผ่านมาหรืออาจจะอยู่อาศัยมาก่อนก็ได้
วัดนาในหลวง วัดนาในหลวง


จริงๆ ที่เที่ยวย่านป่าเขาของสุราษฎร์ไม่ได้มีแค่บัวผุดกับการล่องเรือในเขื่อนเชี่ยวหลานเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติหลายอย่าง อย่างดินดูด น้ำดัน ที่บ้านต้นผึ้ง จริงๆ มันเป็นบริเวณที่ลุ่มที่ดินตะกอนทั้งหลายไหลไปรวมกันเวลาฝนตก นานเข้าก็กลายเป็นพรุไปโดยปริยาย ใครไปเหยียบไปยืนก็จะค่อยๆจมลึกลง แล้วดันมีตาน้ำที่พุผุดขึ้นมาอีก แต่ถ้าเลยไปจนถึงบ้านน้ำราด จะเป็นบึงน้ำที่มีน้ำที่ไหลซึมออกมาจากซอกผาหินปูนแลบชั่วนาตาปี แล้วขังรวมเป็นแอ่งแบบเดียวกันกับที่สระมรกตของกระบี่ แต่ที่นี้น้ำตื้นกว่าและใสกว่า ส่วนใหญ่คนไปที่นี่ก็ไปเล่นน้ำ เพราะน้ำใสสะอาดและตื้นจนน่าลงไปแช่เล่น ดินดูดน้ำดันนั้นไม่ค่อยมีคนไปเท่าไหร่ทั้งไปลึกลับ ไปยากแต่น้ำราดนี่ไปง่าย อบต.เขามาจัดการท่องเที่ยวมีการกำหนดเรื่องขยะเรื่องอะไรดีพอสมควร จึงน่าไปสนับสนุนอย่างมาก หรือจะเป็นหินพัด หรือวัดนาในหลวง ที่มีเจดีย์ลอยฟ้า ก็อยู่ย่านนี้ทั้งนั้น
หินพัด หินพัด


แต่ถ้าไปจนสุดทางถึงอุทยานแห่งชาติเขาสก (ซึ่งมาง่ายเพราะมีรถตู้โดยสารวิ่งจากสถานีขนส่งสุราษฎร์ไปจนถึงหน้าปากทางเข้าอุทยานฯ) ที่นี่ เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปมาก เพราะเป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เขาฮิตมาก จะออกแนวแอดแวนเจอร์หน่อย โดยเส้นทางเดินจะเดินเลาะเลียบป่าที่ขนานไปกับลำห้วยขนาดใหญ่ ตลอดเส้นทางมีแก่งน้ำ ให้แวะเล่นตลอดทาง อย่างที่บอกว่าฝรั่งเขาชอบ ส่วนคนไทยเราอาจจะเฉยๆ ที่พักหลากหลายรูปแบบ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่ชอบไม่เหมือนกัน แต่ฝรั่งเขาชอบแบบนี้ หรือกิจกรรมล่องห่วงยางไปตามลำห้วยคลองสก ก็สนุกดี มีแก่งเล็กๆ ชมวิวสองฝั่งคลองไปด้วย ที่ว่ามาทั้งหมด ทั้งบัวผุด ทั้งที่เที่ยวสารพัดสารเพ
ล่องห่วงยางคลองศก ล่องห่วงยางคลองศก


ท่านผู้อ่านโทรสอบถามรายละเอียดที่ ททท.สุราษฎร์ครับ เขารวบรวมรายละเอียดไว้หมด การเดินทาง ที่พัก อะไรได้หมด ที่ โทร.077-288-817-9 สุราษฎร์ธานีไม่ได้เป็นแค่ท่าเรือลงเรือไปสมุย-พะงัน ไม่ได้มีแต่หอยใหญ่หรือไข่แดง แต่บนบกที่เรียกว่าสุราษฎร์เขานั้น ก็มีอะไรให้ดูอีกมากมาย ที่ผมเอามาเล่าก็แค่เศษเท่าที่หน้ากระดาษจะอำนวย อะไรก็ไม่เท่ากับการไปให้เห็นกับตา เชิญชวนให้มาแล้วจะรู้ว่าเมืองนี้เขามีเกินกว่าสโลแกนจังหวัดตั้งมากมาย สุราษฎร์มาง่าย มาแล้วไม่อยากกลับ อันนี้พูดจริงๆ .... ............................... (กรุงเทพธุรกิจ-ประเทศไทยใจเดียว-๙ ก.พ. ๖๒)

แนะนำให้อ่านต่อ