วันสบาย…ในกรุงเทพ



  ประเทศไทยใจเดียว คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ www.tawanyimchang.com วันสบายใน...กรุงเทพ ผมเดินทางไปนั่น ไปนี่ทั่วประเทศ แต่นานมากแล้ว ที่ไม่ได้ออกเที่ยวชมสถานที่หลายๆแห่งในกรุงเทพ ทั้งๆที่บางแห่งก็เห็นเกือบทุกวัน แต่ก็ไม่เคยนึกจะเข้าไปเที่ยวแบบเป็นเรื่องเป็นราว จนกระทั้งหลังวันแม่ราว 1 สัปดาห์ ที่บรรยากาศกรุงเทพชุ่มฉ่ำ ฝนตกทุกวัน บางวันก็ตกทั้งวัน เปียกแฉะกันไปทุกหย่อมหญ้า เรียกว่าบรรยากาศไม่น่าออกจากบ้านเชียวแหละ แต่หลังจากนั้น ฟ้าก็ใสเอาดื้อๆ มีเมฆพอเป็นเชื้อบ้างเล็กน้อย วันนั้นเลยได้ออกมาตากแดดเล่นโดยการออกไปดูนกใกล้บ้านเสียหนึ่งวันเพื่อเป็นการเช็คฟ้า พอค่อนรุ่งอีกวันฟ้าช่วงใกล้สว่าง ดูฟ้าโปร่ง วันนี้ฟ้าน่าจะสวย เหมือนมันอั้นมานาน เลยคว้าอุปกรณ์ถ่ายรูป ออกจากบ้าน มุ่งหน้าสู่ย่านใจกลางกรุงเทพ...สนามหลวง


ระหว่างนั่งรถมาสนามหลวง ใจก็วางแผนว่าเราจะเริ่มถ่ายรูปจากตรงไหนดีวันฟ้าใสๆ แบบนี้นึกอยากจะถ่ายอะไรต่อมิอะไรไปหมด แต่ก็มาเริ่มที่พลับพลาเจษฎาบดินทร์เป็นที่แรก เพราะแค่ที่นี่ที่เดียว ผมก็สามารถบันทึกภาพของ ภูเขาทอง สะพานผ่านฟ้า ป้อมมหากาฬ อาคารกรมโยธาธิการ(เก่า) สถานที่เหล่านี้ เราคุ้นเคยจนดูธรรมดา แต่วันนี้ วันที่ฟ้าสวย ผมเห็นความงดงามของสถานที่เหล่านี้ สวยงามจับใจ โดยเฉพาะ ลานพลับพลาเจษฎาบดินทร์ ที่สะอาด สะอ้าน มีการตกแต่งดอกไม้ มีเจ้าหน้าที่ กทม.(กองสวนสาธารณะ) มาดูแล ตัดแต่งต้นไม้ ยิ่งเห็นหลังคาวิหารวัดราชนัดดา โลหะปราสาท โดดเด่นเป็นสง่าเหมือนวิมานลอยอยู่กลางฟ้า (รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ) นี่บ้านเราสวยงามอย่างนี้เชียวหรือ ครั้นเดินขึ้นไปบนโลหะปราสาท ภายในก็สะอาดมาก เดินขึ้นไปจนชั้นบนสุดเพื่อไหว้พระสารีริกธาตุ ก็ชื่นใจทั้งลมเย็นและทิวทัศน์ของกรุงเทพ ที่มองได้รอบด้านจากบนนี้ เดี๋ยวนี้ดูสะอาดขึ้นมาก สมกับเป็นหน้าบ้านของกรุงเทพจริงๆ จากผ่านฟ้า ผมเดินชื่นชมกรุงเทพในวันฟ้าสวยๆ ผ่านสถานที่ต่างๆ พอเดินไปจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ทาสีขาวสะอาดตา(หลังจากมอมแมมมาอย่างมากในปี 53) ปักธงเฉลิมพระเกียรติในหลวงเรา พอลมมาก็ปลิวไสว ธงสีเหลืองตัดกับฟ้าสีฟ้า แถมมีดอกบานชื่น มาแต่งสถานที่โดยรอบด้วยแล้ว ไม่แปลกใจทำไมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาถ่ายรูป


เดินไปจนถึงเสาชิงช้า หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้าสีแดง ดูโดดเด่นเป็นสง่า เห็นหลังคาโบสถ์วัดสุทัศน์อยู่ใกล้ๆ ครั้นเข้าไปภายในพระอุโบสถ ก็เห็นความสะอาด ความสงบ คนมานั่งสวดมนต์ สมกับเป็นศาสนสถาน เงาสะท้อนของพระพุทธรูปที่เรียงรายในศาลารายที่สะท้อนลงพื้นหินอ่อนดูสวยงามจริงๆ เสียดายที่ช่วงนี้เทวสถานโบสถ์พราห์ม กำลังซ่อมเลยไม่ได้เข้าไปเที่ยวชม จากนั้นผมนั่งรถเมล์มาลงหน้าอนุสาวรีย์ทหารอาสาตรงมุมสนามหลวง แล้วเข้าไปเที่ยวชม “วังหน้า” หรือที่เป็นพิพิธภัณฑ์พระนครในปัจจุบัน ได้เห็นก็ชื่นใจครับ แล้วจึงเดินข้ามมาดูสนามหลวงในรูปลักษณ์ใหม่ ที่ต้องยอมรับว่า สะอาดขึ้นมากครับ ดูไม่โทรม ไม่สกปรกเช่นเดิม เพียงแต่อาจจะติงสักนิดตรงที่เวลากลางวัน ช่วยเปิดรั้วที่ล้อมให้มากจุดกว่านี้อีกหน่อยจะได้ไหม แม้ไม่ได้เรียนที่ธรรมศาสตร์ แต่สมัยเป็นนักศึกษาที่ต้องทำกิจกรรมกับเพื่อนต่างสถาบัน ก็ได้มากินมานอนอยู่หลายครั้ง วันนี้เลยแวะเข้าไปทานอาหารเพื่อย้อนบรรยากาศเดิมๆ ที่เห็นว่าเดี๋ยวนี้มีนักท่องเที่ยวเข้าไปทานอาหารในธรรมศาสตร์กันบ้างแล้ว เพราะราคาถูกกว่าข้างนอก คงจะมีการบอกต่อๆกันไปในบรรดานักท่องเที่ยวแบบแบกเป้เที่ยวนั่นเอง ตึกแดง หรืออาคารห้องสมุดกรมพระยาดำรงฯที่ล้อมปิดโบสถ์วัดมหาธาตุนั้น ด้านนอก มีรถทัวร์ขนาดใหญ่ จอดบังด้านหน้าจนถ่ายรูปไม่ได้เลย แถมรถเหล่านี้ก็ติดเครื่องยนต์พ่นไอร้อนจนน่ารีบเดินผ่านเร็วๆ แต่ผมหลุดเข้าไปด้านใน ปรากฏว่าแถวศาลารายของโบสถ์วัดมหาธาตุ มีการมั่วสุมของประชากรชาวท้องสนามหลวงครับ นักท่องเที่ยวไม่ควรเข้าไป ผมว่าอันตรายมาก เพราะลับตาคนและไม่มีเข้าหน้าที่ดูแล ครั้นเข้าไปในวัดพระแก้ว ซึ่งผมยอมรับว่าไม่ได้เข้าไปมานานมาก วันนี้เข้าไปดูอีกที คนเยอะมาก เยอะตั้งแต่หน้าประตูทางเข้า เพราะชาวต่างชาติเขาจะต้องเข้าคิวเช่าผ้าคลุมขา คลุมไหล่ (คนที่ใส่กางเกงขาสั้น-เสื้อสายเดี่ยว) ใครจะไปก็ต้องแต่งกายให้สุภาพก็แล้วกัน คนไทยเราเข้าฟรีครับ แต่ผมเห็นคนไทยบางคนลักไก่ พาเพื่อนที่ดูเหมือนคนไทยด้วยกัน เดินมั่วๆเข้าไปหวังไม่ต้องจ่าย 400 บาท สงสัยเจ้าหน้าที่ที่ตรวจคงมีประสบการณ์ เลยให้พูดไทย แล้วโชว์บัตรประชาชนซะเลย ก็ขอฝากบอกคนไทยด้วยกันว่า อย่ารักเพื่อนมากกว่ารักประเทศชาติครับ เราไปเที่ยวเมืองนอกเราก็โดนแบบนี้เหมือนกัน แล้วให้เราทำตัวเป็นแบบอย่างแก่นักท่องเที่ยว เป็นเจ้าของบ้านที่ดี เช่นอย่าไปปีนบนกำแพง อย่าจับภาพเขียน เวลาเข้าไปดูในโบสถ์ที่มีพระประธาน ให้นั่ง เที่ยววัดด้วยความสงบ อย่าทำลิงทำค่าง ทำท่าทางเลียนแบบพระพุทธรูป เห็นนักท่องเที่ยวทำผิดระเบียบ ต้องเข้าไปบอกเขา อย่าอาย อย่าดูดายและอย่ากลัวที่จะพูดภาษาอังกฤษ


วัดพระแก้วในสายตาผมนั้น สวยงาม อลังการเป็นอย่างยิ่ง ผมจำความรู้สึกเมื่อเด็กๆที่เคยเข้ามาเห็นครั้งแรกว่าตื่นตาตื่นใจเพียงไร ตอนนี้ผมอยู่กรุงเทพ 30 ปี จนเป็นคนกรุงเทพไปแล้ว ก็ยังรู้สึกอย่างนั้น เพราะที่นี่ดั่งแดนสวรรค์จริงๆ ตามนิสัยคนทำหนังสือ ก็อดถามไกด์ที่พาชาวต่างชาติไปเที่ยวในวันนั้นไม่ได้ว่า ชาวต่างชาติเขารู้สึกอย่างไร “ เขาว่าไม่เคยเห็นที่ไหนที่จะสวยงามขนาดนี้มาก่อนเลย เขาเคยเห็นจากรูปมาก่อน แต่พอมาเห็นของจริง เขาตื่นตาตื่นใจมาก เขาชมแบบนี้ เราคนไทยก็อดภูมิใจไม่ได้ ที่บ้านเรามีสิ่งที่คนต่างชาติอิจฉาอีกมาก” ผมอยากจะต่อท้ายว่า แล้วเราคนไทยด้วยกันเอง เห็นคุณค่าประเทศเราบ้างหรือเปล่า อย่าบูชาดูไบจนลืมไทยแลนด์ก็แล้วกัน ผมจะข้ามเหล่าไกด์เถื่อน รถตุ๊กๆหลอกนักท่องเที่ยว ตรงหน้าวัดพระแก้วไปก็แล้วกัน บอกได้แต่ว่ายังมี และปล่อยให้มีได้อย่างไร กรมการท่องเที่ยว หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังสุขสบายกันดีมั้ย แต่ถ้าอยากเห็นความสกปรก ความหลอกลวง เอาเปรียบ หยาบคาย กักขฬะ ก็ให้ไปดูริมคลองหลอด หลังกระทรวงกลาโหม-กระทรวงมหาดไทย หรือแถวศาลหลักเมือง ทั้งเรื่องขาวเรื่องดำ กรุงเทพเรามีหมด ลองถามตัวเราเองดูว่านานหรือยังที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวกรุงเทพ ออกมาดูให้รู้จัก แล้วคุณจะรักเมืองนี้ ประเทศนี้ บ้านของเรา ประเทศของเราครับ… ............................................................................. @ ประเทศไทยใจเดียว : เสาร์สวัสดี : กรุงเทพธุรกิจ ๑๐ ก.ย.๕๔@

แนะนำให้อ่านต่อ