หวงซานที่ได้เห็น เข็ดจนตาย…ไปหวงซาน ตอน ๑ เดินทาง

หวงซานที่ได้เห็น เข็ดจนตาย...ไปหวงซาน
ภาพวาดภูเขาหวงซาน (ภาพจากอินเตอร์เนต) ภาพวาดภูเขาหวงซาน (ภาพจากอินเตอร์เนต)...

ภูเขาหวงซาน เป็นหนึ่งในเป้าหมายการเดินทางสู่ประเทศจีนของผม ที่บอกเลยว่า อยากไปมาก.... ถึงแม้ว่าผมจะเคยไปประเทศจีนมาหลายครั้ง ต่างสถานที่กัน แต่ก็ดูเหมือนว่า ไปไม่หมด ไปไม่ทั่ว อย่าว่าแต่ทั่วอย่างละเอียดเลย ทั่วแค่ที่เที่ยวดังๆ ก็ไม่ทั่ว เพราะประเทศนี้กว้างเหลือเกิน สำหรับหวงซาน ผมยังไม่เคยไปภูเขาแห่งนี้สักครั้งหนึ่ง เคยเห็นภาพจีนที่ห้อยๆกัน เป็นรูปยอดภูเขาเป็นแท่งที่เรียงรายในภาพวาดของจีนนั้นเอง ที่เขาว่า เอาต้นแบบมาจากภูเขาหวงซาน นี่แหละ รวมทั้งคำกล่าวที่ว่า...เห็นหวงซานแล้วไม่อยากเห็นภูเขาที่ไหน แสดงว่าภูเขานี้มันสวยมาก (อีกคำกล่าวเขาว่าจิวจ่ายโกวว่า เห็นน้ำที่จิวจ่ายโกวแล้วไม่อยากเห็นน้ำที่ไหน) ภูเขาหวงซานจึงเป็นจุดหมายที่ผมจะต้องเดินทางไปให้ได้สักครั้งหนึ่งก่อนที่จะเดินทางไปไม่ไหวหรือไม่สนุกกับการเดินทางแบบนี้ แล้วกำหนดการเราก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อช่วงปีใหม่ระหว่างรอยต่อปี 2561-2562 โดยมีเพื่อนๆร่วมเดินทางชุดเดิม ที่ยังคงเดินทางเที่ยว ตปท.กัน ก็ยังเหมือนเดิมคือผมไม่ได้วางแผน มี สำรวย เป็นคนจัดการ ติดต่อจองโรงแรมและวางแผนการเดินทาง ผมมีหน้าที่จ่ายเงินเดินทางอย่างเดียว JCHO-170 ครั้งนี้เราเดินทางมาแค่ 6 คน คือสำรวย ต๋อย ป๋าคมรัตน์ เบญและกร สองคนหลังนี่เพิ่งแต่งงานกันสักเดือนเดียว เบญ เรียนจบจากเทียนจิน จึงพูดจีนได้ และเคยเป็นคนพาเราไปเที่ยวซินเจียง อูรูมู่ฉีเมื่อปี ๖๐ ส่วนกร ทำงานกับบริษัทใต้หวันมา ๗ ปี จึงพูดจีนได้และไปทำงานเซี่ยงไฮ้แทบทุกเดือน คราวนี้เราจึงเบาใจได้ว่า ยังไงคงเที่ยวสบายขึ้นละ เพราะมีคนพูดจีนได้ถึงสองคน ทุกครั้งเราเดินทางก็อยู่กันประมาณนี้ ซึ่งก็เป็นจำนวนปกติของการเดินทางไปแบคแพคในต่างประเทศของเราทุกครั้ง อาจจะมีการเปลี่ยนตัวคนบ้าง 1-2 คนในแต่ละครั้ง แต่คนหลักๆ ยังเป็นต๋อย กับสำรวย ผมเพิ่งมาหลักกับเขา ๒-๓ ทริพนี่เอง เว้นวรรคช่วงผ่าตา เลยต้องพักฟื้น เลยอดไปจางเจียเจี๊ยกับเขาปีนั้น 1287231895 กำหนดการคร่าวๆของเราครั้งนี้ก็คือ เราออกเดินทางจากกรุงเทพฯวันที่ 25 ธันวาคม 2561 ราวตี 2 จากสนามบินสุวรรณภูมิ แล้วก็จะไปเช้าที่เซี่ยงไฮ้ เช้า ๒๖ จากเซี่ยงไฮ้ เราจะนั่งรถบัสไปยังเมือง ถุนซี ซึ่งเป็นเมืองเริ่มต้นของการเดินทางขึ้นหวงซาน (แต่จริงๆ แล้ว มีเมืองหวงซาน City ซึ่งเป็นเมืองใหม่ที่ตั้งขึ้นมารองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางขึ้นหวงซานโดยตรงอีกที หวงซานนั้น เป็นภูเขาหินที่ทอดยาว กว้างใหญ่ กินพื้นที่หลายเมือง มีทางขึ้นได้หลายทาง ) นอนที่ถุนซี 1 คืนแล้ววันรุ่งขึ้นจึงจะนั่งรถท้องถิ่น ไปยังไปขึ้นสถานีกระเช้าเพื่อขึ้นหวงซานแล้วเราจะนอนค้างบนหวงซาน 2 คืน คือคืนวันที่ 28 และ 29 พอวันที่ 30 เราก็จะลงกลับมาที่เมืองถุนซี อีกครั้งหนึ่งเพื่อเดินทางไปหางโจวไปเที่ยวทะเลสาบซีหูแล้ววันที่ 31 เราจะมาเคาท์ดาวน์กันที่เซี่ยงไฮ้ แล้ววันที่ 1 ม.ค. ๖๒ จึงจะบินกลับกรุงเทพฯ นี่เป็นกำหนดการเดิมๆ ของเราที่วางกันไว้ ส่วนวีซ่า จ้างบริษัททัวร์ทำให้ ผมฝากต๋อยแลกเงินจีนเผื่อไว้ ๓,๐๐ ๐บาท นอกนั้นก็แค่เดินทาง แต่ก่อนเดินทาง ผมยังคงออกทำงานถ่ายรูปน้ำตกตามอุทยาน ช่วงต้นเดือนธันวาคม ผมออกตระเวน ๑๐ อุทยานฯ แล้วก็เดินแทบทุกอุทยาน พอกลับเข้า กทม. ราววันที่ ๑๖ ธ.ค. ผมก็บอกน้องๆ ว่าเมื่อยขามาก ไม่รู้จะขึ้นเขาไหวไหม เพราเรารู้อยู่ว่าไปหวงซาน มันย่อมไม่ธรรมดา ช่วงก่อนเดินทางเกือบ ๑๐ วัน ผมจึงไม่ไปงานไหนเลย นั่งเขียนหนังสือกับเตรียมของไปจีนอย่างเดียว พยายามถนอมขาให้มากที่สุด ๒๕ ม.ค. ๖๑ สุวรรณภูมิ
นักท่องเที่ยวยังคงแน่นสุวรรณภูมิ นักท่องเที่ยวยังคงแน่นสุวรรณภูมิ...

ผมนั่งแทกซี่จากบ้านมาสถานีรถไฟฟ้าพญาไท เพื่อจะต่อแอร์พอร์ทลิงค์มาสุวรรณภูมิ มาถึงราว สี่ทุ่ม(นัดกัน ๕ทุ่ม) พอครบถ้วนกันก็ไปเอาตั๋วแล้วไปนั่งรอข้างใน วันนี้เราได้สายการบินสปริงแอร์ไลน์ ผมก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน เป็นสายการบินราคาถูกของจีน บินตอนตี 2 ไปยังเซี่ยงไฮ้ มีคนจีนบินจากประเทศไทยกลับเซี่ยงไฮ้กันเกือบเต็มลำ มีที่ว่างเหลือไม่ถึง 5 ที่ แสดงว่านักท่องเที่ยวชาวจีนก็ยังให้ความสำคัญกับการมาเที่ยวท่องเที่ยวในประเทศไทยเหมือนเดิม สายการบินเขาง่ายๆ พอคนนั่งครบก็จบ ไม่มีบริการอะไร (ก็มันราคาถูกจะเอาอะไรมาก) มีแต่นักท่องเที่ยวจีน ทั้งลุกขึ้นเปิดที่วางของด้านบน ทำนั่นนี่ แอร์มาเตือนมาบอกก็ไม่ค่อยฟัง ทั้งคุยกัน เล่นกัน และเป็นช่วงที่อากาศไม่ค่อยดีเลย เครื่องสั่นอยู่หลายครั้ง แต่ผู้โดยสารคนจีน ก็ดูเหมือนจะไม่กลัวอะไร ยังคงลูกเดิน คุยกัน สังสรรค์โดยการลุกมาดื่มชาพูดคุยกัน ทั้งๆที่เครื่องสั่นแบบนั้น จนทั้งสจ๊วตและแอร์โฮสเตสต้องเดินมาบอกให้นั่งและรัดเข็มขัดอยู่หลายครั้ง ผมหลับๆตื่นๆจนถึงเซี่ยงไฮ้ตอนเช้าตรู่จนได้ cof ๒๖ ธ.ค. ๖๑ สนามบินเซี่ยงไฮ้-ถุนซี
เซี่ยงไฮ้ฝนตก เซี่ยงไฮ้ฝนตก...

สัมผัสแรกที่เห็นเซี่ยงไฮ้คือ...ฝนตก ลงจากเครื่องทำธุรกรรมผ่าน ตม. กรอกเอกสารเข้าเมืองแจ้งเขาว่าเราจะเข้าที่ไหนพักที่ไหนอะไรอย่างไร ไม่นานเราก็ผ่านพ้นกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง แล้วก็นั่ง รถ รถไฟใต้ดิน จากสนามบินเซี่ยงไฮ้ เข้าสู่ตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ รถไฟ 2-3 ต่อเชียวครับ กว่าจะมาถึงตัว People Square ซึ่งจำได้ว่าสุดท้ายเป็นรถไฟสายสีแดงหมายเลข 1 ไปยังสถานีรถบัส เพื่อจะ ไปยังเมืองถุนซี ปรากฏว่าเรามาไม่ทันรถบัสเที่ยว ๑๐.๓๐ น. มีรถบัสออกอีกทีก็บ่าย ๓ ไม่งั้นก็ต้องไปรถไฟความเร็วสูง เราเลือกที่จะไปรถบัส
นอกสนามบินฝนก็ตก นอกสนามบินฝนก็ตก...

วันนี้ฝนตกตลอดตั้งแต่ตอนเครื่องบินลงแล้วฝนก็ตกตลอด กว่าจะถึงเวลารถออกเลยมีเวลาเดินเที่ยวอยู่แถวสถานี ซึ่งจะเป็นทำเหมือนห้างสรรพสินค้า มีร้านขายของ มีร้านอาหาร มีร้านนั่งเล่น ร้านกาแฟ เราก็ก็นั่งคร่าเวลากันอยู่ตั้งนาน พอใกล้บ่าย 3 โมง ก็ไปขึ้นรถบัส วันนี้นอกจากฝนจะตกพรำๆตลอดทางแล้วอากาศก็ยังเย็นยะเยือก เหมือนกับจะมีหิมะ แต่จริงๆแค่หนาวเย็น ไม่มีหิมะแต่อย่างใด รถบัสจากเซี่ยงไฮ้ ผ่านเมืองหังโจว ถึงถุนซีราวๆ 2 ทุ่มเศษ ฝนก็ยังตก แล้วเราก็มาถึงถุนซีจนได้ ไม่อยากเล่าว่าบนรถ มีทั้งเสียงไอ เสียงขากถุย(เขามีถังขยะบนรถ) เสียงคนจีนถกเถียงกันเรื่องรถวิ่งช้า   แล้วมีคนมาแย้งว่าฝนมันตก แต่เขาเกียงกันแบบทะเลาะ     เลยรำคาญเสียงดัง เชื่อไหมว่ามันนั่งทะเลาะกันเป็นชั่วโมง รถบัสมาส่งเราที่ท่ารถของเมืองถุนซี แต่ดูแล้วเป็นข้างถนนมากกว่า ร้านรวงปิดกันมากแล้ว ราต้องมายืนหลบฝนชายคาตึก หลังจากนั้นก็เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่ในเมือง
ภายในรถไฟเข้าตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ ก็จะมีป้ายบอกสถานี ภายในรถไฟเข้าตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ ก็จะมีป้ายบอกสถานี...

อาหารมื้อแรกในสถานีรอรถบัส เห็นแล้วน่ากินใช่ไหม รสชาติไม่ได้เป็นอย่างหน้าตาหรอ อาหารมื้อแรกในสถานีรอรถบัส เห็นแล้วน่ากินใช่ไหม รสชาติไม่ได้เป็นอย่างหน้าตาหรอ...

ผัดหมี่มังสวิรัติ มันมีแต่เส้นไม่มีผักเลย ผัดหมี่มังสวิรัติ มันมีแต่เส้นไม่มีผักเลย...

นั่งคร่าเวลาในร้านกาแฟรอรถไปถุนซี นั่งคร่าเวลาในร้านกาแฟรอรถไปถุนซี...

ภายในสถานีรถโดยสาร ภายในสถานีรถโดยสาร...

cof
ตั๋วรถโดยสารเข ตั๋วรถโดยสารเข...

บรรยากาศของบนรถก็ประมาณนี้ บรรยากาศของบนรถก็ประมาณนี้...

ห้องส้วมของจุดพักรถกลางทาง ห้องส้วมของจุดพักรถกลางทาง...

ท่ารถที่รถบัสมาส่งเรา มันเป็นข้างทางชัดๆ ฝนก็ตกปรอยๆ หนาวมาก ท่ารถที่รถบัสมาส่งเรา มันเป็นข้างทางชัดๆ ฝนก็ตกปรอยๆ หนาวมาก...

ที่จีนนั้น แท็กซี่มีทั้งแบบที่เป็น แก๊ปคาร์ แล้วก็แบบที่เป็นแท็กซี่ทั่วไป แกปคาร์หรือ Uber ของที่เมืองจีนนั้นาเขา แพร่หลายมาก ชาวบ้านทั่วไปสามารถเอารถยนต์มาทำเป็นแท็กซี่รับส่ง หรือให้บริการผู้โดยสารได้ วันนั้นเราได้ Grab Car พาไปส่งในเมือง
ย่านถนนคนเดินในถุนซีแบบเปียกๆและไปถึงดึก เลยเงียบแบบนี้ ย่านถนนคนเดินในถุนซีแบบเปียกๆและไปถึงดึก เลยเงียบแบบนี้...

ย่านโอด์สตรีท ที่เป็นที่พักที่จองไว้ ไปถึงห้อง 21:00 น เศษ เขาทำเป็นถนนคนเดิน แต่เราไปถึงร้านรวงปิดเกือบหมด ฝนก็ตก ที่พักก็ใช้ได้อากาศเย็นจนหนาว ฝนยังตกพรำๆเหมือนเดิม ซึ่งผมคิดอยู่แล้วในใจว่า...ถ้าฝนตกแบบนี้ สงสัยจะเที่ยวไม่สนุก มันจะเดินทางยาก ถ่ายรูปก็ยาก ไปถึงนั่นร้านรวงปิดไปเยอะแล้วยังโชคดีที่ยังมีเหลือร้านอาหารอยู่อีกแค่ 2 ร้านจึงจัดการมื้อเย็น ก่อนที่จะรีบเดินฝ่าสายฝนปรอยเข้าที่พัก เกือบ๕ ทุ่ม แล้วพรุ่งนี้เราจะต้องตื่นแต่เช้า ตี ๕ ออกเดินทางเพื่อที่จะนั่งรถไปยัง เชิงเขาหวงซาน ซึ่งเราจะต้องแยกสัมภาระเป็น 2 ส่วนคือเอาสัมภาระที่จำเป็นที่จะขึ้นไปนอนบนภูเขาหวงซาน 2 คืน ติดไป นอกนั้นที่ไม่นำขึ้นหวงซานฝากไว้ที่โรงแรมเดิมได้ ค่อยลงมาเอาวันลง ด้วยหวังว่าจะกลับมาพักที่โรงแรมเดิมได้อีก แต่ว่าพอไปเช็คแล้วโรงแรมก็ไม่ว่าง แต่ไม่เป็นไร ฝากของไว้ก่อน
บรรยากาศถนนคนเดินที่เจอในคืนแรก บรรยากาศถนนคนเดินที่เจอในคืนแรก...

sdr mde
ผนังเขามีแต่การเขียนอะไรเต็มไปหมด ผนังเขามีแต่การเขียนอะไรเต็มไปหมด...

น่าจะเป็นราคาค่ารถนะ อ่านเอาเองล น่าจะเป็นราคาค่ารถนะ อ่านเอาเองละกัน...

sdr
ในร้านอาหาร ที่เหลือแค่สองร้านในคืนนั้น เราเลือกร้านนี้ พอกนอ่มออกมา อีกร้านหนึ่งปิดร้านเงียบเลย ในร้านอาหาร ที่เหลือแค่สองร้านในคืนนั้น เราเลือกร้านนี้ พอกนอ่มออกมา อีกร้านหนึ่งปิดร้านเงียบเลย...

น่ากินไหม น่ากินไหม...

เคาท์เตอร์โรงแรมเราที่จะต้องฝากของ เคาท์เตอร์โรงแรมเราที่จะต้องฝากของ...

ผมเอง...สัมภาระส่วนใหญ่ที่จะเอาไปส่วนใหญ่ก็จะเป็นเสื้อผ้า ของนอกเหนือจากนั้นฝากไว้ ซึ่งมีไม่มาก ที่เอาไปมากคือเสื้อผ้า เพราะ สำรวยที่เป็นคนจัดการเรื่องทริปนั้นได้บอกแล้ว และขู่ไว้ว่าด้วยว่าข้างบนหวงซานมันจะหนาวมาก แล้วผมเป็นคนที่ไม่ชอบอากาศหนาวแต่ไหนแต่ไรมา เที่ยวเมืองไทยก็ไม่ชอบ ที่ที่มันอากาศหนาว ผมว่ามันทรมานไป งานนี้ก็เลยต้องขนเสื้อผ้าขึ้นไปเกือบหมด เพราเราอ่านข้อมูลมาว่าการขึ้นหวงซานนั้นมันขึ้นกระเช้าขึ้นไปได้สบายๆ แล้วก็เดินบนหลังเขาก็ไม่น่าจะยากเท่าไหร่ ถึงแบกเป้เดินก็ไม่น่าจะไกลมาก

แนะนำให้อ่านต่อ