วังเปียน-ห้วยโก๋น ต้องมนต์ต้นน้ำน่าน

ประเทศไทยใจเดียว คมฉาน ตะวันฉาย ... เรื่อง/ภาพ kokkram@hotmail.com             วังเปียน-ห้วยโก๋น ต้องมนต์ต้นน้ำน่าน            ชื่อห้วยโก๋น...ติดหูติดตา มาตั้งแต่ผมยังเด็กจำความได้จนโตเข้ามหาวิทยาลัย เพราะในอดีต เป็นย่านทีมีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ชุกชุมมากที่หนึ่ง รบกับทหารฝ่ายเราอย่างดุเดือด แทบจะทุกเย็นที่เห็นข่าวโทรทัศน์ การสู้รบในเขต จ.น่าน เป็นต้องมีชื่อห้วยโก๋นติดมาด้วยตลอด จนกระทั่งฝ่ายนั้นเคยยึดฐาน ตชด.ที่คุ้มครองหมู่บ้านห้วยโก๋นได้ แล้วฝ่ายเราตามตียึดคืนมาจนได้ สถานการณ์ของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์กลับมาพลิกผันเมื่อมีคำสั่ง ๖๖/๒๓ ให้ออกมามอบตัวเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ผกค.ยุคนั้นก็ออกมามอบตัวกันเอง อยู่ในป่าก็ไม่เห็นอนาคต ไม่สงบ จึงทยอยออกมามอบตัวเรื่อยๆ จนอ่อนกำลังและสิ้นสลายไปในที่สุดในปี ๒๕๓๒    มาวันนี้ ห้วยโก๋น กำลังพลิกผันไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมากมาย...
ด่านผ่าแดนห้วยโก๋น ด่านผ่าแดนห้วยโก๋น


  บ้านห้วยโก๋น เดี๋ยวนี้อยู่ในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ติดกับพื้นที่ของเมืองเงินในลาว ห่างจากน่าน ๑๓๘ กม. แต่ห่างเมืองเงินแค่ ๓ กม.พื้นที่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน ส่วนใหญ่อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่านด้านนี้กำลังพัฒนาไปอย่างมาก มีทางลาดยาง ๔ เลน จากตัวเมืองน่านไปปัว ไปทุ่งช้าง และกำลังทำไปถึงห้วยโก๋น สภาพทางดีมากแต่จะไปชะลอตัวก็ช่วงเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ เพราะเป็นทางภูเขาคดเคี้ยวไปมาและมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ใช้เส้นทางตลอดเวลาไปยังด่านฯห้วยโก๋น          ด่านนี้ก็เช่นกันที่กำลังพัฒนาขึ้น เพราะสามารถเชื่อมต่อไปเมืองเงิน ไปหลวงพระบางได้ เพราะเป็นด่านสากล ใครไปที่ด่านห้วยโก๋นอยากจะไปเที่ยวเมืองเงินก็แค่ทำใบผ่านแดนชั่วคราว แล้วนั่งสองแถวฝั่งลาวที่มาจอดรอเข้าไปเที่ยวได้ สองแถวนี้วิ่งตลอดเพราะคนจากเมืองเงินก็เข้ามาธุระมาซื้อของ มาโรงพยาบาลฝั่งไทยเช่นกัน ส่วนใครถือหนังสือเดินทาง ผ่านด่านห้วยโก๋นแล้วจะไปไหนในโลกก็ไปได้ cof            ที่เมืองเงินมีโรงไฟฟ้าหงสา ผมถามนายด่าน ตม.ฝั่งไทยจึงได้ความว่า มีนายช่างจากฝั่งไทยข้ามไปทำงานกันที่โรงไฟฟ้า พอเสาร์-อาทิตย์ ก็กลับเข้าไทย เป็นแบบนี้มาตลอด              ใครจะไปหลวงพระบางทางนี้ก็ง่ายมาก เพราะมีรถบัส บขส.ออกจากสถานีขนส่งเมืองน่าน ๐๘.๓๐ น.ช่วงเย็นวันนั้นก็ถึงหลวงพระบางสบายๆ ตรงด่านเองจะมีตลาดผ่อนปรน เป็นตลาดนัด ผมจำไม่ได้ว่ามีวันไหนบ้าง แต่หน้าด่านก็เป็นชุมชนย่อมๆ ห้วยโก๋นวันนี้จึงดูพัฒนาและเจริญขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
พิธภัณฑ์-๑๗-ทหารกล้า-แห่งห้วยโก๋น พิธภัณฑ์-๑๗-ทหารกล้า-แห่งห้วยโก๋น


             ไปห้วยโก๋นผมอยากให้ขึ้นไปดูพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ๑๗ ทหารกล้า (เข้าทางข้างโรงพญาบาล) บนนั้นเป็นฐานทหารของเราซึ่งเป็นความชุ่ยของผมที่ลืมถามว่าเป็นทหารหน่วยไหน แต่เขาดูแลฐานแห่งนี้ซึ่งเป็นสถานที่จริง ที่เกิดเหตุจริงที่กองกำลัง ผ.ก.ค.เข้าตีฐานทหารไทยเราจนมีเสียชีวิต ๑๗ นายบนฐานนี้ เขาจัดสถานที่ได้ร่มรื่น สถานที่เกิดเหตุจริง ก่อนเข้าไปดูสถานที่จริงเขามีวิดีทัศน์ฉายให้ดู ดูแล้วจะเข้าใจรู้ที่มาที่ไป ยิ่งไปดูสถานที่จริงที่เป็นหลุมเพลาะและเป็นสนามสู้รบ มีป้ายบอกหมดว่าทหารนายใดถูกยิงเสียชีวิตตรงไหน ไปเห็นที่จริง เห็นวีรกรรมของทหารกล้าที่ปกป้องแผ่นดินแล้วคงไม่มีใครถามโง่ๆอีกว่า...”มีทหารไว้ทำไม” โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่เกิดมาหลังไม่มีการสู้รบแล้ว เกิดมาในสมัยบ้านเมืองสงบ จะได้รู้คำตอบว่า “มีทหารไว้ทำไม”
สมรภูมิ-ห้วยโก๋น-สถานที่จริง สมรภูมิ-ห้วยโก๋น-สถานที่จริง


ที่ห้วยโก๋นสามารถขับรถล่องลงมาบ่อเกลือได้ ทางลาดยางตลอดสาย บางช่วงอาจจะชำรุดบ้าง แต่ไปได้ตลอด จึงเป็นเส้นทางที่น่าท่องเที่ยวแบบขับรถเที่ยวอีกแบบ รับรองว่าทิวทัศน์สองข้างทางนี้สวยถูกใจ
น้ำตกวังเปียน ชั้นปรกที่ตกลงแม่น้ำน่าน น้ำตกวังเปียน ชั้นปรกที่ตกลงแม่น้ำน่าน


            จุดสำคัญที่อยากให้ท่านผู้อ่านไปให้ได้คือ..น้ำตกวังเปียน ของอุทยานแห่งชาติดอยภูคา น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่ สูงร่วม ๑๐๐ เมตร ไหลลาดลงมา ๗๐ องศา ลงสู่ต้นของแม่น้ำน่าน ซึ่งผมนั้นยอมรับเลยว่ามีอคติกับแม่น้ำน่านมานาน เพราะเห็นแต่แม่น้ำน่านที่ไหลลงเมืองน่าน ว่ามันขุ่นเพราะการชะล้างหน้าดินที่ถูกทำลายป่ามาจากของต้นแม่น้ำ น้ำน่านที่ไหลลงเมืองน่านจึงขุ่น มีตะกอนดินและสารเคมี ซึ่งใครไปก็เห็น ผมก็เชื่อแบบนี้มาตลอด แต่ครั้นได้มาเห็นต้นของแม่น้ำน่านที่มีอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ขนาบด้วยอุทยานแห่งชาติขุนน่านคอยปกป้องผืนป่า จึงทำให้แม่น้ำน่านยังมีชีวิต มีน้ำไหลตลอดปี ปีป่าจึงมีน้ำ แม่น้ำน่านช่วงนี้ในสะอาด ใสจนมองเห็นก้อนหินใต้แม่น้ำ ริมฝั่งน้ำน่านมีลานทรายหลายแห่ง โดยเฉพาะหน้าน้ำตกวังเวียน หลายแห่งมีก้อนกรวดขนาดใหญ่เกลื่อนริมน้ำเป็นภาพที่แปลกตา
หาดกรวดที่ยาวเหยียดในต้นน้ำน่าน_ หาดกรวดที่ยาวเหยียดในต้นน้ำน่าน_


             ที่นี่เขาเปิดให้มาดูได้ตลอดปี แต่หน้าฝนมาลำบากมาก จึงแนะมาหน้าหนาวหรือหน้าร้อนดีกว่า สามารถมากางเต็นท์นอนบนลานทรายหน้าน้ำตกได้ด้วย มาก็ไม่ยาก แต่ต้องมาเริ่มที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยโก๋น ที่ห่างจากย่านชุมชนราว ๔ กม.เอารถเราฝากไว้ แล้วนั่งรถ ๔ WD เข้าไปอีกไกลพอควร จนสุดทางแล้วก็เดินเท้าลงเขาที่สูงชัน แบบชั้นจริงๆ ระยะทางราว ๔๐๐ เมตร ก็ถึงริมฝั่งแม่น้ำน่าน แล้วเดินเลาะเลียบไปอีกราว ๒๐๐ เมตร ถึงหน้าน้ำตกวังเปียน ใครจะไปเที่ยว หรือจะไปค้างคืน ติดต่อที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา โทร.๐๕๔-๗๓๑-๖๒๓ หรือ ๐๘๒-๑๙๔-๑๓๔๙ ให้เขาจัดหาเจ้าหน้าที่นำทาง รถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือหาลูกหาบแบกสัมภาระให้ถ้าจะพักแรม
ต้นธารแม่น้ำน่าน-วังเปียน ต้นธารแม่น้ำน่าน-วังเปียน


            ฟังเพลง”ฝั่งน้ำน่าน” ที่แต่งโดยศิลา โคมฉาย เคยจินตนากาลถึงสายน้ำที่มีความสงบ และสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติ ครั้นพอมาถึงต้นแม่น้ำน่าน หน้าน้ำตกวังเปียนแห่งนี้จึงไม่แปลกใจว่าอะไรคือแรงบันดาลใจของผู้ประพันธ์ เสียงสายน้ำน่านไหลเซาะซัดแก่งกลางน้ำ ราวช่วงทำนองเพลงธรรมชาติที่ขับกล่อมผู้ที่แสวงหาให้ได้นั่งพักผ่อน               น้ำตกวังเปียน แม่น้ำน่าน...ช่างสวยงามราวแม่น้ำในนิทาน ออกไปให้เห็นกับตาท่าน แล้วจะต้องมนต์เหมือนที่ผมโดนมาแล้ว.... cof ..................................... @ เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ-๓ มี.ค.๖๑@

แนะนำให้อ่านต่อ