พัทลุง…วันเดียว

ประเทศไทยใจเดียว คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ kokkram@hotmail.com                                                                   พัทลุง...วันเดียว เห็นผมเดินทางมากๆ ท่านผู้อ่านหลายท่านที่ได้เจอะเจอกัน มักถามคำถามที่ผมเจอบ่อยมากว่า....ไปที่ไหนที่ประทับใจสุดๆ ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากมาก ยากเพราะประทับใจหลายอย่าง หลายสถานที่ หลายกรณี แต่ถ้าถามให้แคบมาว่าจังหวัดไหนที่อยากไปอยู่ ผมก็ตอบเลยว่า...พัทลุงนี่แหละ หมายถึงไปอยู่จริงๆ สร้างบ้านช่องอยู่ในบั้นปลายในชีวิต ผมว่าพัทลุงเหมาะกับการอยู่อาศัย ด้วยบ้านเมืองที่เล็กๆ คนอยู่ไม่มาก ในตัวเมืองเลยหลวมๆ มีเขาทะลุโดดเด่นในตัวเมือง การคมนาคมก็สะดวก รถไฟผ่านตัวเมือง ถนนลงใต้สายหลักก็ผ่าน จะไปเครื่องบินก็มาตรังแค่อึดใจ สภาพแวดล้อมหรือก็สุดยอด ใครว่าคนใต้ดุ ไปรู้จักแล้วจะรัก ค่าที่พักในเมืองไม่แพง พัทลุงมีป่ามากอันนี้ถูกใจผม แล้วป่าเขาไม่มีผลัดใบ(ยกเว้นสวนยาง)เทือกเขาบรรทัดแบ่งพัทลุงกับตรังคนละฝั่งฟาก ทะเลที่นี่เป็นทะเลน้ำจืดที่ขึ้นชื่ออย่างทะเลน้อย มีสวนสาธารณะติดบึงใหญ่อย่างลำปำ อันที่จริงพัทลุงมีที่เที่ยวมาก ผมไปบ่อย เพราะมีเพื่อนฝูงอยู่ที่นั่น เอาไว้ผมค่อยทยอยเล่า คราวนี้จะเล่าแค่สองสามจุดพอเพาะเชื้อความอยากไปไว้ก่อน ที่แรกที่จะบอกเล่าคือเมืองเก่าชัยบุรี
วัดถ้ำพระนอน อ.เขาชัยสน วัดถ้ำพระนอน อ.เขาชัยสน


เมืองเก่าชัยบุรีนี้ มีประวัติที่ยาวนานผูกพ่วงมากับตำนานเมืองเขาหัวแดงหรือสงขลา เป็นเมืองที่ปรากฏชื่อมาแต่ครั้งกลางสมัยอยุธยา (แต่จริงๆชุมชนเขาคงมีมาก่อน) ครั้นจะเล่าประวัติเมืองเก่าชัยบุรี ก็พอดีไม่ต้องไปที่ไหนกัน ท่านผู้อ่านไปเสิร์ชหาในกูเกิลครับ ผมสรุปแค่ว่า เดิมนั้นพัทลุงเขาตั้งเมืองกันอยู่ที่เมืองชัยบุรีนี่เอง ไม่ใช่เป็นเมืองชั่วคราวแต่เป็นบ้านเป็นเมืองจริงๆ มีเสาหลักเมือง มีคูเมือง มีแลนด์มาร์คสำคัญกลางเมืองอย่างที่เขาเมือง มีวัดวาอาราม สิ่งปลูกสร้างมากมาย แต่ด้วยเหตุผลทางสภาวะสังคมในขณะนั้นที่ทำให้ต้องปล่อยทิ้งเมืองชัยบุรี ไปยังเชิงเขาทะลุอันเป็นที่ตั้งเมืองพัทลุงในปัจจุบันนี้ สรุปสั้นๆได้แค่นี้ เพราะท่านผู้อ่านจะไปอ่านประวัติโดยละเอียดจากกูเกิลแล้ว
.พระไม้ที่วัดถ้ำพระนอน เขาชันสน .พระไม้ที่วัดถ้ำพระนอน เขาชันสน


ตัวเมืองชัยบุรีปัจจุบัน จึงเป็นเพียงชุนในชนบทธรรมดา บ้านเรือนห่างๆกัน ลำพังที่ตั้งเมืองเก่านั้นก็รกร้าง มีการขุดค้นพบโบราณวัตถุหลายชนิด ที่ยังคงปรากฏถึงความเป็นเมืองเก่าก็คือศาลหลักเมือง คูเมืองที่ปัจจุบันเป็นคลองน้ำไปโดยปริยาย และเจดีย์ย่อมุมบนเขาเมือง ที่กลายเป็นโบราณสถานไป ทางกรมอุทยานฯเขามาจัดตั้งวนอุทยานเมืองเก่าชัยบุรี ล้อมคลุมภูเขาหินปูนและพื้นที่บางส่วนไว้ป้องกันการบุกรุกจับจอง มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ที่เดินเลาะขึ้นไปบนเขาหินปูน จะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามและพืชพันธุ์ที่หายาก ที่ผมบอกไม่ได้ เดี๋ยวมันจะสูญหาย เอาเป็นว่าถ้าท่านผู้อ่านได้ไปก็ลองเดินขึ้นไปดูแล้วถ่ายรูปมาฝากด้วยก็แล้วกัน
บ่อน้ำพุร้อนเขาชัยสน บ่อน้ำพุร้อนเขาชัยสน


แต่สิ่งที่ผมชอบใจคือถ้ำพระนอน ไม่ใช่พระสงฆ์แอบไปนอนในถ้ำ แต่เป็นพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ที่เขาสร้างไว้ติดกับผนังถ้ำสูงจากพื้นราวสองเมตรเศษ เป็นพระพุทธรูปที่เป็นปูนปั้นบางส่วนแปะกับผนังถ้ำ บางส่วนก็แกะลงไปบนผนังหินปูนนั้นเลย นอนตะแคงขวา หัตถ์ซ้ายแนบลำตัว ห่มผ้า – จีวร มีผ้าคาดเอว เหมืองสงฆ์ในปัจจุบัน ผมพยายามค้นหาประวัติ ก็ไม่เจอ เลยจนด้วยเกล้า ได้แต่ต้องเชิญชวนท่านผู้อ่านไปกราบสักการะกันเอง อยู่ใกล้ๆกับที่ทำการวนอุทยานเมืองเก่าชัยบุรีนั่นละครับ
ถ้ำน้ำเย็นเขาชัยสน-แลนด์มาร์คใหม่ของพัทลุง ถ้ำน้ำเย็นเขาชัยสน-แลนด์มาร์คใหม่ของพัทลุง


ออกจากเมืองเก่า ผมชวนไปเขาชัยสน แน่นอนว่ามุ่งไปที่บ่อน้ำพุร้อนเขาชัยสน บ่อน้ำร้อนที่นี่ มีชื่อเสียงและรู้จักกันมานานมาก ไปมาคราวนี้ สวยงามผิดหูผิดตา หน่วยงานในท้องถิ่น เขาพัฒนาเป็นสวนสาธารณะ มีบ่อแช่น้ำร้อน แบบแช่ฟรี หรือจะห้องอาบน้ำร้อน มีนวดแผนไทย ประคบร้อน ประคบเย็น บรรยากาศร่มรื่น รวมทั้งมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าเขาหินปูน เดินเลียบภูเขา ไปเห็นคราวนี้ต้องยกนิ้วชมว่าสวยงามขึ้นมาก
พระพุทธรูปนอน-ในเมืองเก่าชัยบุรี พระพุทธรูปนอน-ในเมืองเก่าชัยบุรี


ภูเขาลูกเดียวกับที่ตั้งน้ำพุร้อนเขาชัยสน ออกมาอีกนิดเดียว จะเป็นวัดถ้ำพระนอน(พระนอนอีกแล้ว) ทางเข้าวัดอาจไม่สะดุดตา แต่อยากให้แวะไปดู จะมีบันไดปูนเดินขึ้นไป ก็จะถึงปากถ้ำ หินงอกหินย้อยไม่สวยนัก แต่ที่ผมสะดุดตาคือ มีพระพุทธรูปไม้ ที่แกะสลักจากไม้ท่อนเป็นรูปพระพุทธวางพาดผนังถ้ำ คลาสสิคมาก ผมไม่เคยเห็นที่ไหนในภาคใต้ เคยอ่านเจอมาว่านี่เป็นวัฒนธรรมล้านช้าง-ล้านนา ที่มักแกะสลักไม้เป็นพระพุทธรูปแล้วนำไปถวายวัด บ้างก็พกติดตัวในการเดินทางในอดีต เพื่อกราบไหว้บูชา บางพื้นที่นำไปประดิษฐานในถ้ำในเพิงหินทั้งหลาย ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่ แม้รูปลักษณ์จะต่างกันบ้างแต่คิดว่า การสร้างพระไม้คงเป็นวัฒนธรรมของคนที่นับถือศาสนาพุทธนี่แหละคงไม่ได้เจาะจงว่าแค่ล้านช้าง-ล้านนา สมัยก่อนอาจถวายพระพุทธรูปปูนหรือทองเหลืองลำบาก ในเมื่อมีไม้ก็ถวายพระไม้นี่แหละ นี่ผมคิดเองนะ ส่วนพระนอนจริงๆอยู่หน้าปากถ้ำ ศิลปะแบบพระนอนทางใต้ องค์ไม่ใหญ่นัก แต่ในถ้ำเงียบเชียบดีเหมาะกับการนั่งสมาธิ ใกล้กันเป็นถ้ำน้ำเย็น เป็นสวนสาธารณะมีภูเขาหินปูนโดดเด่น มีน้ำล้อม เห็นมีเรือถีบมาให้บริการด้วย เคยไปเห็นแต่ก่อนเป็นลำธารน้ำไหล มีศาลาเก่าๆให้คนมานั่งพักริมทาง ไปคราวนี้ ทำสถานที่ซะสวยงามจนจำเกือบไม่ได้ มีร้านกาแฟมีที่นั่งเล่นพร้อมสรรพ พระธาตุเจดีย์ที่วัดเขียนบางแก้ว ผมปิดท้ายด้วยการไปไหว้พระที่วัดเขียนบางแก้ว วัดนี้ส่วนตัวผมว่ามีความโดดเด่นหลายอย่างแต่ที่รู้จักกันมากก็คือพระธาตุ ที่ว่าเหมือนกับพระบรมธาตุเมืองนครฯที่ย่อส่วนมาเท่านั้น การกราบไหว้บูชาพระธาตุถือเป็นมงคลอย่างหนึ่ง ไปเมืองลุงแล้วก็ไม่น่าพลาด ที่นี่มีตำนานพระนางเลือดขาว(อย่าให้เล่าเลยครับหน้ากระดาษผมไม่พอ ไปหาอ่านกันเองนะ) มีรูปปั้นพระนางอยู่ด้วย ที่ผมว่าว่ามีจุดน่าสนใจหลายอย่างคือ สถาปัตยกรรมของสิ่งปลูกสร้างในวัด ทั้งศาลา วิหาร โบสถ์ เสมา เป็นเอกลักษณ์รูปแบบทางใต้อย่างชัดเจน น่าไปถ่ายภาพเก็บไว้ก่อนจะสูญหายไปหมด จริงๆ พัทลุงยังมีสถานที่อีกมากที่น่าไปชม คราวนี้ผมมีพัทลุงภาคบกมาเล่า เอาไว้คราวหลังจะเล่าพัทลุงภาคป่ามาสู่กันฟัง พัทลุงไม่ได้มีดีแค่ที่ผมเล่า แต่มีอะไรมากกว่านั้นอีกเยอะ ดังนั้นเมื่อคิดจะลงใต้ ทำไมไม่ลองเลือกพัทลุงเป็นจุดหมายปลายทางบ้างละครับ ไม่เลือกแล้วจะพลาดของดีที่เมืองลุงนะ.... ....................................... (เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ-๙ ธ.ค. ๒๕๖๐)

แนะนำให้อ่านต่อ