ไปดูคลองลอยฟ้า..ที่ถ้ำผานางคอย

ประเทศไทยใจเดียว คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ kokkram@hotmail.com                                 ไปดูคลองลอยฟ้า..ที่ถ้ำผานางคอย ผมเขียนเรื่องแล้วมักมีเหตุผลทางธรณีมาอธิบาย เพราะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติบ้านเรานั้นเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีแทบทั้งสิ้น ผมเห็นเวลาฝรั่งมาเที่ยวเขามาแบบศึกษามาเห็นแล้วได้ความรู้ ผมก็อยากให้คนไทยเราเป็นแบบนั้นบ้าง คือไปเห็นนอกจากสวยงามแล้วน่าจะมีความรู้บ้าง เลยมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ คงไม่เบื่อกันนะ วันนี้มีเรื่องมาเล่าสู่ท่านผู้อ่านอีกแล้ว เรื่องของถ้ำแปลกๆนี่แหละ เป็นความแปลกทางธรณี เป็นความแปลกของระบบน้ำใต้ดิน บอกตามตรงว่าผมก็เพิ่งเคยเห็นแบบนี้ จะแปลกแบบไหน ตามอ่านย่อหน้าต่อไปครับ sdr ท่านผู้อ่านเข้าใจแล้วนะว่าภูเขาเกิดมาได้อย่างไร ภูเขาหินปูนเกิดมาได้อย่างไร อธิบายแบบง่ายสุดอีกทีเผื่อใครยังไม่เคยอ่าน หินปูนเป็นหินตะกอนชนิดหนึ่ง เกิดจากการทับถมและการสะสมตัวของตะกอนต่างๆ เช่นเศษหิน ดินที่ผุพัง หรือสึกกร่อน แร่ กรวด ทราย โดยธรรมชาติเช่นลม ธารน้ำแข็ง คลื่นในทะเลสารพัด พาไปทับถมกันจนแข็งตัวเป็นหิน เจ้าหินตะกอนนี่ก็ยังแยกเป็นสองกลุ่มตามลักษณะเนื้อหินอีกคือ หินตะกอนเนื้อประสม คือหินตะกอนที่เรายังเห็นลักษณะหรือรูปร่างของสารเดิมที่มาทับถมกันจนเป็นหิน เช่นหินทราย หินดินดาน หินกรวดมน อีกประเภทหนึ่งคือหินตะกอนเนื้อประสาน พวกนี้เป็นหินที่มาทับถมกันแล้วเกิดการตกผลึกทางเคมี มีการประสานกันแน่นจนไม่เห็นสภาพของสารเดิม เช่น หินปูน หินเชิร์ต เกลือหิน หรือถ่านหิน พอกลายเป็นชั้นหิน แผ่นเปลือกโลกแต่ละแผ่นมันก็เคลื่อนตัวกันมาเบียด ดันกัน บางส่วนก็จะถูกดันนูนขึ้นมาเป็นภูเขา ก็กลายเป็นภูเขาหินปูนหินทราย ก็ว่ากันไป ส่วนของหินปูนซึ่งมีโน่นนี่นั่นมาประกอบกันสารพัด แต่ ๕๐ % จะเป็นสารแคลไซค์ เมื่อเป็นภูเขาหินปูนมันก็ดันเป็นหินที่ละลายน้ำได้อีก มันจึงถูกฝนชะ กัดกร่อน มีร่องมีรูตรงไหนน้ำฝนก็ชะเอาสารละลายไหลตามกันไป ตกลงหน้าผาก็เป็นหินย้อยหน้าผา ตกลงไปตามรอยแตกของโพรงในภูเขาก็เป็นหินย้อยในถ้ำและเป็นระบบถ้ำต่างๆ ซึ่งวันหลังจะเขียนให้อ่านกัน ๑_resize ทีนี้น้ำที่มันไหลจากบนเขาหินปูน มันก็ซึมไหลลงไปใต้ดินได้ด้วย ไปเป็นระบบน้ำใต้ดิน ระหว่างไหลลงไปใต้ดิน ก็ไปชะไปละลายโครงสร้างหินปูนใต้ดินจนเป็นโพรงเป็นอะไรใต้ดินอีกไปรวมขังในแอ่งน้ำใต้ดิน คนก็สูบเอามาใช้กันนี่แหละ จริงๆบ้านเราเองมีธรณีสัณฐานที่น่าสนใจอีกเยอะ ตอนนี้เราแค่ใช้ประโยชน์ทางการท่องเที่ยวเสียส่วนใหญ่   mde ภูเขาหินปูนบางลูกจึงมีลำห้วยไหลลอดเข้าไปข้างใน กลายเป็นถ้ำลอดต่างๆ ก็เป็นน้ำที่มาจากทั่วไปนี่แหละ ไหลชะจนใต้ภูเขาเป็นอุโมงค์ บางที่ที่เราเคยไปดูถ้ำลอดแบบนี้บางทีจะเห็นเป็นน้ำตก ตกลงมาในอุโมงค์ถ้ำ อันนั้นก็ไม่แปลก ก็ถ้าอุโมงค์ยังมีรอยแตก และน้ำมันไหลลงมาจากข้างบน ยังไงมันก็ต้องหาทางไหลออกมาจนได้ แต่โดยทั่วไปเรามักจะเห็นลำธารที่ไหลลอดถ้ำนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นในแนวระดับพื้นราบ หรือบางที่ก็ต่ำกว่าพื้นดิน แต่ที่ถ้ำผานางคอย ที่แพร่ ปรากฏว่าคลองในถ้ำที่ผมว่านี้มันอยู่สูงกว่าพื้นดินร่วม ๕๐ เมตร เกิดมาในถ้ำ และหายไปในถ้ำ นี่คือความแปลกของถ้ำแห่งนี้....ทีนี้มาดูกันให้ละเอียด ๕_resize ถ้ำผานองคอยแห่งนี้ ท่านผู้อ่านที่ใช้ถนนหมายเลข ๑๐๑ จากเมืองแพร่จะมุ่งหน้าไปน่าน พอถึงร้องกวางก่อนจะหลุดเข้าเขตน่าน ถ้ำผานางคอยเขาจะอยู่ทางซ้ายมือ มีป้ายบอกชัดเจน เข้าไปอีกราว ๑ กม. ก็จะถึงลานจอดรถใหญ่โต ทีนี้ ก็เดินเท้าขึ้นไปตามบันได ซึ่งมีทางขึ้นได้ ๒ ทาง ทางไหนก็ได้ เดินไปสักพักก็จะถึงหน้าปากถ้ำ ที่มีขนาดกว้าง ร่รื่นด้วยต้นไม้ปากถ้ำสารพัด อบจ.แพร่ที่ดูแลอยู่เขาทำที่นั่งปูนให้นั่งพักผ่อน ตรงปากถ้ำนี้จะมีป้ายประวัติซึ่งเป็นนิยายปรัมปรา แต่ผมจะเน้นแง่ทางธรณีมากกว่า และมาสะดุดตาตรงที่เขามีตะแกรงเหล็กขนาดใหญ่ปิดตรงร่องข้างๆ แล้วมีป้าย..”ห้ามลงเล่นน้ำ” mde ผมนึกว่าคงจะอำกันแบบที่มีคนเขียนบนก้อนหิน “ห้ามยกเล่น” แต่พอเดินเข้าไปในถ้ำ ก็จะรู้เลยว่า เขาเขียนบอกจริงๆ ทางเดินในถ้ำเขาทำทางเดินอย่างดี มีไฟส่องสว่าง ถ้ำนี้เป็นลักษณะอุโมงค์ถ้ำที่เพดานถ้ำกว้าง บางช่วงสูงร่วม ๑๐ เมตร มีหินงอกหินย้อยเหมือนถ้ำทั่วไป แต่ส่วนมากจะเป็นลักษณะหินย้อยตามผนัง ซึ่งมันก็จะเป็นประเภทม่านเวที ลานน้ำตก ทำนบถ้ำ น้ำตกถ้ำ อะไรทำนองนี้๖_resize ถ้ำจะเป็นลักษณะคล้ายตัวเอส S บางช่วงอาจจะหักงอแบบหักศอกบ้าง ปากถ้ำอีกด้าน จะเป็นหน้าต่างถ้ำขนาดใหญ่ที่อากาศและแสงเข้ามาได้ และเป็นจุดเริ่มต้นของคลองน้ำในถ้ำ ที่ไหลตามอุโมงค์เป็นรูปตัว S เช่นกัน ต้นธารของลำห้วยสายนี้แหละที่ผมยังสงสัย เสียดายว่าไปหน้าแล้ง เลยไม่เห็นน้ำไหล เห็นแต่ร่องห้วยที่เป็นดินเลน กับมีน้ำขังเป็นแอ่งๆ และที่เห็นแสดงว่าหน้าน้ำทีไรคลองนี้ยังมีชีวิตคือยังมีน้ำไหลในถ้ำทุกปี ที่สงสัยคือน้ำมันมาจากไหนจนขนาดเป็นคลองได้ถ้าตกลงมาจากเพดานถ้ำมันต้องมีหลุมที่น้ำตกลงมา ซึ่งก็น่าจะเป็นไปได้ รวมทั้งน้ำที่อาจจะผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ก็อาจจะเป็นบางส่วน แต่ไหลมาจากข้างนอกคงไม่ใช่ เพราะไม่มีร่องรอย แล้วลำห้วยที่ไหนจะมาอยู่บนภูเขาสูงจากดินตั้ง ๕๐ เมตร แล้วน้ำก็ไหลไปตามความคดโค้งของถ้ำ แล้วไปหายไปในดินตรงปากถ้ำอย่างที่บอก อาจจะไปโผล่อีกทีที่ไหนหรือไหลไปรวมเป็นน้ำใต้ดินอันนี้ไม่รู้ ๔._resize ทาง อบจ.แพร เขามีการแต่งไฟภายในเหมือนกัน แม้จะยังแต่งไม่สวยนัก ตรงไหนเป็นหินงอกหินย้อย เป็นทำนบถ้ำเขาก็แต่งไฟพอดูสวย ทำสะพานข้ามคลอง ข้างในอากาศไม่ร้อน เย็นสบายบางครั้งมีลมที่เข้ามาจากอีกด้านพัดเอื่อยๆ มีป้ายอธิบายการเกิดหินย้อยตามผนัง และป้ายห้ามลงเล่นน้ำ ติดในคลองน้ำนี้แทบตลอดทาง จริงๆถ้ำแห่งนี้ สวยและแปลก ถ้า อบจ.แพร่จะเอาจริง ไหนๆ ก็มีไฟในถ้ำแล้ว ผมว่าทำระบบไฟที่ตกแต่งในถ้ำเสียใหม่ ปัจจุบันมันดูเป็นเวทีลำตัดไปหน่อย ดูไม่กลืนไม่ซ่อนเร้นอะไรเลย ทำแบบมีตัวเซ็นเซ่อปิดเปิดก็ได้ จะได้ไม่เปลืองไฟที่เปิดตลอดเวลา จะขายได้อีกนาน เพราะถ้ำนี้ยังเป็น ขนาดมีคลองในถ้ำได้นี่ไม่ธรรมดาละครับ เรื่องราวธรณีมันมีแปลกๆมาเสมอ อย่างคราวนี้ใครจะไปคิดว่ามีคลองสายหนึ่ง เกิดในถ้ำและหายไปในถ้ำที่สำคัญ ดันอยู่สูงจากพื้นดินร่วม ๕๐ เมตร และมันก็เกิดขึ้นแล้ว มีแล้ว เหลือแต่ไปดูหรือยัง ๗_resize แพร่...จึงไม่ใช่ที่ที่ควรจะผ่านเลยไป แต่ลองแวะดู จะเห็นว่าเขามีอะไรๆที่เราไม่เคยเห็นอีกมากมาย อย่างน้อยก็คลองลอยฟ้าแห่งนี้...ถ้ำผานางคอย... .......................................................... (เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ-๒๗พ.ค. ๖๐)

แนะนำให้อ่านต่อ