กว่าจะเป็นขุนวาง…

ประเทศไทยใจเดียว
คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ
kokkram@hotmail.com
                             กว่าจะเป็น....ขุนวาง

 

.ภาพประวัติศาสตร์ที่เสด็จที่ขุนวาง พระอาจารย์ดำเกิงยืนรับเสด็จ .ภาพประวัติศาสตร์ที่เสด็จที่ขุนวาง พระอาจารย์ดำเกิงยืนรับเสด็จ


หนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักล่า”เสือ” คอยเช็คข่าวกันในช่วงที่ “เสือ” ออกดอกบานก็คือที่ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง) ด้วยว่าที่นี่มีอุโมงค์สีชมพูของดอกนางพญาเสือโคร่งที่สวยงามจนเป็นที่เลื่องลือ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครก็ตามที่ขึ้นมาดอยอินทนนท์ ต้องผูกพ่วง ขุนวางเข้าไปเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้วย

แต่....กว่าที่จะมาเป็นอุโมงค์สีชมพูอย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆอุบัติขึ้นมา แต่เป็นเพราะความห่วงใยในพสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ที่ทรงบุกเบิกและสร้างขึ้นมา

ภาพครั้งเสด็จมาทรงงานที่ศูนย์วิจัยฯขุนวาง แสดงอยู่เหนือหุบรับเสด็จ ภาพครั้งเสด็จมาทรงงานที่ศูนย์วิจัยฯขุนวาง แสดงอยู่เหนือหุบรับเสด็จ


ผมได้มีโอกาสได้พูดคุยกับพระอาจารย์ดำเกิง ชาลีจันทร์ แห่งวัดป่าดงชมพูพาน สกลนคร ในอดีตท่านเป็นผู้อำนวยการเกษตรที่สูง ของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งท่านเป็นผู้มาบุกเบิกสนองพระราชดำริสร้างทั้งสถานีวิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง)และส่วนแยก แม่จอนหลวง จนเป็นที่รู้จักกันทุกวันนี้ล้วนมีที่มาที่ไป ในส่วนของสถานีวิจัยฯขุนวางเอง ได้ฟังเบื้องหน้าเบื้องหลังการปลุกปั้นสถานีวิจัยฯนี้มาจึงเห็นทั้งพระเมตตาและพระอัจฉริยะภาพที่ทรงมองการณ์ไกล การพลิกฟื้นผืนดิน ความปรารถนาดีต่อพสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ กว่าจะมาเป็นขุนวางทุกวันนี้ ใช้เวลายาวนานเหลือเกิน

รถยนต์ทรงงานที่กรมวิชาการเกษตรถวาย รถยนต์ทรงงานที่กรมวิชาการเกษตรถวาย


แต่เดิมนั้นพื้นที่เหล่านี้เป็นทุ่งหญ้า ที่เกิดจากการแผ้วถางปลูกพืชไร่ ทำไร่ฝิ่น และเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ ครั้นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ เสด็จพระราชดำเนินมายังบ้านขุนวาง ซึ่งห่างจากสถานีวิจัยในปัจจุบันเพียง ๒-๓ กม. เมื่อ ๒๐ ก.พ. ๒๕๒๓ มจ.ภีศเดช รัชนี จึงทูลเชิญเสด็จมาทอดพระเนตรพื้นที่ ซึ่งเป็นสภาพอย่างที่ว่ามา พื้นที่ในขณะนั้นมีความแห้งแล้งไม่สมกับเป็นพื้นที่ต้นน้ำ พระองค์จึงมีพระราชดำรัสให้กองพืชสวน รมวิชาการเกษตร ดำเนินการใช้พื้นที่เหล่านี้ให้เป็นสถานที่ทดลองและขยายพันธ์พืชบนที่สูง เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านใช้ปลูกทดแทนฝิ่น

ต้นมะคาดิเมียที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงปลูก ต้นมะคาดิเมียที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯทรงปลูก


แล้วหลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ก็ทรงเสด็จอีกหลายครั้ง เช่นต่อมาวันที่ ๑๙ ก.พ.๒๕๒๔ ก็เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรความก้าวหน้าของโครงการสถานีทดลองเกษตรหลวงขุนวางเป็นครั้งแรก
๑๘ ก.พ.๒๕๒๕ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงแนะนำให้กรมวิชาการเกษตรพัฒนาสายพันธุ์กาแฟและทรงปลูกต้นบ๊วย ซึ่งถือเป็นผลไม้เมืองหนาวทรงปลูกต้นแรก
๑๖ ก.พ.๒๕๒๗ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทอดพระเนตรความคืบหน้าของแปลงกาแฟ และทรงปลูกมะคาเดเมีย ๗๔๑ หลังจากนั้นวันที่ ๑๖ ก.พ. ๒๕๒๘ เสด็จพระราชดำเนินพร้อมสมเด็จพระเทพรันราชสุดาฯและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ฯมาทอดพระเนตรความคืบหน้าในสถานีวิจัยเกษตรหลวงขุนวางอีก ทั้งยังไม่นับรวมที่เสด็จมาทอดพระเนตรช่วงสั้นๆอีกหลายครั้ง

หนาวนี้ที่ขุนวาง หนาวนี้ที่ขุนวาง


สิ่งที่ปรากฏให้เราเห็นทุกวันนี้เมื่อไปที่สถานีขุนวางคือ....ความร่มรื่นของพืชพรรณในสถานที่ แปลงปลูกพืชสารพัน แปลงกาแฟที่เมื่อทดลองจนได้ผลในสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่จึงถูกขยายไปตามพื้นที่เกษตรกรที่สนใจ จากกาแฟที่คนไม่ค่อยสนใจ จนเดี๋ยวนี้การบริโภคกาแฟของไทยเป็นตลาดที่ใหญ่มาก จนผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการต้องสั่งกาแฟเข้ามาจากต่างประเทศเข้ามาแล้วผลิตเป็นกาแฟซองส่งไปขายอีกที
ต้นมะคาดิเมียที่ทรงปลูก เพื่อจะเผยแพร่ เป็นพืชยืนต้นไม่พลัดใบ ให้ร่มเงาร่มรื่น สามารถปลูกฟื้นสภาพป่าต้นน้ำได้ และให้ผลผลิตเหมือนลูกนัท มีอายุนับร้อยๆปี เก็บผลผลิตได้ทั้งปีและมีราคาแพง ทุกวันนี้ในบ้านเรายังต้องสั่งเข้ามาอยู่

ศาลาที่ทรงงานเมื่อเสด็จศูนยฯขุนวาง ศาลาที่ทรงงานเมื่อเสด็จศูนยฯขุนวาง


และยังมีอีกหลายอย่างที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่(ขุนวาง)อยากให้ได้ไปเห็น เนื้อหาที่ซ่อนอยู่ภายในพื้นที่ นอกจากความสวยงามของอุโมงค์ต้นพญาเสือโคร่งเป็นสีชมพูสวยงามแทบจะทุกพื้นที่ถนนในสถานี อันที่จริง กรมวิชาการเกษตร โดยทางอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ เขาจัดงาน “รำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ตามรอยที่พ่อสร้าง” ในวันที่ ๑๓-๒๐ ม.ค.๒๕๖๐ นี้ที่ศูนย์วิจัยฯ ขุนวาง แต่ท่านผู้อ่านจะไปตอนไหนก็ได้ ไปดูความเจริญก้าวหน้า ไปดูการพลิกฟื้นสถานที่จากพื้นที่ที่แห้งแล้ง รกร้าง มาจนเป็นดั่งสวนสวรรค์อย่างที่เห็น ในพื้นที่เขาจัดเป็นเส้นทางตามรอยเสด็จไว้ทั่วสถานี เพราะในหลวง รัชกาลที่ ๙ พระองค์เสด็จทรงงาน เสด็จทอดพระเนตรพื้นที่แทบจะทั่วทั้งสถานีเช่นกัน ศาลาที่พระองค์เสด็จมาทรงงาน รถยนต์พระที่นั่งที่กรมวิชาการเกษตรถวายเพื่อใช้ทรงงานในพื้นที่ ต้นกาแฟ ต้นบ๊วย ต้นมะคาดิเมียที่ทั้งในหลวง รัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระเทพทรงปลูก ในพื้นที่มีหุบรับเสด็จ เป็นหุบเขาที่มองเห็นทิวทัศน์ หรือจะเดินขึ้นไปที่ศาลาชมวิวก็ได้ซึ่งอุโมงค์ต้นพญาเสือโคร่งอยู่บนนั้น ถนนแทบทุกสายในพื้นที่ของศูนย์วิจัยขุนวางแห่งนี้ จะพรึ่บไปด้วยดอกพญาเสือโคร่งสีชมพูหวานในปี ๒๕๖๐ นี้น่าจะบานสะพรั่งราววันที่ ๒๐ มกราคมไปจนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ (ในรูปที่ประกอบถ่ายเมื่อ ๑๓ ม.ค.๒๕๖๐) แผ่นดินที่แทบจะไร้ค่ากลายเป็นสวนสวรรค์ด้วยพระเมตตาที่แผ่ไพศาลคุ้มทั้งแผ่นดิน ขุนวางจึงเป็นบทพิสูจน์ว่า
“ศาสตร์แห่งพระราชา”ทรงคุณค่าแก่การนำมาใช้และก้าวย่างตาม....

อุโมงค์นางพญาเสือโคร่งที่ศาลาชมวิว ถ่ายภาพเมื่อ ๑๓ ม.ค. ๒๕๖๐ อุโมงค์นางพญาเสือโคร่งที่ศาลาชมวิว ถ่ายภาพเมื่อ ๑๓ ม.ค. ๒๕๖๐


.............................
(เสาร์สวัสดี กรุงเทพธุรกิจ ๒๑ ม.ค.๒๕๖๐)

แนะนำให้อ่านต่อ