เขาเต่า…พระเมตตาจากในหลวง

ประเทศไทยใจเดียว คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ kokkram@hotmail.com                                                               เขาเต่า....ด้วยพระเมตตาจากในหลวง เขาเต่า....เป็นภูเขาเตี้ยๆ ริมทะเล ห่างจาก อ.หัวหินลงไปทางทิศใต้ราว ๑๐ กม. เขาเต่าก็เป็นเหมือนขอบคูธรรมชาติ ที่กั้นน้ำที่หลากลงมาจากทางทิศตะวันตกเพื่อไหลลงทะเล แต่พอมีภูเขากั้นไว้ น้ำก็เลยขัง กลายเป็นพื้นที่แฉะน้ำคล้ายๆกับการเกิดบึงบัวสามร้อยยอดที่ผมเคยเล่าไป ธรรมชาติก็สร้างคลองเล็กๆ ไหลลงสู่ทะเลจนได้ ไอ้ที่ไหลไม่ลงก็ท่วมขัง คลองที่ว่านี้ พอเวลาน้ำทะเลขึ้น น้ำเค็มก็ไหลย้อนเข้ามา ผสมในบึงน้ำ ที่นี่เมื่อเวลาน้ำขึ้น ก็มีน้ำท่วมขัง เวลาน้ำลงก็จึงเห็นดินเละๆ พอแห้งจัดๆ ก็มีส่าเกลือขึ้น ที่ดินใช้เพาะปลูกไม่ได้ น้ำก็ใช้กินดื่มไม่ได้เพราะมันกร่อย เลยเป็นทุ่งกว้างๆ มีต้นไม้ทนเค็ม ทนน้ำขังขึ้นกันห่างๆเตี้ยๆทางนี้เขาเรียกทุ่งตะกาด
หาดเขาเต่า หาดเขาเต่า


ชาวบ้านเขาเต่าที่อยู่กันเป็นหมู่บ้านชาวประมง ตั้งบ้านเรือนกันห่างๆ ความลำบากของคนเขาเต่าคือ เรื่องน้ำจืดที่หายากเย็น ต้องไปหาบไปหามาจากที่อื่นไกลๆ ผมไปค้นอ่านบันทึกเก่าๆ เขียนบอกว่า “ในหลวง”พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ (รัชกาลที่ ๙) ครั้งนั้นพระองค์เสด็จมาประทับที่วังไกลกังวลแล้ว ทรงเสด็จมาชุมชนเขาเต่าครั้งแรกนั้นมาทางเรือก่อน หลังจากนั้นพระองค์ก็ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งมาด้วยพระองค์เอง ในบันทึกบอกว่า รถของพระองค์มาติดหล่ม ( ก็หล่มดินทุ่งตะกาดที่ผมว่านี่แหละ พอมาเห็นสารคดีเฉลิมพระเกียรติที่เอามาฉายทางทีวี ก็สอดคล้องกันกับที่อ่านบันทึกมา) มีชาวบ้านมาช่วยเข็นรถขึ้นจากหล่ม พระองค์จึงทรงรับทราบความเดือดร้อนจากปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้เป็นอย่างมากของราษฎร เมื่อมีราษฎรรวมตัวกันถวายที่ดิน ๓๐๐ ไร่ จึงมีพระราชดำริ ให้กรมชลประทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเขาเต่าขึ้นเมื่อปี ๒๕๐๕ โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการดำเนินการ ซึ่งที่นี่นับเป็นโครงการตามพระราชดำริแห่งแรกของกรมชลประทาน
อ่างเก็บน้ำเขาเต่าในยามแล้ง อ่างเก็บน้ำเขาเต่าในยามแล้ง


ต้องย้อนหลังไปเมื่อ ห้าสิบกว่าปีว่ามันกันดารขนาดไหน แต่พอในหลวงและพระราชินีเสด็จฯ พระบารมีก็แผ่มาถึงชาวบ้านผู้ทุกข์ร้อน นำความเจริญก็เข้ามาสู่หมู่บ้านเขาเต่า อย่างวัดเขาเต่า ซึ่งเดิมเป็นเพียงที่พักสงฆ์ชั่วคราวในชุมชนเขาเต่าที่พอให้ชาวบ้านได้มีสถานที่ประกอบพิธีหรือพอให้ได้มีสถานที่ร่วมกิจกรรมทางศาสนาเท่านั้นวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานตั้งขึ้นเป็นวัดเขาเต่า มีการวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถวันที่ ๑ พ.ค.๒๕๐๑ ผูกพัทธสีมา ในวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๐๒ และฉลองในวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๐๔ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นองค์ประธานและพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการดำเนินงาน เพื่อพระราชทานวัดให้กับชุมชนบ้านเขาเต่ามาจนปัจจุบัน
ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายบ้านเขาเต่า ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายบ้านเขาเต่า


หรือ ศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่าก็เกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชประสงค์ให้ราษฎรมีอาชีพการทอผ้าฝ้ายด้วยกี่กระตุก เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว เมื่อมีผู้ถวายที่ดินใกล้กับวัดเขาเต่า ใน พ.ศ. ๒๕๐๗ ก็ทรงพระราชทานที่ดินนั้นให้จัดตั้งเป็นศูนย์ฝึกอบรมการทอผ้าบ้านเขาเต่าขึ้น แล้วโปรดให้จัดหาครูจากราชบุรีมาสอนการทอผ้าและงานจักสานจากป่านศรนารายณ์ ซึ่งได้ดำเนินการเรื่อยมาจนกระทั่งปี ๒๕๓๖ เกิดอุปสรรคขึ้นมากมายจนกระทั่งต้องปิดตัวเองลง แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๔๕ ศูนย์ฝึกอบรมการทอผ้าบ้านเขาเต่า ได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง โดยได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐจำนวนมาก เช่นกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อต้องการศูนย์ฝึกอบรมทอผ้าบ้านเขาเต่าแห่งนี้ สามารถสร้างรายได้ให้ราษฎรต่อไป อีกทั้งยังเป็นการสานต่อโครงการตามพระราชดำริของในหลวงอีกด้วย
ทอผ้าฝ้ายที่บ้านเขาเต่า ทอผ้าฝ้ายที่บ้านเขาเต่า


ผ้าฝ้ายทอมือ ๑๐๐% ในโครงการพระราชดำริแห่งนี้ อวดตัวด้วยผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม สีสันสะดุดตาและดูหรูหราด้วยความพิถีพิถันในการผลิต จัดแสดงและจำหน่ายในอาคารจำหน่ายสินค้า จะเห็นว่าในหลวงและพระราชินีเสด็จบ้านเขาเต่าบ่อยครั้งมาก เมื่อมีผู้น้อมเกล้าถวายที่ดิน พระองค์ก็ทรงพระราชทานต่อให้สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์กับราษฎร โดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ดำเนินการก่อนทั้งสิ้น เขาเต่าจึงเป็นเขาเต่าได้ดั่งเฉกเช่นทุกวันนี้
อีกมุมของของเขาเต่าในปัจจุบัน อีกมุมของของเขาเต่าในปัจจุบัน


ใครไม่เคยไป ให้เริ่มต้นจากหัวหินมุ่งหน้าปราณบุรี เลยอุทยานราชภักดิ์ไปไม่ไกล จะเป็นแยก ซอยหัวหิน ๑๐๑ ทางซ้ายมือเข้าไปราวกิโลเศษๆ ก็จะพบศูนย์หัตถกรรมทอผ้าบ้านเขาเต่า ซึ่งน่าเข้าไปเลือกซื้อ เลือกชมผิตภัณฑ์ชุมชน ตามพระราชดำริ เลยเข้าไปอีกหน่อย จะเป็น ๔ แยก พร้อมทั้งป้ายอ่างเก็บน้ำเขาเต่า ทางซ้ายมือจะเป็นวัดเขาเต่าที่ผมเล่าให้ฟัง ขับรถเข้าไปในวัดจนสุดทางจะเป็นชายหาดวัดเขาเต่าที่เงียบสงบ แต่เมื่อออกมาตรง ๔ แยกริมอ่างเก็บน้ำขับตรงเข้าไป(ให้อ่างเก็บน้ำอยู่ทางขวามือ) จนสุดทางจะเป็นศาลเจ้าเขาเต่า ติดกันจะเป็นวัดถ้ำเขาเต่า ที่สร้างเลียบภูเขาเหนือทะเล มีเส้นทางเดินขึ้นไปบนเนินชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามได้ แต่ถ้าย้อนกลับออกมาที่ ๔ แยกหน้าวัดใช้ถนนที่ให้อ่างเก็บน้ำอยู่ทางซ้ายมือ ถนนเส้นนี้จะพาไปถึงอีกด้านหนึ่งของเขาเต่า หาดน้อย ซึ่งสวยมาก เป็นหาดเล็กๆ มีรีสอร์ทเอกชนส่วนตัว แต่เข้าไปเที่ยวได้ เมื่อย้อนออกมาจากหาดน้อยจะมีทางไปถึงวนอุทยานปราณบุรีที่ผมเคยเอามาเขียนไปแล้วได้
อีกมุมของของเขาเต่าในปัจจุบัน คลองเขาเต่าในปัจจุบั


จะเห็นว่าถนนหนทางที่สะดวกสบายขึ้น ความเป็นอยู่ของราษฎร์ที่ไม่ได้ขาดแคลนปัจจัยสี่เฉกเช่นในอดีต มาจากพระบารมีของในหลวงที่แผ่ไพศาล เมื่อพระรอยพระบาททรงประทับ ณ แผ่นดินใด ก็ดั่งนำพาความร่มเย็นไปสู่ที่นั่น เพราะเหตุนี้ประชาชนถึงเคารพรัก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างมิเสื่อมคลาย ใครต่อใครจึงได้พูดว่า ตนเองนั้น “เกิดในแผ่นดิน รัชกาลที่ ๙ “ อย่างภาคภูมิใจ.... ............................................... (ประเทศไทยใจเดียว-เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ-๑๒ พ.ย.๒๕๕๙)
ชายหาดวัดเขาเต่า ชายหาดวัดเขาเต่า


แนะนำให้อ่านต่อ