เวียงเก่า…หุบเขาแห่งไดโนเสาร์

เวียงเก่า...หุบเขาแห่งไดโนเสาร์ อ.เวียงเก่า เพิ่งแยกตัวออกมาจาก อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เมื่อปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ถ้านับเป็นเด็ก ก็เพิ่งจะมีอายุ ๙ ขวบ แต่เป็น ๙ ขวบที่มีความมหัศจรรย์และน่าทำความรู้จักอย่างมาก
รูปทรง-อ.เวียงเก่าที่ไม่มีที่ใดเหมือนในประเทศไทย รูปทรง-อ.เวียงเก่าที่ไม่มีที่ใดเหมือนในประเทศไทย


ครั้งที่ อ.เวียงเก่า ยังเป็นส่วนหนึ่งของ อ. ภูเวียง แม้จะห่างจากที่ทำการ อ.ภูเวียงไม่มาก แต่ด้วยรูปพรรณสัณฐานที่นับว่าแปลกประหลาด และดูเหมือนปิดตัวเองเป็นเอกเทศ ถ้าบ้านมีรั้วเป็นตัวแบ่งกั้นโลกภายนอก อ.เวียงเก่าก็มีเทือกเขาภูเวียง เป็นขอบรั้วกั้นโดยรอบ เพียงแต่รั้วนี้ล้อม อ.ภูเวียงเป็นรูปทรงกลม หรือเป็นอำเภอที่มีวงแหวนแห่งภูเขาภูเวียงกั้น คนในอดีต จึงเข้าใจว่า แท้จริงแล้ว หุบเขาของ อ.เวียงเก่านั้น เกิดจากการพุ่งชนของอุกาบาตเมื่อนับแสน นับล้านปีก่อน จึงได้มีรูปทรงเป็นอย่างนี้ แต่นักธรณีได้อธิบายแล้วว่าการเกิดขึ้นของหุบเขา อ.เวียงเก่า แท้จริงก็มาจากการเบียดชนกันของแผ่นเปลือกโลกสองแผ่น แล้วดันพื้นดินให้ยกตัวสูงขึ้น กลายเป็นที่ราบสูงทางอีสาน และเกิดเป็นภูเขาต่างๆ วันเวลา น้ำลม แดด ขัดเกลา สึกกร่อน จนทำให้เวียงเก่า กลายเป็นแอ่งกระทะ ท่ามกลางการโอบกอดของภูเขาอย่างแท้จริง เฉกเช่นทุกวันนี้ อ.เวียงเก่า ใช้ขอบคูภูเขาของเทือกภูเวียงเป็นรั้วกั้น มีเพียงกิ่วเขาเล็กๆบริเวณศาลเจ้าจอมนรินทร์เท่านั้นที่เป็นดั่งช่องทางเดียวที่นำพาสู่โลกภายนอก
รูปปั้นเจ้าจอมนรินทร์ รูปปั้นเจ้าจอมนรินทร์


เจ้าจอมนรินทร์นั้น ในตำนานชาวเวียงเก่าเล่าว่าคือขุนทหารแห่งล้านช้าง ผู้นำกลุ่มคนที่เบื่อหน่ายการทำศึกสงครามจึงชักชวนกลุ่มคนเลือกใช้ทำเลที่ปิดตัวเองเข้ามาตั้งรกรากอยู่มานานนับร้อยๆปี การที่มีศาลไปอยู่ในตำแหน่งประตูทางเข้าอำเภอ จึงเป็นที่ศักดิสิทธิ์ของคนใน อ.เวียงเก่าอย่างมาก การบนบานต่างๆเกิดขึ้นมิได้ขาด ส่วนเทือกเขาภูเวียงส่วนที่ยังเป็นภูเขาสูงถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติภูเวียง ที่ซุกซ่อนแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติไว้มากมาย ภายในพื้นที่ไม่กว้างนักของ อ.เวียงเก่า มีสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย ....
วัดผาเกิ้ง วัดผาเกิ้ง


วัดผาเกิ้ง สร้างอยู่บนขอบคูภูเขา เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ที่ซุกซ่อนเร้นกายในร่มเงาไม้ ต่อมามีการสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ และรูปปั้นของพญานาคและมังกร เมื่อเข้าไปภายในองค์พระพุทธรูปที่คล้ายศิลปะคัณธาระของอินเดียนั้น จะนำพาขึ้นไปยังองค์พระแล้วมองมาเห็นขอบคูของ อ.เวียงเก่าได้ชัดเจนขึ้น กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอเวียงเก่า
วัดจัทรเขมาราม วัดจัทรเขมาราม


วัดจันทร์เขมาราม อยู่อีกฟากขอบคูด้านหนึ่งเทือกเขาภูเวียง วัดจันทร์เขมาราม เป็นวัดที่ตั้งเกือบติดภูเขา มีเนินเขาสูงที่บนยอดเป็นที่ตั้งของพระธาตุเจดีย์พุทธภูมิศรีภูเวียง ซึ่งจะทำให้เห็นพื้นที่ของ อ.เวียงเก่าโดยรอบ ทางขึ้นสู่เจดีย์จะมีบันไดนาคนำพาขึ้นไปนับร้อยๆขั้น และปรากฏการณ์ที่น้ำกัดเซาะหินทรายเป็นร่องเป็นเกล็ด คล้ายเกล็ดพญานาค นำความมหัศจรรย์และน่าศึกษาทางธรณีอย่างมาก
รูปวาดฝ่ามือแดง วัดถ้ำศรีกวาง รูปวาดฝ่ามือแดง วัดถ้ำศรีกวาง


วัดถ้ำศรีกวาง เป็นวัดเล็กๆ สงบ เงียบ เป็นสถานที่วิปัสสนากรรมฐาน มีเพิงถ้ำที่มีรูปรอยฝ่ามือแดง ซึ่งเป็นภาพวาดก่อนประวัติศาสตร์ร่วมสมัยกับที่ผาแต้ม และร่องรอยและปรากฏการทางธรณีที่น่าสนใจหลายอย่าง การเที่ยวชมวัดไม่ว่าจะเป็นที่ใด ก็ควรเป็นไปด้วยความสงบ สำรวม การแต่งกายและปฏิบัติตนก็ควรเหมาะควรแก่สถานที่
อาคารโรงเรียน อาคารโรงเรียน


นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนภูเวียงวิทยายนที่มีรูปทรงสวยงามไม่สมกับการอยู่ในอำเภอเล็กๆ แท้จริงโรงเรียนแห่งนี้เป็นผลพวงมาแต่ครั้งรัชกาลที่ ๕ จัดระบบการศึกษาแผนใหม่ให้ทันสมัย และเพื่อให้ประชาชนได้รับการศึกษา ในอีสาน ที่นี่จึงถูกเลือกให้นำร่องแห่งหนึ่งในฐานะที่เป็นหัวเมืองใหญ่ อาคารโรงเรียนที่สง่างามสร้างแต่ปี พ.ศ. ๒๔๔๑ แม้ทุกวันนี้ก็ยังปรากฏความสง่างามมิเสื่อมคลาย
ภายในพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง ภายในพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง


พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง แต่มาตั้งในเขต อ.เวียงเก่า เพราะตั้งมาก่อนที่จะแยกเป็น อ. เวียงเก่า สถานที่แห่งนี้ขึ้นอยู่กับกรมทรัพยากรธรณี เป็นที่รวบรวมชิ้นส่วนซากดึกดำบรรพ์ที่ขุดพบเจอในพื้นที่ อ.เวียงเก่า แล้วนำมาจัดแสดง ทั้งมีห้องแลป ที่สำหรับปฏิบัติการทางซากดึกดำบรรพ์ต่างๆที่ขุดพบในภาคอีสาน มีการจัดแสดงเรื่องราวของการกำเนิดโลก หิน แร่ ต่างๆยุคต่างๆที่ไดโนเสาร์ครองโลกจนกระทั่งสูญพันธ์และมีมนุษย์มาในปัจจุบัน มีการจัดแสดงที่น่าสนใจ
การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ การจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์


ในพื้นที่หุบเขาเวียงเก่านี้ ถือเป็นจุดกำเนิดการขุดค้นซากฟอสซิลในเมืองไทยเราเป็นแห่งแรก ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง ในขณะที่เมืองไทยราไม่เคยรู้จักการขุดหาซากไดโนเสาร์มาก่อน องค์ความรู้เรื่องไดโนเสาร์มีเพียงในตำรา จนกระทั่งมีการมาขุดเจาะสำรวจหาแร่ยูเรเนียมในเทือกเขาภูเวียง นักสำรวจกลับไปพบชิ้นส่วนคล้ายกระดูกสัตว์ในลำห้วย จึงส่งกระดูกนั้นไปพิสูจน์ยังต่างประเทศ และถูกยืนยันว่ามันคือกระดูกไดโนเสาร์ จึงเกิดการร่วมมือกันระหว่างต่างประเทศและไทย ทำการขุดค้นในพื้นที่ มีหลุมขุดค้นต่างๆ หลายหลุมและจากการขุดค้น ทำให้เจอชิ้นส่วนต่างๆของสัตว์ดึกดำบรรพ์มากมาย และเมื่อมีการพิสูจน์แล้วพบว่าเป็นไดโนเสาร์ชนิดใหม่ที่ เพิ่งค้นพบเจอที่แรกในประเทศไทย ในหุบเขาแห่งนี้ถึง ๔ ชนิด(จากที่ค้นพบชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทย ณ ปี ๒๕๕๙ ที่พบแล้ว ๙ ชนิด) คือ สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส, ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน, สยามโมซอรัส สุธีธรนี และกินรีไมมัส
ทางลงหลุมขุดค้นที่ ๓ ทางลงหลุมขุดค้นที่ ๓


หลุมขุดค้นส่วนใหญ่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง โดยหลุมที่ ๓ ห่างจากที่ทำการ อุทยานแห่งชาติราว ๒๐๐ เมตร เป็นลำธารที่ค้นพบเจอกระดูกไดโนเสาร์ครั้งแรก ส่วนหลุมอื่นๆจะเป็นเส้นทางเดินชมธรรมชาติ
หลุมขุดค้นที่ ๙ หลุมขุดค้นที่ ๙


ที่น่าสนใจคือหลุมขุดคนที่ ๙ ที่ค้นพบส่วนของหางทั้งท่อน ของไดโนเสาร์ สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส เป็นไดโนเสารที่เป็นบรรพบุรุษของทีเร็กส์ ที่เรารู้จักกันดี ส่วนแหล่งท่องเที่ยวต่างๆของอุทยานแห่งชาติภูเวียงนั้นจะอยู่บนเทือกเขาสูง มีทางลาดยางนำไปจนถึงจุดต่างๆที่น่าสนใจ ได้แก่ dscf8919_resize   20160712_070147_resize ลานหินรอยเท้าไดโนเสาร์ ที่มีรอยเท้าไดโนเสาร์หลานชนิดปรากฏบนลานหินหลายรอย รวมทั้งร่องรอยของสัตว์ประเภทหนอนที่เคยอยู่ในน้ำเมื่อนับล้านๆปีก่อน ก็ปรากฏเด่นชัดบนลานหิน dsc_1114_resize ส่วนผาชมตะวัน จะเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่เหมาะกับการดูพระอาทิตย์ขึ้น มองเห็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์และภูเก้าภูพานคำอย่างชัดเจน dscf1196_resize น้ำตกตาดฟ้า เป็นน้ำตกขนาดกลาง สูงราว ๑๒ เมตรในหุบเขาที่ร่มรื่น dscf9016_resize ทั้งยังมีจุดกางเต็นท์ที่เงียบสงบ ร่มรื่น มีจุดชมวิวเห็นภูกระดึงและผานกค้า และยังมีที่เดินป่าอีกหลายเส้นทาง จึงเห็นว่า แม้จะเดินทางท่องเที่ยวในไทยมามาก แต่ไม่เคยคิดว่าพื้นที่ที่ถูกโอบล้อมโดยภูเขาแห่งนี้จะมีอะไรที่น่าสนใจ การได้รู้จัก จึงเป็นการเปิดหูเปิดตาและควรค่าแก่การไปเยือนสักครั้งหนึ่งโดยแท้.... ...................................................

แนะนำให้อ่านต่อ