ชีวิตเพื่อพงไพร…๓๑ กรกฎาคม วันพิทักษ์ป่าโลก

DSC_2515_resize ๓๑ ก.ค วันพิทักษ์ป่าโลก ....นานมาแล้ว ในป่าห้วยขาแข้ง ผมตั้งแค้มป์ริมลำขาแข้งที่พอเข้าหน้าแล้ง ระดับน้ำจะไหลเรี่ยผิวทรายในลำน้ำ เวลาจะอาบหรือใช้ต้องขุดหลุมทรายพอให้ใช้ฝาหม้อสนามตักได้ เวลาจะใช้ต้องปล่อยให้มันตกตะกอน น้ำที่จะใช้ดื่มกินต้องมีผ่ากรองหลายๆชั้น ถึงกระนั้นข้าวที่หุงวันนั้นก็ออกจะกรุบกรอบด้วยเม็ดทราย ในป่าแม้หน้าแล้ง อากาศก็ออกจะเย็นสบาย ป่าเบญจพรรณ ริมลำห้วย จึงพอมีใบอยู่บ้าง เพียงหัวค่ำ เสียงเก้ง เสียงช้าง หมาป่า ก็ได้ยินลอยมาไกลๆ กองไฟในป่าวันนั้น ผมถามเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ที่ทำหน้าที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า แต่วันนี้มานำทางผมเข้าป่า ถามถึงการเดินลาดตระเวน และเหตุการณ์สำคัญๆที่เขาเจอมา.... ...ครั้งหนึ่ง ในการออกป่าลาดตระเวน เฉกเช่นทุกครั้ง ที่พวกเขาเป็นชุดสายตรวจ ที่จะต้องมีหน้าที่ลาดตระเวนดูป่า ไปครั้งละ ๕ วัน ๗ วัน แล้วแต่ภารกิจ กลับออกมาก็มาพัก ๔-๕ วัน ก็ต้องออกป่าอีก เป็นอย่างนี้ตลอด ครั้งนั้นชุดสายตรวจเขา เข้าป่ากัน ๖ คน ก็เป็นเหมือนเช่นทุกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ ในวันที่ ๓ ของการออกลาดตระเวน ได้ยืนเสียงปนดังมาจากป่าข้างหน้า ๑นัด "พวกล่าสัตว์" ชุดสายตรวจจึง เดินเข้าไปทิศทางเสียงปืนอย่างระมัดระวัง ตามยุทธวิธีที่ไปฝึกกันมา ทิ้งระยะห่างกัน คนละ ๒ เมตรโดยประมาณ คนเล่าเรื่องเป็นคนที่ ๓ ขณะกำลังค่อยๆเดินเข้าไปหา “เปรี้ยง” เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่อยู่หน้าเขา ทรุดลงไปต่อหน้า เป้หลังเทินทับร่าง ดินทรายชายฝั่งน้ำชุ่มไปด้วยเลือด หลังเสียงปะทะจากฝั่งป่าไม้ที่ยิงไปโดยไม่รู้ว่าพรานป่าอยู่ตรงไหนแน่สงบลง เมื่อมาดูเพื่อนยังหายใจรวยริน การปฐมพยาบาลในเรื่องใหญ่ขนาดนี้ดูจะเกินกำลัง ...การเข้าป่า ตรวจป่าตั้งนั้น เข้าไป ๖ ชีวิต แต่กลับออกมา ๕ ชีวิตและอีก ๑ ร่างที่ไร้วิญญาณ ขอคารวะ ผู้ที่สละชีวิต และวิญญาณเพื่อปกป้องป่าไทย....... .....................................................................................................................................................

แนะนำให้อ่านต่อ