เวียงเก่า….หุบเขาสำราญ

ประเทศไทยใจเดียว คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ www.facebook.com/tawanyimchangweb                                                                                   เวียงเก่า...หุบเขาสำราญ                       ก่อนเล่าเรื่องใหม่ต้องขออภัยที่คราวก่อนในเรื่องทะเลโบราณผมให้ข้อมูลผิดพลาด ๒-๕ ล้านปี เป็นช่วงบรรพบุรุษของมนุษย์ปัจจุบัน ๕๐๐๐ ปีก่อนมนุษย์รู้จักการเพาะปลูก วัฒนธรรมบ้านเชียงที่เก่าแก่ก็ประมาณนั้น ภาพเขียนสีผาแต้มอายุราว ๓๐๐๐ ปี ซากไดโนเสาร์เก่าสุด ๒๑๐ ล้านปีที่หนองบัวแดง ชัยภูมิ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ “....สังเกตไหมครับว่าเวียงเก่ามันมีภูเขาล้อมรอบตรงกลางเป็นแอ่งที่ราบเนื้อที่ไม่มาก มีทางเข้าเป็นช่องแคบๆทางเดียวนี่แหละครับ แต่ก่อนมันโดนอุกาบาตรพุ่งชนโลก ตรงกลางมันเลยเป็นหลุมขนาดใหญ่อย่างที่เห็น ไดโนเสาร์ในนี้ถึงได้ตายกันหมด...” ผมแว่วๆ ได้ยินใครบางคนในกลุ่มนักท่องเที่ยวบอกให้เพื่อนๆฟัง ขณะที่ผมยืนดูภูมิประเทศของ อำเภอเวียงเก่า จ.ขอนแก่น จากหน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่วัดผาเกิ้ง เวียงเก่าน่าจะเป็นอำเภอที่เป็นส่วนตัวอย่างมากเพราะตั้งอยู่ในแอ่งเขาที่มีภูเขาล้อมรอบทุกด้าน มีช่องทางเข้าแคบๆทางด้านตะวันออก อีก ๓ ทิศคือแนวเทือกเขาสูงของภูเวียงทั้งสิ้น อำเภอนี้จึงดูเป็นอำเภอในหุบเขาจริงๆ เป็นแอ่งอย่างเขาว่า ผู้คนบางเบา ผมเพิ่งเข้าใจคำว่า ท่ามกลางการโอบกอดของขุนเขาอย่างงเห็นชัดกับตาก็คราวนี้นี่เอง
รูปร่างแอ่งเขาเวียงเก่า-ในเขาภูเวียง รูปร่างแอ่งเขาเวียงเก่า-ในเขาภูเวียง


                   อำเภอเวียงเก่าเพิ่งแยกตัวออกมาจากอำเภอภูเวียงเมื่อปี ๒๕๕๐ นี่เอง อาจจะเป็นอำเภอที่เล็กที่สุด และเป็นอำเภอที่ใช้ภูเขาทำเป็นแนวเขต อาจจะแปลกใจที่คำว่า “เวียง”นำหน้า ไฉนมาปรากฏในภาคอีสาน แต่พอรู้ประวัติของผู้คนที่มาตั้งถิ่นฐานเริ่มแรกในหุบแห่งนี้เมื่อดั้งเดิมว่ามาจากฝั่งลาว และลานช้าง ก็อาจจะไม่แปลกใจที่นำพาชื่อ “เวียง”มานำหน้าชื่อชุมชนตัวเอง                  แล้วเวียงเก่าเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่มาจากอุกาบาตรพุ่งชนจริงไหม ? ผอ.นิมิตร ศรคลัง ผอ.ทรัพยากรธรณีเขต ๒ ที่ดูแลเรื่องทรัพยากรธรณีทั้งหมดในภาคอีสาน และ ผอ.พิทักษ์ เทียมวงศ์ ผอ.ส่วนธรณีวิทยา ของธรณีเขต ๒ ร่วมกันให้ข้อมูลว่า ถ้าดูตามรูปร่างของแอ่งเวียงเก่าก็น่าจะเป็นแบบนั้น แต่แล้วลูกอุกาบาตที่มันพุ่งชนละอยู่ไหน? หากแต่แท้จริงเป็นผลมาจากการเบียดชนของแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียกับแผ่นมหาสมุทรอินเดีย ทำให้แผ่นดินไทยฝั่งอินโดจีนยกตัวกลายเป็นที่ราบสูงโคราชที่เวียงเก่าก็อยู่ในนี้ และมีการกระทำเกิดขึ้นอย่างน้อย ๒ ครั้งในทิศทางที่ต่างกัน แล้วถูกน้ำ-ลม สภาพแวดล้อมอื่นๆ ปั้นแต่ง เป็นเวลา ๖๐ ล้านปีจนกลายเป็นแอ่งอย่างในปัจจุบัน แสดงว่าก่อนเป็นแอ่งแบบนี้ ไดโนเสาร์เดินกันให้เกลื่อนย่านนี้มาแล้ว
วัดผาเกิ้ง วัดผาเกิ้ง


                พื้นที่หุบเขาเวียงเก่าพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเทือกเขาภูเวียงซึ่งพื้นที่ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติคลุมเกือบทั้งหมด อำเภอนี้จึงเป็นอำเภอที่มีแต่ป่าเสียครึ่งค่อน จึงมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติมากมายในอุทยานแห่งชาติแห่งนี้นั้นเยอะกว่าที่คิดทีเดียว แล้วเดินทางไปแต่ละจุดนี่แสนง่ายดายเพราะเขาทำทางลาดยางอย่างดี เริ่มตั้งแต่เนินแรกซึ่งยังไม่มีชื่อ แต่เป็นจุดที่เห็นทิวทัศน์ของภูกระดึงและผานกเค้าได้อย่างโดดเด่น ถัดไปไม่ไกลบริเวณที่เรียกว่าหินลาดป่าชาดปรากฏรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดเล็ก ที่เดิน ๒ ขา เป็นรอยเดินขวักไขว่ และร่องรอยของพวกหนอนชอนไชสัตว์น้ำโบราณที่ทิ้งร่องรอยไว้ให้เห็นจนปัจจุบัน                  ใกล้กันเป็นผาชมตะวัน ซึ่งจะเห็นพื้นที่ฝั่ง อ.หนองนาคำ และอ่างเก็บน้ำของเขื่อนอุบลรัตน์ จริงๆที่นี่ควรมาแต่เช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบเทือกภูเก่า-ภูพานคำถ้าจะให้แจ่ม..ก็มาจิบกาแฟกรุ่นๆจะได้บรรยากาศมาก เพราะอากาศบนนี้ถือเป็นสันเขาภูเวียง จึงหนาวเย็นยะเยือกโดยเฉพาะในฤดูหนาว ไม่ห่างกันนักจะเป็นทางเดินป่าเข้าไปราว ๒๐๐ เมตร ก็ถึงน้ำตกตาดฟ้า หน้าผาน้ำตกสูงราว ๑๕ เมตร ซ่อนตัวในป่าทึบของเขาภูเวียง ที่นี่ไม่เคยขาดน้ำ ถึงช่วงแล้งน้ำไม่ไหลบ่าผ่านหน้าผา ก็จะลอดออกจากกลางผาตกลงมา แล้วเขามีลานกางเต็นท์อย่างดี หญ้าเรียบกริบ น่ามาพักแรมอย่างมาก ที่ว่ามานี่...ทางลาดยางอย่างดีแวะเที่ยวเป็นจุดๆ ตามทางได้สบาย และเส้นทางน่ามาปั่นจักรยานมาก รถไม่มีและบรรยากาศสองข้างทางร่มรื่น ด้วยป่าสมบูรณ์ เช้าๆ นกป่าร้องกันให้รึ่ม หน้าหนาวนี้ ได้ที่เที่ยวใหม่อีกแล้ว.
รอยเท้าไดโนเสาร์ที่หินลาดป่าชาด รอยเท้าไดโนเสาร์ที่หินลาดป่าชาด


                  แต่เขายังมีเส้นทางที่อาจต้องเดินเท้า๓-๔ กิโลเมตร ไปดูน้ำตกทับพญาเสือ ถ้ำฝ่ามือแดง ลานดอกไม้ดิน(ช่วงตุลาคม) และอีกสารพัดแห่ง ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวธรรมชาติของอุทยานภูเวียงคือฤดูฝนและฤดูหนาว เรียกว่าหนาวเข้าไส้ สำหรับที่นี่มาถึงก็ถามที่อุทยานฯเขาดู                     ที่นี่..คือหลุมขุดค้นไดโนเสาร์แห่งแรกของไทยและต่อยอดไปยังหลุมอื่นๆจนเราเจอไดโนเสาร์ชนิดใหม่เรื่อยๆ สำหรับที่นี่ถ้าจะให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างชนิดไม่ต้องมาจินตนาการ แนะให้ไปดูหลุมขุดค้นที่ ๙ ที่จะเห็นส่วนตะโพกมาจนถึงปลายหางของไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ เขาศึกษากันแล้วว่า เป็นสกุลและชนิดใหม่ของโลก เลยตั้งชื่อว่า สยามโมไทรันนัส อิสานเอนซิส และคาดว่าเป็นบรรพบุรุษของ ไทรันโนซอรัส เร็กซ์ ที่มีขนาดใหญ่กว่า แค่เห็นขนาดหางที่ขัดเจนขนาดนี้ ก็คาดขนาดลำตัวเกือบ ๗ เมตรละครับ เสียดายที่ส่วนลำตัวหาไม่เจอ
หลุมขุดค้นที่-๙-ที่เห็นส่วนหางอย่างชัดเจน หลุมขุดค้นที่-๙-ที่เห็นส่วนหางอย่างชัดเจน


                  จริงๆเขามีหลุมขุดค้นอีกหลายแห่งในบริเวณรวมทั้งแหล่งขุดสำรวจแร่ยูเรเนียมในไทย และซากฟอสซิลหอย ตามเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติด้วย แต่ถ้าร้อนก็แวะเข้าไปที่พิพิธภัณฑ์ธรณีภูเวียงที่เดียวจบ เพราะเขารวบรวมซากฟอสซิลที่ขุดพบในพื้นที่และที่อื่นๆในภาคอีสาน มาขัดแต่ง รวมทั้งจัดแสดง อธิบายเรื่องโลก ภูเขาเกิดได้อย่างไร แผ่นดินไหวได้อย่างไร รวมทั้งไดโนเสาร์ต่างๆ จัดเป็นโซนๆ ดูง่าย เข้าใจดีและที่สำคัญ....เย็นฉ่ำ ดูได้อย่างมีความสุข ผมถึงไม่อยากให้ผ่านพิพิธภัณฑ์ธรณีของที่นี่ไป
.กาแฟยามเช้าที่ผาชมตะวัน .กาแฟยามเช้าที่ผาชมตะวัน


                    อันที่จริงในหุบแอ่งเวียงเก่า นอกจากวัดผาเกิ้งแล้ว เขายังมีวัดจันทร์เขมาราม ที่ขึ้นไปก็เห็นทิวทัศน์ของเวียงเก่าแบบ ๓๖๐ องศา หรือวัดถ้ำศรีกวางที่มีรูปรอยฝ่ามือแดงภาพเขียนร่วมสมัยกับที่ผาแต้มและปรากฏการณ์ทางธรณีที่น่าสนใจ ที่นี่ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกมากจนหน้ากระดาษผมบอกไม่หมด จนต้องชวนให้ท่านผู้อ่านไปพิสูจน์กันด้วยตา ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ภายในหุบเขาเล็กๆนี้ทั้งสิ้น                    หุบเขานี้ชวนสำราญใจจนยากจะลืม เหมือนได้หลุดพ้นเข้ามายังดินแดนแห่งความสุขที่แสนประทับใจ ถ้าฉิมพลีคือดินแดนในการเปรียบเปรยถึงแดนแห่งความสุขสำราญ ผมว่าของจริงก็ที่เวียงเก่านี่เอง อย่าเชื่อผม แต่ให้มาพิสูจน์เองครับ... ....................................................... (เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ-๒๓ ก.ค.๒๕๕๙)
น้ำตกตาดฟ้าในยามน้ำหลาก น้ำตกตาดฟ้าในยามน้ำหลาก


๗.ดินแดนของเขาในอดีต_resize

แนะนำให้อ่านต่อ