จอดป้าย….บ่อพลอย

ประเทศไทยใจเดียว คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ www.facebook.com/tawanyimchangweb                                                                                                                                                                                                                                 จอดป้าย...บ่อพลอย   น้ำตกเสาหิน วิเขียรบุรี หนึ่งเดียวของไทย   น้ำตกซับพลู น้ำตกเสาหินแห่งเดียวในไทย  ท่านผู้อ่านยังจำเรื่องที่ผมเขียนเล่าเรื่องน้ำตกเสาหินหกเหลี่ยม แห่งเดียวในประเทศไทยที่วิเชียรบุรี เพชรบูรณ์ได้ไหมครับ นักธรณีเคยบอกว่าที่วิเชียรบุรีก็เป็นย่านภูเขาไฟเกือบทั้งอำเภอ ในไร่ข้าวโพด มีหินภูเขาไฟเกลื่อนไปทั้งพื้นไร่ ผมดูข่าวทีวีช่องหนึ่งเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายน เขาออกข่าวว่า ชาวไร่ที่วิเชียรบุรีเดินดูตามพื้นไร่เพื่อหาพลอยที่ถูกฝนชะเป็นการหารายได้พิเศษ ก็มาสอดคล้องกับที่ อ.บ่อพลอย กาญจนบุรีนี้เช่นกัน การตั้งเป็นชุมชนบ่อพลอย ไม่ใช่อยู่ดีๆก็ตั้งชื่อมา แต่มันมีที่มาจากการที่พบพลอยต่างๆ กลิ้งตามพื้นดินในสมัยก่อนนี่แหละ เข้ามาหาพลอย และขุดพลอยกัน ทั้งที่ขุดด้วยแรงงานไม่มีเทคนิคอะไรซับซ้อน จนไปถึงการขุดแบบใช้เครื่องจักรอาจจะแบบข่าวที่วิเชียรบุรีนั่นก็ได้ เมื่อเสียงล่ำลือถึงการพบอัญมณีแบบง่ายๆ จึงดึงดูดให้ผู้คนจากทุกสารทิศเป็นเหมืองพลอยไปโน่นเลย นั่นเองชุมชนบ่อพลอยจึงถือกำเนิดขึ้นมาจากเหตุนี้
ผอ.นิวัติ-บุญนพ-กำลังเล่าถึงธรณีสัญฐานในบ้านเรา_ ผอ.นิวัติ-บุญนพ-กำลังเล่าถึงธรณีสัญฐานในบ้านเรา_


แล้วพลอยที่อำเภอบ่อพลอยมาจากไหน ? ผอ.นิวัติ บุญนพ นักธรณีชำนาญการพิเศษ กรมทรัพยากรธรณี ที่ไปให้ข้อมูลเรื่องธรณี จากโครงการธรณีสัญจร ของกรมทรัพยากรธรณี ที่พาสื่อมวลชนไปรู้จักเรื่องราวทางธรณีในที่ต่างๆ ได้พาไปภูเขาเตี้ยๆ หลังชุมชนอำเภอบ่อพลอย ที่พอรถขึ้นไปถึง ก็เห็นกองหินก้อนใหญ่ๆรวมกันบนยอดเขาระแกะระกะ ดูปร๊าดก็รู้ว่านี่มันหินบะซอลห์ทั้งนั้น แน่นอนว่าหินนี้เป็นผลผลิตของภูเขาไฟที่ปล่อยลาวาออกมาสู่พื้นโลก เมื่อลาวาร้อนในกลางโลกมันเหลวจนได้ที่ มันก็พยายามหารอยแตกของผิวโลกพอเจอมันก็ปะทุออกมา ระหว่างที่มันออกมามันก็ไปผ่านชั้นที่มีเพชร เป็นพลอย เป็นไพลิน เป็นอะไรต่อมิอะไรออกมาด้วย เหตุการณ์ภูเขาไฟที่บ่อพลอยนี้เกิดเมื่อ ๓-๔ ล้านปีก่อน พอลาวามันออกมามันก็ไหลไปทั่วบริเวณ นานวันเข้า กาลเวลา ธรรมชาติ น้ำ ลม การเสื่อมสลาย ก็กัดกร่อน ทำให้บรรดาหินอัญมณีทั้งหลายก็หลุดออกมาจากหินภูเขาไฟ ส่วนหินภูเขาไฟอื่นๆ ก็เสื่อมสลายเป็นดินไป แม้กระทั่งตัวภูเขาไฟเองก็ยังมีการเปลี่ยนสภาพจากการเสื่อมสลายบ้าง จากการขยับปรับตัวของแผ่นเปลือกโลกบ้างจนไม่เหลือรูปทรงเป็นภูเขาไฟอย่างที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน ผอ.นิวัติเคยบอกว่า บ้านเรานั้นจริงๆ มีภูเขาไฟหลายแห่ง แต่มันเสื่อมสภาพไม่มีรูปร่างเป็นรูปทรงภูเขาไฟอย่างที่เราคุ้นตากัน เพราะภูเขาไฟบ้านเราเป็นภูเขาไฟที่โบราณมากนิ่งสนิทไปแล้ว ผิดกับทางญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ที่เป็นภูเขาไฟเด็กๆ ที่ยังมีความเคลื่อนไหว หรือถ้าดับไปก็ไม่นานนัก เราจึงเห็นรูปทรงค่อนข้างชัดเจน
เสาหินหกเหลี่ยมที่บ่อพลอย เสาหินหกเหลี่ยมที่บ่อพลอย


กาลเวลาผ่านไป แผ่นดินหนาขึ้น กลบเกลื่อนพลอยเหล่านั้นไปใต้ดินบ้างขึ้นมาบนผิวดินบ้าง และนั่นเองจึงเป็นที่มาของการขุดหาพลอยเมืองกาญจน์จนกลายเป็นอำเภอบ่อพลอยในปัจจุบัน ที่ขึ้นชื่อของพลอยบ่อพลอยคือ ไพลิน หรือพลอยสีน้ำเงิน(BLUE SAPPHIRE) ไพลินที่นี่มีคุณภาพไม่ได้เป็นสองรองใคร บรรดาคนเล่นอัญมณีคงรู้จักกันดี อีกอย่างที่ขึ้นชื่อของที่นี่คือ นิล แต่ก่อนจะพบเห็นก้อนนิลเกลื่อนพื้นไม่ต่างจากไพลิน แต่มาระยะหลังๆ เมื่อของหายากขึ้นที่พบเห็นจึงเป็นก้อนหรือชิ้นนิลเล็กๆ เราได้มีโอกาสไปดูร้านพลอยและพูดคุยกับ “เฮียอ๋า” แห่งร้านพลอยกาญจน์ ใน อ.บ่อพลอย เฮียแกคร่ำหวอดกับวงการพลอยที่นี่มาร่วม ๓๐ ปีจึงให้ความรู้ได้แน่น โดยเฮียแกบอกว่าสมัยก่อนนั้นขุดพลอยกันแทบทุกตารางเมตรในเขตบ่อพลอยแต่พอหลังๆ พลอยหายากจึงเลิกกันไป ยังคงมีทำอยู่เจ้าเดียวคือที่บลูซัฟไฟร์กอล์ฟแอนด์คันทรีคลับ พอขุดได้รวบรวมได้ปริมาณหนึ่ง ก็จะให้พ่อค้าพลอยมาประมูลกัน เฮียอ๋าเองก็กลายเป็นคนรับซื้อพลอยแล้วเอามาแปรรูปอีกที พร้อมทั้งโชว์ก้อนนิลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่พบในปัจจุบันให้ดู
ไพลินดิบและที่เจียรนัยแล้ว ไพลินดิบและที่เจียรนัยแล้ว


ที่ อ.บ่อพลอยมีพระพุทธสีดำรูปองค์ใหญ่ อยู่บนยอดเขาเตี้ยๆในอำเภอบ่อพลอย ชื่อหลวงพ่อนิลประทานพร พระพุทธรูปองค์นี้ทาสีดำทั้งองค์ที่พิเศษคือ มีการนำนิลจริงๆ ชิ้นเล็กๆมาประดับในองค์ท่านด้วย เพื่อบ่งบอกให้รู้ว่าที่บ่อพลอยนี้เป็นถิ่นของนิลคุณภาพจริงๆ ขาดก็แต่ไพลินที่ขึ้นชื่อของอำเภอบ่อพลอยเช่นกัน แต่ไม่มีใครเอามาประดับองค์ท่าน ถ้าเอามาประดับ ข้าใจว่าองค์ท่านคงไม่เหลือสภาพเช่นปัจจุบันแน่ๆ
เสาหินบนยอดเนินภูเขาไฟเมื่อ-๓-๔-ล้านปีก่อน-ที่-อบ่อพลอย เสาหินบนยอดเนินภูเขาไฟเมื่อ-๓-๔-ล้านปีก่อน-ที่-อบ่อพลอย


แต่สิ่งหนึ่งที่ลาวาภูเขาไฟทิ้งไว้ให้เป็นปรากฏการณ์ทางธรณีคือ เสาหินหกเหลี่ยม ท่านผู้อ่านจำที่ผมเคยเขียนเรื่องที่วิเชียรบุรีได้ใช่ไหมครับ นั่นแหละเป็นปรากฏการณ์แบบเดียวกัน คือพอลาวาเหลวมันถูกพ่นออกมาสู่ผิวโลกก็จะเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว ผิวมันกจะแห้งและดึงกันจนแตกเป็นเหลี่ยมๆ เหมือนรอยแตกระแหงในท้องนา ภูเขาไฟที่บ่อพลอยนี้ก็เช่นกัน เพียงแต่ที่นี่ เสาแตกเป็นลักษณะตั้งตรง เป็นเสาขนาดใหญ่ไม่เหมือนที่ม่อนหินพิศวงที่แพร่หรือน้ำตกซับพลูที่วิเชียรบุรี แต่ที่นี่จะไปคล้ายๆกับที่ภูอังคาร บุรีรัมย์ ในต่างประเทศ ปรากฏการณ์เสาหินหกเหลี่ยมกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก อย่างที่ถ้ำฟิงกอลล์ ที่สก๊อตแลนด์ หรือ Giant's Causeway ที่ไอร์(Ireland)แลนด์ ใกล้บ้านเราก็ทีเกาะเชจู เกาหลีใต้ หรือเกาะไฮ ฮ่องกง ก็แบบเดียวกัน เพียงแต่ของเขาใหญ่มาก
Giant’s-Causewayที่สวยงามมาก (ภาพจากอินเตอร์เนต) Giant’s-Causewayที่สวยงามมาก (ภาพจากอินเตอร์เนต)


ผ่านไปบ่อพลอย ลองแวะเยือนสักนิด ไหว้พระหลวงพ่อนิลประทานพร แวะดูพลอยราคาไม่แพงเป็นของฝาก แล้วอย่าลืมเข้าไปดูปรากฏการณ์เสาหินหกเหลี่ยม ซึ่งที่เมืองกาญจน์ฯ  มีที่นี่ที่เดียว บ่อพลอยแม้มีอะไรไม่มาก แต่ก็อยากให้ไปดู..... .............................................................................
เฮียอ๋าโชว์นิลที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน เฮียอ๋าโชว์นิลที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน


 
.นิลที่ปะปนในหินภูเขาไฟ .นิลที่ปะปนในหินภูเขาไฟ


หลวงพ่อนิลประทานพร-ที่มีนิลประดับผิวองค์พระ หลวงพ่อนิลประทานพร-ที่มีนิลประดับผิวองค์พระ


 
อ.บ่อพลอยที่เติบใหญ่จากสินแร่ที่มาพร้อมลาวาภูเขาไฟ อ.บ่อพลอยที่เติบใหญ่จากสินแร่ที่มาพร้อมลาวาภูเขาไฟ


แนะนำให้อ่านต่อ