ตันหยงโปว์…สุดแผ่นดินมีมังกร

ประเทศไทยใจเดียว คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ kokkram@hotmail.com ตันหยงโปว์...สุดแผ่นดินมีมังกร ตันหยงโปว์ เป็นปลายแหลมสุดติ่งของสตูล ค่อนมาทางตะวันตกนิดๆ จากปลายแหลมนี้มองเห็นเกาะตะรุเตาราวจะตะโกนกันถึง ห่างเกาะลังกาวีของมาเลเซีย เหมือนจะว่ายน้ำไปถึงได้ นั่นหมายความว่าถ้าจะไปตันหยงโปว์ ก็ต้องเริ่มที่ตัวเมืองสตูลแล้วมุ่งหน้าไปทางท่าเรือเจ๊ะบิลัง แล้วจึงจะเห็นทางแยกเข้าไปตันหยงโปว์ ห่างตัวเมืองราวๆ ๒๐ กม. จะถือว่านี่คือสุดแผ่นดินของแดนสตูลก็ยังได้ ตันหยงโปว์เป็นตำบลเล็กๆที่มีหมู่บ้านบากันเคย หาดทรายยาว และตันหยงโปว์ ทั้งตำบลล้วนชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามเกือบ ๑๐๐ % ส่วนใหญ่ทำการประมง มีทำสวนยางพาราบ้างเป็นส่วนน้อย บ้านเรือนปลูกสร้างอยู่ริมทะเล เพี่อสะดวกในการออกทะเล บ้านบากันเคย ที่ผมพบเห็น จึงเป็นหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่มีชีวิตที่สงบเงียบ เช้าๆ ผู้ชายที่กลับจากทะเล ก็ง่วนอยู่กับเรือที่เพิ่งกลับเข้าฝั่ง บ้างก็นั่งสนทนาในร้านน้ำชา ข้าวเหนียวปิ้ง ข้าวเหนียวสังขยา เป็นเครื่องเคียงที่ดูเข้ากันกับน้ำชายามเช้าในย่านนี้ แม่บ้านขี่มอเตอร์ไซค์ เอาสินทรัพย์จากทะเลที่พ่อบ้านเพิ่งเอาขึ้นฝั่ง ไปขายให้บ้านที่รับซื้อรวบรวมรอพ่อค้าจากในเมืองอีกที ปู ปลา กั้ง กุ้ง ถ้าชมชอบอาหารทะเลสด ใหม่ จึงต้องไปที่นี่ ขึ้นจากทะเลก็นำไปพร้อมปรุง ครั้นเดินเตร่ไปเรื่อยในหมู่บ้าน จึงเห็นการทำกะปิเคยที่ออกจะแพร่หลายในชุมชน ชื่อบากันเคย จึงอาจเป็นเครื่องรับรองได้ว่าย่านถิ่นนี้เขาขึ้นชื่อเรื่องการทำกะปิเคยจนกระทั่งเป็นชื่อของหมู่บ้าน เดินชมชุมชนริมทะเลปลายแหลมตันหยงโปว์ พอเพลินๆแล้วจะรักในชีวิตที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน 1_resize_resize ท่าเรือปูนที่ทอดยาวออกไปจากหมู่บ้าน นี่อาจจะเป็นช่องทางที่นำพา การหาอยู่หากิน รวมทั้งเป็นประตูเปิดโลกของชุมชนแห่งนี้ ปลายสะพานที่มองเห็นเกาะตะรุเตาไม่ไกลในวันที่ลมแรง ปลายธงที่ติดบนเรือแต่ละลำที่เทียบท่า สะบัดตั้งอยู่ตลอดเวลานั้น ดูแล้วสวยงามในวันแดดจัด ในสายตาคนไทย ธงชาติไหนจะงามเท่าธงชาติไทยเล่า ผมมีนัดกับอาเล็น ระสุโส๊ะ ผู้บุกเบิกการท่องเที่ยวในชุมชนถึงการออกไปเยือนสันหลังมังกรใหญ่ หรือจะเรียกว่ามังกรสตูลก็ไม่ผิด มังกรที่โผล่พ้นน้ำโชว์สันหลังขนาดใหญ่ กว้างนับสิบเมตรและยาวร่วม ๕ กิโลเมตร สันหลังมังกรนี้ใหญ่ขนาดที่จังหวัดสตูล เคยมาจัดปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติในหลวงมาแล้ว แม้กระทั่งมาจัดวิ่งบนสันหลังมังกรนี้ก็เคยทำ ไม่นับว่าใหญ่ จะเรียกว่าอะไรได้ วันที่ผมเดินทางเยือนมังกรสตูล มีทีมงานหนังสือเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิค ฉบับต่างประเทศร่วมเดินทางด้วย จึงอาจจะถึงคราวที่มังกรใหญ่จะได้เป็นที่รับรู้กันทั่วโลกก็อาจเป็นได้
เมื่อมังกรมาอาบแดด เมื่อมังกรมาอาบแดด


สันหลังมังกรที่ว่าคือแนวหาดทรายที่โผล่พ้นทะเลยามน้ำลงนั่นเอง แนวสันทรายจะพลิกพลิ้วเป็นรูปร่างต่างๆตามที่กระแสคลื่นจะเป็นคนปาดปั้น ในทุกยามที่แนวทรายสันหลังมังกรโผล่ จึงมีรูปร่างที่ไม่เหมือนกันสักครั้ง และถ้าเข้าใจธรรมชาติของชายหาดและแนวทราย ก็จะรู้ว่าจะต้องมีเกาะเป็นตัวก่อแนวทราย โดยเฉพาะย่านหย่อมเกาะที่อยู่ใกล้เคียงกัน โอกาสที่สันทรายจะเชื่อมกันได้มาก แต่หากเป็นเกาะโดดเดี่ยว เราอาจเห็นแนวทรายอยู่เพียงฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แน่นอนว่า แนวทราย ย่อมคนละความหมายกับชายหาด ที่ปลายแผ่นดินสตูลก็ไม่ได้หลุดพ้นกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ มังกรใหญ่แห่งสตูล จึงถือเอาเกาะหัวมันเป็นหัวมังกร ส่วนหางนั้นพาดพันไปทางตะวันตก ยาวหรือสั้นขึ้นอยู่ที่คลื่นจะเป็นผู้ปั้นแต่ง แต่หากได้เห็นภาพถ่ายทางอากาศจากกูเกิลเอิร์ทยามที่มังกรโผล่พ้นน้ำ จะเห็นคล้อยตามเลยว่าช่างเหมือนมังกรเล่นน้ำจริง รูปร่างมันจะคดโค้งไปมาราวมังกรขยับกายแทบไม่ผิดเพี้ยน
หาดหินบนเกาะหัวมัน หาดหินบนเกาะหัวมัน


เกาะหัวมัน เป็นเกาะหินเล็กๆ ที่คลื่นพัดทรายไปกองรวมอยู่ทางด้านหนึ่ง แนวทรายย่านนี้จึงเป็นที่จอดเรือได้เป็นอย่างดี บนเกาะมีกระท่อมชาวประมงอยู่ หย่อมหนึ่ง เป็นกระท่อมจริงๆ คือปลูกแค่พอคุ้มน้ำค้าง พอได้บังลมและแดด ไว้สำหรับซ่อมเรือหรือพักเอาแรงของชาวประมง ๓-๔ วันจึงเข้าฝั่ง เพราะบนเกาะไม่มีน้ำจืด นอกจากแนวทรายด้านหน้าเกาะแล้ว สองฝั่งฟากคือหาดหิน แต่เพียงนี้ ก็พอควรกับการเป็นหัวมังกรแล้ว มังกรใหญ่แห่งสตูลนั้น ต่างจากมังกรที่ตรังตรงที่ มังกรสตูลมักเป็นสันแนวเปลือกหอยที่ถูกคลื่นขัดเกลาจนลบเหลี่ยมลบมุมจนสิ้น แน่นอนว่าอีกร้อยอีกพันปี เปลือกหอยเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของผืนทรายชายทะเล แต่ทว่าวันนี้จึงยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสันหลังมังกรเปลือกหอยอย่างชัดเจน นอกจากเกาะหัวมันแล้ว เกาะเล็กเกาะน้อยอื่นๆในย่านนี้ทั้งหมด ล้วนแล้วแต่ไม่มีคนอยู่อาศัย หรือมาจับจองอะไรทั้งสิ้น เกาะกวาง เกาะเหล็ก ฯลฯ บางเกาะมีชายหาดที่สวยงาม มีป่าบนเกาะที่พอให้ได้หลบแดด บางเกาะมีจุดชมทิวทัศน์ที่งามตา แต่ทว่า....ไร้ผู้คน เกาะเหล่านี้สามารถเอาเรือไปเกยหาดทรายแล้วขึ้นไปเดินเล่น พักผ่อน เล่นน้ำ ทานอาหารหรือจะอาบแดดให้ตัวคล้ำก็ย่อมทำได้ เพราะไม่มีใครอยู่บนเกาะ รวมทั้งนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้มากมายอะไร วันทั้งวันจึงอาจเคลิ้มไปว่าเป็นเกาะส่วนตัวของเรากได้ บ้านบากันเคย ปลายแผ่นดินตันหยงโปว์ นอกจากจะมีมังกรแล้วยังอาจจะได้เป็นเจ้าของเกาะ แม้เพียงชั่วคราว ก็ยังนับว่าสร้างความอิ่มเอมได้ไม่บันเบา แต่ถ้าจะให้ครบเครื่องของการมาเที่ยวทะเลต้องไม่พลาดอาหารทะเล ในเมื่อบากันเคยเป็นย่านของทะเลสดๆ ที่เพิ่งขึ้นจากฝั่ง ก็ทดลองการปรุงอาหารทะเลรสแซ่บจากปลายจวักของแม่บ้านบากันเคย แล้วจะรู้ว่า มาตันหยงโปว์ นอกจากอาหารตาที่พาให้สำราญ อาหารท้องกพาลให้ลืมอิ่ม อยากทดลองที่บอกมาทั้งหมดก็ลองติดต่อ อาเล็น โทร.๐๘๓-๕๓๔-๘๙๙๐ หรือ ๐๘๕-๘๙๙-๙๗๘๙ ปลายสุดแผ่นดินสตูลคือตันหยงโปว์ ปลายตันหยงโปว์มีมังกร อย่าปล่อยมังกรตันหยงโปว์ให้ลอยนวล มีโอกาส ไปเหยียบหลังมังกรกันครับ.... ............................. @ เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ ๑๔ พ.ค.๕๙ @ เปลือกหอยที่รวมกันเป็นมังกรสตูล ของขึ้นชื่อบ้านบากันเคย
สินทรัพย์จากทะเลในทุกๆเช้า สินทรัพย์จากทะเลในทุกๆเช้า


ยางพาราเปลี่ยนสีช่วงเดือน กพ.

แนะนำให้อ่านต่อ