เก็บลิบง….ไว้หลงรัก

ประเทศไทยใจเดียว คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ kokkram@hotmail.com เก็บลิบง...ไว้หลงรัก เดี๋ยวนี้ไปไหนก็เห็นแต่นักท่องเที่ยวจนล้นเกาะล้นหาด ไปเมืองท่องเที่ยวก็ค่าครองชีพแพงมาก ต้องระวังรถเมล์แดง รถแท็กซี่สนามบินจะฟันจนเลือดโชก แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ที่....เกาะลิบง เกาะลิบง อยู่ในเขต อ.กันตัง จ.ตรัง ไปไม่ยาก แต่นั่งรถตู้โดยสารจาก บ.ข.ส.ตรังไปท่าเรือหาดยาว (ค่ารถราว ๖๐ บาท) แล้วนั่งเรือโดยสารไปเกาะลิบง(ค่าเรือ ๔๐ บาท) ง่ายและสั้นๆแค่นี้
ยานหาหนะบนเกาะลิบงที่นิยมที่สุด ยานหาหนะบนเกาะลิบงที่นิยมที่สุด


เกาะลิบงนั้นเป็นเกาะเล็กๆ มีคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามเกือบ ๑๐๐ % บนเกาะทำอาชีพประมง ปลูกยางพาราและพืชผลอื่นๆอย่างมะพร้าว มะม่วงหิมพานต์ เลี้ยงแพะ เลี้ยงวัว ฯลฯ ชาวบ้านดั้งเดิมส่วนใหญ่ทำประมง จึงไม่ได้มีการจับจองที่ดินไว้มากนัก พื้นที่ ๒ ในสามของเกาะเลยเป็นพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเกาะลิบง ที่สงวนไว้เพื่อคงสภาพธรรมชาติและนี่กลายเป็นจุดแข็งหนึ่งที่ทำให้ลิบงยังไม่แปรเปลี่ยนไปตามกระแสการท่องเที่ยวที่เชี่ยวกราก แม้จะมีการมาซื้อที่สวนยางที่ติดชายหาดต่อจากชาวบ้าน แต่นายทุนก็ไม่กล้าลงทุนทำเป็นรีสอร์ต เพราะตัวอย่างบนเกาะปอดะ ที่กระบี่ หรืออาดังรีสอร์ท ที่ตะรุเตา ยังหลอกหลอนให้ต้องคิดหน้าคิดหลังดีๆหากจะลงทุน ย่านที่ชุมชนหนาแน่น มีไม่กี่แห่งหนึ่งในนั้นคือย่านบ้านบาตูปูเต๊ะ ที่มีหมู่บ้านชาวประมงบนเกาะสร้างบ้านเรือนอยู่ริมทะเล ผมนัดหมายผู้ใหญ่ประชุม เจริญฤทธิ์ แห่ง หมู่ ๔ หมู่บ้านบาตูปูเต๊ะ บนเกาะลิบง ให้มารับที่ท่าเรือ เพราะจุดมุ่งหมายผมคราวนี้จะมาดูพะยูนที่ผาบาตูปูเต๊ะ ซึ่งอยู่ติดกับหมู่บ้านประมงเล็กๆแห่งนี้ ที่พัก ลิบงมัลดีฟห์ ของผู้ใหญ่ประชุมที่ตั้งชื่อให้สะดุดหูนั้น เป็นเพียงที่พักบนน้ำ แค่ ๕ ห้อง ท่ามกลางหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ของเกาะ มองเห็นผาบาตูปูเต๊ะอย่างเด่นชัด หอคอยดูพะยูนปลายท่าเทียบเรือโดดเด่นใกล้ที่พัก เวลาน้ำลง เห็นนกกระยางดำและสัตว์หากินหน้าเลนออกมาให้นั่งดูได้เพลินๆ จากบนบ้านพัก เวลาน้ำขึ้นเสียงคลื่นกระฉอกรัวใต้ถุน ทำเอาคนอยู่ตึกแบบผมพาลนึกไปว่าน้ำจะท่วมทุกที การพักย่านชุมชนก็ดีตรงที่เช้าๆไปเดินดูวิถีชีวิต ชาวประมง ดูตลาดแบบบ้านๆ ชิมขนมโบราณแปลกๆ คือมีอะไรให้ดูเยอะ ที่สำคัญเมื่อเดินไปไหน มีแต่ชาวบ้านยิ้มทักทาย แค่มิตรภาพและรอยยิ้ม ก็ได้ใจคนเดินทางไปครึ่งค่อนแล้ว
ที่พักเล็กๆของลิบงมัลดีฟห์ของผู้ใหญ่บ้าน_ ที่พักเล็กๆของลิบงมัลดีฟห์ของผู้ใหญ่บ้าน_


แม้ผมตั้งใจจะมาดูพะยูน ซึ่งผู้ใหญ่รับปากว่าพาไปให้ได้เห็นแน่นอน แต่บ่ายวันที่ผมไปถึงน้ำไม่ใสและคลื่นแรง อาจต้องรอเช้าวันรุ่งขึ้น วันนี้ผู้ใหญ่ประชุมจึงอาสาพานั่งมอเตอร์ไซค์ออกเที่ยวทั่วเกาะลิบงทดแทนไปก่อน ลิบงก็เหมือนเกาะกลางทะเลทั่วไป ที่มีหาดทราย มีเกือบรอบเกาะ แต่ที่ชายหาดยาวๆ มักอยู่ทางตะวันตกของเกาะ หาดทุ่งหญ้าคา ซึ่งเป็นชายหาดที่ยาวมาก ซอยย่อยเป็นหาดเล็ดหาดน้อยอีกหลายหาด แต่ละแห่งเป็นธรรมชาติมากไม่มีทั้งรีสอร์ท ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง มีแต่ธรรมชาติล้วนๆ หถ้าชายหาดอยู่ตรงกลาง ด้านหน้าคือน้ำทะเลที่ใสแจ๋ว ด้านหลังคือแนวป่าทึบที่ร่มรื่นไม่ใช่รีสอร์ทหรือถนนแบบที่เราคุ้นตากันบนเกาะช้างหรือภูเก็ต ส่วนย่านหาดหลังเขา แถบนี้มีรีสอร์ทอยู่ ๒-๓ ราย แต่บรรยากาศก็ยังเงียบสงบ ทั้งยังมีหน่วยพิทักษ์ป่า ที่ร่มรื่น มีชายหาดด้านหน้าและไปกางเต็นท์พักแรมได้ แหลมโต๊ะชัย อ่าวโต๊ะเกนั้นก็ยังเป็นชายหาดบ้านๆ ที่การท่องเที่ยวสมัยใหม่ยังเข้าไม่ถึง แหลมปันหยังมีชายหาดอยู่ไม่มาก แต่ก็มากพอกับการพักผ่อนที่ต้องบอกว่าเป็นธรรมชาติจริงๆ ส่วนพื้นที่ของแหลมจูโหยนั้นอยู่ในเขตห้ามล่าหมู่เกาะลิบง ส่วนใหญ่คนไปที่แหลมจูโหยมักไปดูนกชายหาด ลำพังถ้ามาแค่พักผ่อนตามชายหาดต่างๆ มาเจอหาดที่เป็นบ้านๆ สงบจนเงียบ แต่ปลอดภัย แค่นี้คุณก็ไม่อยากจากไปไหนแล้ว ยังไม่เคยเห็นหาดที่สวยแบบบ้านๆอย่างนี้ที่ไหนมาก่อนเลย ยิ่งมาช่วง ก.พ. ต้นยางกำลังผลัดใบยิ่งสวยงามและมีสีสันอย่างมาก
ถ้ำบาตูปูเตอะที่เดินทะลุขึ้นไปชมพะยูนบนยอดเขาได้ ถ้ำบาตูปูเตอะที่เดินทะลุขึ้นไปชมพะยูนบนยอดเขาได้


การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะลิบงนั้นส่วนใหญ่นิยมเช่ามอเตอร์ไซค์ขับ หรือจะนั่งมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะ แล้วมีคนพาเที่ยว แบบที่ผู้ใหญ่ประชุมพาผมเที่ยวนี่ก็ได้ ไปกับคนท้องถิ่นดีตรงที่ไปไหนใครก็ทัก ถามข้อมูลอะไรตอบได้หมด เย็นๆที่หมู่บ้านประมงบาตูปูเตะนั้นเงียบสงบกับวิถีประมงแบบบ้านๆ แม่บ้านนั่งเกาะปู พ่อบ้านซ่อมเรือประมง ตรวจตราดูอวน เห็นนักท่องเที่ยวไปยืนถ่ายรูปก็ยิ้มให้ เด็กๆวิ่งเล่นไปบนสะพานท่าเรือ ยามค่ำคืนที่ผมกลัวคือยุงทะเล แต่ปรากฏว่า....ไม่มีครับ แปลกใจมากว่าทำไมไม่มียุง และชาวประมงนั้น เขาทำอาหารทะเลได้อร่อยเหาะ รสชาติแซ่บจริงๆค่ำคืนที่ลิบงมัลดีฟห์ของผู้ใหญ่ประชุมจึงเป็นค่ำคืนที่ประทับใจมาก
หาดสะพานหิน หาดสะพานหิน


เช้าพอมีแดดเห็นแสงและทะเลสงบปลอดคลื่น ผู้ใหญ่ก็มารับผมไปปีนขึ้นผาบาตูปูเต๊ะ ซึ่งแม้จะมีบันไดไม้บางช่วง แต่ก็ยังต้องปีนป่าย มุดถ้ำ โหนเถาวัลย์ ขึ้นไปบนลานดูพะยูนที่อยู่บนผาจนได้ แต่กว่าจะถึงก็เล่นเอาหอบจนตัวโยนเหมือนกัน บนลานนี้ผู้ใหญ่รับรองว่าเห็นพะยูนแน่ๆ รอเพียงไม่ทันไร ผู้ใหญ่ก็ชี้ชวนให้ดูพะยูนที่เข้ามาหากินหญ้าทะเลในท้องทะเลเบื้องล่าง พะยูนจะขึ้นมาหายใจทุกๆ ๑๐นาที ถ้าเห็นเขาเข้ามาแล้ว ก็รอดูทุกๆ ๑๐ นาทีได้เลยต้องโผล่มาแน่ๆ ดูกันให้เบื่อไปข้างหนึ่ง แต่ถ้าน้ำใสจะเห็นได้ชัดกว่าวันที่ผมไป ซึ่งน้ำใสไม่มาก แต่เช้าๆไม่มีคลื่นก็นับว่าพอได้ดูแม้ไม่ถึงกับดีมาก
ผู้ใหญ่ประชุม เซียนดูพะยูนที่รับรองการพบเจอถึง ๙๕% ผู้ใหญ่ประชุม เซียนดูพะยูนที่รับรองการพบเจอถึง ๙๕%


พะยูนเข้ามาหากินหญ้าทะเลที่มีอยู่มากทางบ้านชาวประมงบาตูปูเต๊ะ ชาวบ้านไม่ทำอะไร ซ้ำพอเห็นเขาเข้ามา ยังขับเรืออ้อมให้อีก เมื่อพะยูนรู้สึกปลอดภัยเขาก็เข้ามา สำหรับคนเดินทางที่มุ่งหมายมาดูพะยูนนั้น เมื่อมาเห็นดั่งใจหวังก็อิ่มเอมใจและดีใจที่เห็นเขาอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ในชุมชนที่เข้าใจและแบ่งปันพื้นที่ให้เพื่อนร่วมโลกได้อยู่กันอย่างสิทธิ์เท่าเทียม ไม่เหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่มองสิ่งมือชีวิตอื่นๆกลายเป็นของเล่น หยิบดาวทะเล ม้าน้ำขึ้นมาถ่ายรูป แต่พะยูนที่ลิบงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ด้วยความรักและเข้าใจระหว่างคนและสัตว์ ท่านผู้อ่านที่ไม่อยากพลาดการดูพะยูนต้องใช้บริการคนที่เขารู้จักพะยูนอย่างผู้ใหญ่ประชุม ซึ่งแกมีที่พักเล็กๆ (แต่มีแค่ ๕ ห้อง) พาเที่ยวบนเกาะด้วยก็โทรถามที่ 086-952-0807 หรือที่ ททท.สำนักงานตรัง โทร.075-215-867 , 075-211-058 ลิบงมีความเข้มแข็งของชุมชนเป็นเครื่องมือปกป้องธรรมชาติบนเกาะให้คงอยู่จนไม่คิดว่า ยังมีเหลือพื้นที่แบบนี้ สำหรับคนที่แสวงหาธรรมชาติสงบๆ อาจไม่พบเห็นที่ไหนแล้วในยุคนี้..แต่ลิบงยังเป็นคำตอบได้อย่างเต็มภาคภูมิ ลิบงไม่ได้มีไว้ให้ไปเที่ยวอย่างเดียว....แต่รักที่นี่ได้เลย... .................................................... @ ประเทศไทยใจเดียว-เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ ๓๐ เม.ย.๕๙@
หมู่บ้านประมงบาตูปูเต๊ะที่เงียบสงบ หมู่บ้านประมงบาตูปูเต๊ะที่เงียบสงบ


หอชมพะยูนหน้าหมู่บ้านบาตูปูเต๊ะ หอชมพะยูนหน้าหมู่บ้านบาตูปูเต๊ะ


บรรยากาศการปีนป่ายผาบาตูปูเต๊ะ บรรยากาศการปีนป่ายผาบาตูปูเต๊ะ


แนะนำให้อ่านต่อ