ครั้งหนึ่งผมเคยตาบอด ตอน ๓ เรื่องราวยังไม่จบง่ายๆ

ครั้งหนึ่งผมเคยตาบอด...# ตอนที่ ๓ .... ยังไม่จบง่ายๆ (๓๐ มี.ค.๕๙) A2 news_img_93773_1 ...หมอเขาเคยบอกไปแล้วว่า หลังการดึงเอาจอประสาทตาที่มันหลุดลงไปจนตาข้างขวาผมบอดสนิทมาแล้ว (มารู้ตอนใบส่งตัวย้าย รพ. ที่คุณหมอเขียนกำกับมาในอาการ ส่งมาให้หมออีกที่หนึ่งรู้ประวัติ โดยคุณหมอที่รับแปลให้ฟังว่า ตจอประสาทตาที่หลุดนั้ยน เป็นมาก เสียหายมาก และมีบางส่วนไม่เชื่อมต่อ ตาข้างขวาที่ผ่ามา จึงทำได้แค่จากจอที่บอดสนิท ทำให้ได้แค่เห็นเป็นแสง เป็นรูปร่างใกล้ๆ แบบลางเลือน ไม่มีความคมชัด แต่ถ้าเอาวัตถุเข้ามาใหเดูในระยะห่างจากตา ๖-๗ นิ้ว ก็จะเห็นชัดแจ๋ว .....หลังจากนั้นราว ๔ เดือน อาการข้างเคียงที่หมอเขาบอกมาก็เริ่มแสดงอาการคือ ตาข้างขวาชักเลือนลางมากขึ้น มัวมากขึ้น ที่เคยเข้ามาดูใกล้ๆถึงจะชัดก็ชักจะไม่ชัด มัวหนักขึ้น มัวจนกวนการมองเห็นของตาอีกข้าง จนรำคาญ พอไปตรวจรอบ ๖ เดือนตามที่หมอนัดที รพ.รามา ผมก็เป็นต้อกระจกไปแล้ว .....เป็นการเขียนต่อเพราะเมื่อวาน ๓๐ มี.ค.๕๙ เขียนต่อไม่ไหว ตามันเบลอเพราะการขยายม่านตา ซ้ำไม่ได้เอาแว่นดำไป ตามันเลยรับแจ้งจ้า เบลอมาตลอดวัน เขียนไปได้หน่อยเดียวต้องเลิก วันนี้ (๓๑ มี.ค. ๕๙ ) มาฟังการเล่าต่อ... ....พอหมอที่ รามา บอกว่าเป็นต้อกระจกนะ ควรผ่าต้อกระจก แต่ก็ไม่รับรองนะว่าผ่าแล้ว ไ้อที่ดึงจอประสาทตาขึ้นไปนั้นมันจะหลุดอีกหรือเปล่า อีกทั้งหมอก็ไม่รับรองว่ามันจะดีขึ้นกว่าเก่านักนะ.....แต่ในเมื่อแม้มีทางเลือกเพียงน้อยนิด และโอกาสไม่มาก แต่ถ้ามีให้เลือกก็ต้องลอง ...เพราะสภาพจริงๆของผมตอนนี้ การมองเห็นมันมัวตลอด รบกวนการมองเห็นตลอด อย่าว่าแต่ขับเครื่องบินเลย ขับจักรยานก็ยังยาก ที่มีปัญหาที่สุดคือการลงบันไดหรือพื้นต่างระดับ ต้องระวังอย่างมากเพราะตาจะแยกไม่ค่อยออก ครั้นอะไรที่พอช่วยและคิดว่าช่วยได้ก็ต้องเอา ต้องเลือกไว้ก่อน ....แม้การผ่าต้อกระจก ก็ยังแพง ขนาด รพ.รัฐก็ยังแพง หลายหมื่น ก็เลยต้องมาใช้สิทธิ์ประกันสุขภาพที่ รพ.ภูมิพลสังกัดของสิทธิ์เดิม ....ที่ รพ.ภูมิพลนั้น รพ.เขาเปิดตี๕ ไม่เหมือน รพ.รามา ที่บางทีคนไข้มาจาก ตจว.มาถึงแต่เช้ามืดก็เข้าไปรอหน้าห้องได้เลย ที่ ภูมิพลนั้น คนไข้มาก แต่สถานที่แคบ ผมว่าน่ามีการสร้างอาคารเพิ่มอีก กระบวนการก็ซับซ้อนกว่าที่รามานิดหน่อย แต่ถ้าเราเข้าใจ รพ.รัฐ มันก็แบบนี้ทั้งนั้นทุกอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพราะ คนไข้มาก เห็นมีบางคนที่ไปอ่านเจอเอาจากในเวบทั้งหลายบ่นว่า จนท.พูดไม่เพราะ กระโชกโฮกฮาก แต่เท่าที่ผมไปใช้บริการ ผมว่าเขาก็พูดเพราะนะ แต่อาจไม่เอาอกเอาใจเหมือน รพ.เอกชน เขาก็ยุ่งเดินทำงานกันตลอดเวลา โดยเฉพาะในแผนกตา ที่ค่อนข้างคับแคบ มีห้องตรวจของหมอแค่ ๔ ห้อง แล้วก็เป็นห้องวัดสายตา ห้องสแกนตา ห้องหัตถการ(เขาเขียนแบบนี้นะ แต่ล้างท่อน้ำตาได้ด้วย) แต่ทั้งหมอและพยาบาล ก็ทำงานกันวุ่น หมอต้องสลับกันออกไปทานข้าวเที่ยงเหมือนกัน ...ผมก็ผ่านกระบวนการดูประวัติที่ย้าย รพ.มา ไปล้างท่อน้ำตา ไปสแกนตา ไปขยายม่านตาเพื่อรอตรวจเพิ่ม สุดท้ายก็คือต้องผ่านะแหละ แต่ผมไม่เคยมีผลเลือดที่ รพ.ภูมิพล เลยต้องไปเจาะเลือด และวัดคลื่นหัวใจเพื่อรอผ่าตัด ๑๙ เม.ย. ต้องไป เจาะเลือด ๒๐ เม.ย. ไปเอาผลเลือดและผลคลื่นหัวใจ ไปให้หมอนัดวันผ่าตัดอีกที..... .....กระบวนการรักษาคือผ่าต้อกระจกและใส่เลนส์แก้วตาเทียม การรักษาทางตาไม่หายขาด ต้องไปตรวจตาทุกปี มีอะไรคืบหน้าจะเล่าให้ฟังเพื่อเป็นประสพการณ์ เพราะที่เขียน ครั้งหนึ่งผมเคยตาบอด ตอน ๑ และ ๒ ไป มีคนที่ประสพปัญหาเดียวกันเข้ามาถาม เข้ามาปรึกษาหลายคน เมลมาถามจาก ตจว.ก็มี โทรมาคุยส่วนตัวก็มี สอบถามทางไลน์ สารพัดครับล้วนเป็นความกังวลในการรักษาทั้งนั้น ผมก็แนะนำไปตามประสพการณ์ที่ผมเจอ ครั้งนี้ก็คิดว่าจะมีประโยชน์อีกครั้ง ....ขอทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรงอย่าเป็นอะไรแม้แต่น้อยครับ... @@@ ท่านที่อยากอ่านตอนที่ ๑ -๒ ลองเข้าไปที่เวบตะวันยิ้มแฉ่ง www.tawanyimchang.com หรือ เสิร์ชคำว่า...ครั้งหนึ่งผมเคยตาบอด....ดูก็ได้ครับ มีหลายที่เอาไปแชร์อยู่เผื่อจะได้เป็นประสพการณ์ครับ

แนะนำให้อ่านต่อ