สวัสดี…ดานัง

Asean Dimensines คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ kokkram@hotmail.com                                                                      สวัสดี...ดานัง ย้อนหลังไปร่วม 50 ปี สมัยที่สงครามเวียตนามยังคุกรุ่น ชื่อ ดานัง คงคุ้นหูเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนไทยเรา ที่ว่าคุ้นหูเพราะว่า ดานัง เป็นฐานทัพทหารของอเมริกาในภาคกลางของเวียตนามที่เป็นเหมือนฐานส่งกำลังบำรุง ในขณะที่กำลังรบกับเวียตกงที่ยึดครองเวียตนามเหนือได้ พอทหารไปรบจนครบกำหนด ใครที่รอดตายครบกำหนดพัก ก็จะถูกส่งมาพักผ่อน ตากอากาศ ผ่อนคลายอิริยาบถที่ดานัง เพราะดานังเป็นเมืองติดทะเลไปด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งติดภูเขาสูง ภูเขาไห่เวิน ที่มีทางขึ้นมาได้คือผ่านช่องเขาแคบๆขึ้นมา ซึ่งก็มีกองกำลังทหารอุดตรงนั้นอย่างแน่นหนา ภูเขาไห่เวินจึงเป็นปราการธรรมชาติอย่างดี ดานังจึงถือเป็นเซฟตี้โซน ทหารที่กลับมาจากแนวหน้าจึงทั้งกิน ดื่ม เสพกันอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกลัวใครเข้ามาทิ้งบอมส์ใส่ ที่ว่าคนไทยเราคุ้นชื่อดานังเพราะ ช่วงสงครามเวียตนาม มีทหารไทยเราเข้าไปร่วมรบกับกองทัพอเมริกาด้วย แต่ไม่ใช่ใครจะไปได้ง่ายๆ ต้องมีเส้น เสียเงินเสียทองกันไป เพราะค่าจ้างจ่ายเป็นเงินดอลลาห์ใครก็อยากไป แล้วอัตราการตายของทหารไทยในสงคราเวียตนามก็ไม่ได้มากมาย จึงถือเป็นช่วงขุดทองครั้งหนึ่งของทหารไทย ใครมีญาติพี่น้องที่เป็นทหารในช่วงนั้น (ป่านนี้คงเกษียณ มีอายุ 70 กว่าปีแล้วแหละ)ลองถามดูก็ได้ว่าจริงไหม
อ่าวดานัง มองจากเขาไห่เวิน อ่าวดานัง มองจากเขาไห่เวิน


ดานังอยู่ตรงกลางประเทศพอดี ติดทะเล เป็นเมืองท่าเรือมาช้านาน ตั้งแต่สมัยจักรพรรดิย์หมินหมาง ครั้งนั้น ฝรั่งเศสมาขอใช้เป็นท่าเรือ และหลังจากนั้น ฝรั่งเศสก็เข้าครอบครองเวียตนามส่งถ่ายมาถึงญี่ปุ่น อเมริกาตามลำดับ เมื่อปลดปล่อยประเทศเวียตนามทั้งหมดได้นั้นแหละ ดานังจึงได้กลับคืนมาเป็นของคนเวียตนามอย่างแท้จริง เวลาที่เราได้ยืนข่าวว่าเวียตนามโดนพายุกระหนึ่งเข้ามา นั่นแหละ ส่วนใหญ่ ดานังจะรับเกือบทุกลูก อย่างปีกลาย ใต้ฝุ่นเข้าเป็นสิบลูก เวียตนามรับจนอ่วม ชนิดที่เมื่อลมเข้ามา ลมก็พัดบ้านเรือนที่ไม่แข็งแรงหลังคาปลิว อาคารตึกแถวที่เป็นกระจก แตกเสียหายยับเยิน คลื่นทะเลพัดทราย พัดน้ำขึ้นมานองบนถนนเลียบชายหาดที่ China beach จนเสียหาย ผมเคยไปมาล่าสุดเมื่อราว 5 ปีก่อน ยังเห็นตึกแถวทรงสูงๆ หน้าแคบๆ ตั้งโด่เด่อยู่ริมหาด สุสานที่เคยอยู่เรียงรายริมหาด เมื่อเข้าพรรษาที่ผ่านมา ( 12 ก.ค.57) ผมไปมาล่าสุด ปรากฏว่าตึกแถวทรงกล่องนั้นหายไปพร้อมๆกับสุสานขนาดใหญ่ พื้นที่ถูกถมปรับ เพื่อรอรับการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยของบรรดาเศรษฐีจากทุกมุมโลก ไม่ก็เป็นโรงแรม 5 ดาวขนาดใหญ่ รวมทั้งแนวสนทะเลที่ยังสูงไม่มาก ปลูกเป็นแนวหนาราว 5 เมตร เพื่อยับยั้งความแรงของคลื่นเมื่อพายุจะเข้ามาอีกในอนาคต เพราะพายุที่เข้ามาทักทายบ่อยๆ ดานังจึงไม่ค่อยมีตึกสูงให้เห็น
หนึ่งในสี่สะพายข้ามแม่น้ำฮานในเมืองดานังที่จอนกลางคืนจะติดไฟแสงสีสวยงาม หนึ่งในสี่สะพายข้ามแม่น้ำฮานในเมืองดานังที่จอนกลางคืนจะติดไฟแสงสีสวยงาม


ครั้งที่ผมเขียนเรื่องเสือเวียตนามไปเมื่อหลายเดือนก่อน ผมบอกไปแล้วว่าที่ดินในเวียตนามนั้นแพง ชาวบ้านที่พอมีที่บ้างเล็กน้อยบางทีมีหน้าที่ดินกว้างแค่ 2-3 เมตร เขาก็จะสร้างเป็นอาคาร สูงขึ้นไปบนฟ้า มันก็เลยเป็นเหมือนแผ่นกระดาษโด่เด่อยู่หลังเดียว เพราะต่างคนต่างทำ ไม่เหมือนบ้านเราที่ทำเป็นตึกแถวแล้วแบ่งขาย ตึกก็จะมีรูปร่างเหมือนกัน รูปลักษณ์ตึกในเวียตนามจึงแปลกตาเพราะเหตุนี้ สิ่งที่หลงเหลือมาจากสงครามอเมริกาครั้งนั้นก็คือฐานทัพอเมริกาขนาดใหญ่ที่ยาวนับกิโลเมตร มีสนามบินเสร็จสรรพ อาคารโค้งเก็บเฮลิคอปเตอร์เรียงราย ทุกวันนี้ถูกล้อมรั้วปิดตายห้ามคนเข้าไป ว่ากันว่าพื้นที่ข้างในมีสารฝนเหลืองปะปนอยู่ เจ้าสารนี้มันก็คือไดออกซินนั่นเอง อเมริกาเอามาใช้เพื่อปราบเวียตกง ที่มักหลบซ่อนในป่า พออเมริกาเอาสารไดออกซินโปรยลงไปเป็นฝนเหลือง ต้นไม้ใบหญ้าตายหมดแม้กระทั่งเวียตกงก็ไม่รอด สารนี้จะซึมลงดิน เราจึงเห็นต้นไม้บนภูเขาแถวที่โดนฝนเหลือง โกร๋นไปหมด เพิ่งมามีการปลูกยูคาลิปตัสไม่ก็สนสองใบเมื่อไม่นานนี้ นอกนั้นยังปลูกไม่ขึ้น แล้วสารเคมีนี้ ก็จะสะสมในร่างกายถ่ายทอดไปทางพันธุกรรม รุ่นลูก รุ่นหลาน เวียตนามทุกวันนี้จึงเห็นคนพิกลพิการ หัวบวม ตาโปนแขนลีบ ฯลฯ นั่นเป็นความเลวร้ายของการทำสงครามของอเมริกา ปี 55 อเมริกาสำนึกผิดและเริ่มโครงการกวาดล้างฝนเหลือง ซึ่ง 2 ปีมาแล้วก็ไม่รู้ผลเป็นไงกันบ้าง 3_resize รากเหง้าเวียตนามหรือจีน ก็ล้วนนับถือมังกรคือสัตว์มงคล สะพานขามแม่น้ำฮานในดานังแห่งนี้จึงมีมังกรกำลังข้ามแม่น้ำตกแต่งสะพาน   ดานั้งนั้นมีแม่น้ำฮาน เป็นแม่น้ำใหญ่ไหลผ่านเมือง มีเรือเดินทะเลขนาดใหญ่เข้ามาขนถ่ายสินค้ากันจากอดีตกระทั่งทุกวันนี้ แม่น้ำนี้มีสะพานข้ามในเมือง 4 แห่ง เป็นสะพานแขวนแบบบ้านเราก็มี สะพานทุกแห่ง มีการประดับไฟสวยงาม โดยเฉพาะสะพานมังกร ตรงพิพิธภัณฑ์จาม เขาทำเป็นมังกรตัวใหญ่บนสะพาน 3 ทุ่ม ของวันเสาร์-อาทิตย์ มังกรจะพ่นทั้งไฟ ทั้งน้ำ และกลายเป็นจุดดึงดูดไปเพราะทั้งคนดานัง หรือนักท่องเที่ยว พอเย็นๆ ออกมาเดินเล่น นั่งเล่นกันริมแม่น้ำที่ทำเป็นลานกิจกรรม จนเต็มไปหมด แม้แต่บนสะพานก็แน่นไปด้วยผู้คน ที่นี่ดีตรงที่ลานกิจกรรมริมน้ำเขาไม่ให้ขายของ คนก็เลยไปนั่งบนเก้าอี้เตี้ยๆ กิน ดื่ม กันอีกฝั่งของถนน แล้วดูเหมือนน้ำอ้อยจะกลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตของเวียตนาม ในอัตรา ถ้าแบบธรรมดาก็ 7.000 ด่อง แต่ถ้าเจอน้ำมะนาวก็แก้วละ 10,000 ด่อง อยากรู้เงินไทยเท่าไหร่ก็เอา 650 หาร(อัตราแลกช่วง ก.ค.57 1 บาท=650 ด่อง) เวลาซื้อของในเวีตนามก็ใช้วิธีน็จะรู้เองว่าแพงหรือไม่แพง
ลานกิจกรรมริมแม่น้ำฮานที่ดานังยามค่ำคืน ลานกิจกรรมริมแม่น้ำฮานที่ดานังยามค่ำคืน


เดี๋ยวนี้ดานังเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ มีโรงงานอุตสาหรรมของนักลงทุนต่างชาติหลายชนิดมาเปิดในพื้นที่ ตึก(เตี้ยๆ)รามบ้านช่อง ผู้คนเพิ่มขึ้นมาอย่างหนาตา รวมทั้งคนที่เดินทางมาท่องเที่ยว ที่ไปมาสะดวกเพราะสนามบินพานิชย์อยู่ในเมืองดานัง ลงไปทางใต้ราว 30 กม. ก็ถึงเมืองมรดกโลกฮอยอัน ขึ้นไปทางเหนือไม่ถึง 100 กม. ก็เป็นเมืองหลวงเก่า “เว้” รถไฟ รถโดยสาร ผ่านดานังกันทั้งนั้น ในเมืองนอกจากการเดินเล่นชมเมือง เขายังมีพิพิธภัณฑ์จาม มีเจ้าแม่กวนอิม มีการนั่งกระเช้าขึ้นบานาฮิลล์ไปชมเมือง หรือจะ เล่นน้ำทะเลก็ได้ อย่าลืมลองพายรือกระด้งที่เป็นเอกลักษณ์ของดานังดูก็แล้วกันว่าเขาพายกันอย่างไร ภายใต้นโยบาย “จำได้แต่ไม่แค้น” ของรัฐบาลเวียตนาม จึงเปิดกว้างรับคนจากทุกชาติทุกภาษา แม้กระทั่งอเมริกาหรืองฝรั่งเศส ให้เข้าไปลงทุนหรือท่องเที่ยวอย่างเสรี ผลพวงจากฝนเหลืองเก็บเอาไว้ก่อน มองไปขางหน้า ในแง่ของการผลิตสินค้า แรงงานที่ทักษะไม่ด้อยกว่าเรามากนัก ทำได้ขนส่งลงเรือที่ลอยลำกลางทะเลหน้าบ้าน ดานังจึงเป็นทั้งหน้าต่างและประตูเวียตนามที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน แล้วแบบนี้จะไม่ให้ทักทายดานังได้อย่างไรกัน จะท่องเที่ยว หรือลงทุน เพราะในวันนี้ดูเหมือนดานังจะพร้อมไปทุกอย่างสำหรับผู้มาเยือน..... .................................................................... @ พิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารออฟโรด ปี ๒๕๕๖ @
ใจกลางเมืองดานัง ใจกลางเมืองดานัง


ราตรีแห่งดานังริมน้ำฮาน ราตรีแห่งดานังริมน้ำฮาน


วงเวียนกลางเมืองดานังใกล้พิพิธภัณฑ์จาม วงเวียนกลางเมืองดานังใกล้พิพิธภัณฑ์จาม


อุโมงค์ในฐานทัพอเมริกาครั้งสงครามเวียตนาม วันนี้ยังปิดตาย อุโมงค์ในฐานทัพอเมริกาครั้งสงครามเวียตนาม วันนี้ยังปิดตาย


กาแฟเวียตนามชงใส่กระบอกพอใครจะดื่มจึงรินใส่แก้วเล็กๆ แล้วเอาแช่น้ำร้อน ขมแต่เย็น กาแฟเวียตนามชงใส่กระบอกพอใครจะดื่มจึงรินใส่แก้วเล็กๆ แล้วเอาแช่น้ำร้อน ขมแต่เย็น


อุโมงค์ลอดเขาไห่เวินไปออกอ่าวลังโกแห่งเว้ อุโมงค์นี้ยาว 6 กม.เศษ อุโมงค์ลอดเขาไห่เวินไปออกอ่าวลังโกแห่งเว้ อุโมงค์นี้ยาว 6 กม.เศษ


ภายในอุโมงค์ ภายในอุโมงค์


สบายๆบนรถซีโคล่ เอกลักษณ์แห่งเวียตนาม สบายๆบนรถซีโคล่ เอกลักษณ์แห่งเวียตนาม


หาดดานังวันที่มีคลื่นลม จะเห็นเรือกระด้งประดับหาดจนเป็นเอกลักษณ์ หาดดานังวันที่มีคลื่นลม จะเห็นเรือกระด้งประดับหาดจนเป็นเอกลักษณ์


ภายในพิพิธภัณฑ์จามในดานัง(เชิงสะพานมังกร) ภายในพิพิธภัณฑ์จามในดานัง(เชิงสะพานมังกร)


แม่น้ำฮานและดานังในวันนี้ มีตึกทันสมัยเกิดขึ้นและเรือสินค้าขนาดใหญ่เช่นเมื่ออดีต แม่น้ำฮานและดานังในวันนี้ มีตึกทันสมัยเกิดขึ้นและเรือสินค้าขนาดใหญ่เช่นเมื่ออดีต


.อรุณรุ่งแห่งดานังที่สว่างเร็วกว่าไทย .อรุณรุ่งแห่งดานังที่สว่างเร็วกว่าไทย


โค้งหาดดานังส่วนที่ห่างเมืองค่อนข้างจะเงียบสงบ โค้งหาดดานังส่วนที่ห่างเมืองค่อนข้างจะเงียบสงบ


เรือประมงชายฝั่งเข้ามาจอดในแม่น้ำฮานยามเช้าตรู่ เรือประมงชายฝั่งเข้ามาจอดในแม่น้ำฮานยามเช้าตรู่


ภูเขาไห่เวินที่เป็นปราการธรรมชาติของดานัง (ตรงกิ่วเขาคือถนนสายหลักที่มุ่งขึ้นเหนือไปเว้หรือฮานอย) ภูเขาไห่เวินที่เป็นปราการธรรมชาติของดานัง (ตรงกิ่วเขาคือถนนสายหลักที่มุ่งขึ้นเหนือไปเว้หรือฮานอย)


เวียตนามใช้รถไฟกันจนแพร่หลายจากเหนือจรดใต้ ที่ดานัง ทางรถไฟก็จะทะลุภูเขาไห่เวินเช่นกัน เวียตนามใช้รถไฟกันจนแพร่หลายจากเหนือจรดใต้ ที่ดานัง ทางรถไฟก็จะทะลุภูเขาไห่เวินเช่นกัน


ความจอแจบนท้องถนนในดานัง ความจอแจบนท้องถนนในดานัง


บนกิ่วเขาไห่เวินที่เป็นช่องทางเดินมาแต่อดีต มีทังห้อมของฝรั่งเศส –อเมริกา ป้อมนี้สมัยสงครามเวียตนามยากจะขึ้นมาตีให้แตกได้ เพราะถ้าป้อมนี้แตกก็สามารถตะลุยถึงไซ่ง่อนได้สบาย บนกิ่วเขาไห่เวินที่เป็นช่องทางเดินมาแต่อดีต มีทังห้อมของฝรั่งเศส –อเมริกา ป้อมนี้สมัยสงครามเวียตนามยากจะขึ้นมาตีให้แตกได้ เพราะถ้าป้อมนี้แตกก็สามารถตะลุยถึงไซ่ง่อนได้สบาย


แนะนำให้อ่านต่อ