นครศรีธรรมราช…เมืองแตกต่าง

นครศรีธรรมราช…เมืองแตกต่าง     ถ้าหากใครบอกไปเที่ยวสุดสัปดาห์ที่ภาคเหนือ เราจะรู้สึกเฉยๆ แต่ถ้าใครบอกไปใต้ในวันหยุดสุดสัปดาห์ “….โอ้โห…ไกล” ทั้งๆที่จริง ก็เกือบ 700 กิโลเมตรเหมือนกัน ในบางวันหยุดสุดสัปดาห์ผมจึงไปไหว้พระธาตุเมืองนครอย่างไม่ลังเล   ถ้าว่ากันถึงการท่องเที่ยวในตัวเมืองนั้น ตัวเมืองนครศรีธรรมราชถือว่า ง่ายสุดๆ เพราะแม้จะมีถนนหลายสาย แต่ถนนสายท่องเที่ยวหลักกลับอยู่บนสองฝั่งของถนนราชดำเนิน เท่านั้น จะเดินเที่ยวหรือจะนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็ไม่ใช่ปัญหาของการเที่ยวเมืองนี้         ถนนสายนี้มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ล้วนแล้วแต่บอกเล่าประวัติของเมืองนี้ได้เป็นอย่างดีย้อนไปในอดีตจนมาถึงปัจจุบัน เมืองนครมีส่วนร่วมในการสร้างประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น หลักฐานในโบราณสถาน ที่บ่งบอกว่าเมืองนี้มีความแตกต่างกันทางความเชื่อและศรัทธาที่ต่างกัน ปรากฏยืนยันสองฝั่งถนนราชดำเนิน เราจะเริ่มจากวัดพระมหาธาตุแล้วมุ่งทิศเหนือไปทางศาลากลางจังหวัด เป็นเส้นทางศึกษาเมืองนครฯ ครั้งนี้     มาเมืองนครฯ แล้วไม่ไหว้พระธาตุเมืองนคร ก็ดูกระไรอยู่ และทุกครั้งที่ผมมาเห็นองค์พระมหาธาตุแห่งนี้กี่ครั้งก็ตาม ก็ยังอดรำพึงกับตัวเองไม่ได้ว่า องค์พระมหาธาตุแห่งนี้ สวยงามจริง ทั้งรูปทรง ปล้องไฉนที่เรียงต่อกันโดยมีนัยยะทางศาสนาแฝง ยอดเจดีย์สีทองอร่าม สะท้อนแสงจนสะดุดตา ยอดบนสุดคืออัญมณีล้ำค่า ผมมักเสียเวลากับที่พระธาตุนครหลายชั่วโมง แม้จะเป็นการมาครั้งที่สิบก็ตามที    
  มีคนอุปมาว่าเจดีย์รายภายในเขตองค์พระ คล้ายกับเจดีย์ที่เรียงรายบนแต่ละชั้นของบุโรพุทโธ แต่มองอย่างคนเดินทางโดยไม่มีใจลำเอียง บุโรพุทโธ คล้ายกองศิลาที่มาเรียงก่อเป็นสิ่งปลูกสร้าง หากทว่าไม่มีพิธีการ ไม่มีการกระทำใดที่บ่งบอกว่านี่คือสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ นอกจากแหล่งทำเงินจาการท่องเที่ยว แต่ทุกครั้งที่เข้าไปในเขตองค์พระธาตุฯ โดยเฉพาะในวิหารพระม้าที่สร้างคร่อมบันไดทางขึ้นสู่องค์พระธาตุ จะตะขิดตะขวงใจทุกครั้งที่ลุกขึ้นยืนโดยไม่นั่งพับเพียบด้วยความเคารพ ไม่ใช่เพราะอยู่ต่อหน้าท่านท้าวทั้งสองที่ขนาบข้างสองทางบันได ไม่ใช่เพราะบรรดา สิงห์ สัตว์ในตำนานที่เฝ้าองค์พระธาตุ หากแต่เป็นที่บรรยากาศรายรอบที่ทำให้รู้สึกเช่นนั้น     ศาสนาพราหมณ์ เข้ามาในแผ่นดินเมืองนครนานฯมาก่อนศาสนาพุทธด้วยซ้ำไป ลัทธิไศวะนิกายที่เป็นลัทธิที่นับถือพระศิวะเป็นใหญ่ (มีศิวลึงค์เป็นตัวแทน )เข้ามามีบทบาทบนแผ่นดินนี้ มาถึงปัจจุบันใช่จะขาดไร้ซึ่งลมหายใจ เพราะยังคงมีทั้งหอพระอิศวร หอพระนารายณ์ และ เสาชิงช้า แล้วก็ใช่แต่เพียงจะตั้งไว้กลางถนนให้รถวนเล่นแบบที่หน้าศาลาว่าการกรุงเทพ แต่ที่นี่มีการโล้ชิงช้า หรือ พิธีตรียัมปวายทุกปี สองเสาของเสาชิงช้า อุปมาเหมือนเขาพระสุเมรุและเขาไกรลาศ ที่พระอิศวรให้เทพบริวารทั้งหลายลงมาอำนวนความสมบูรณ์พูนสุขแก่ชาวโลก ถ้า ได้ข่าวว่าจะมีพิธีแห่นางดานที่เมืองนครฯ เมื่อไหร่ ก็แสดงว่าจะมีพิธีโล้ชิงช้าด้วยเช่นกัน ใครไม่เคยเห็นในกรุงเทพ จะลงไปดูที่นครศรีธรรมราชก็ได้ เขามักจะมีพิธีกันช่วงวันสงกรานต์ในทุกๆปี         เลยออก ไปจะเห็นกำแพงเมืองส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช ที่มีการปรับแต่งขึ้นมาใหม่ หลังจากที่ กำแพงเมืองส่วนอื่น รื้อออกแล้วทำเป็นถนนจนคนรักโบราณสถานร้าวรานใจ แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ป่วยการที่จะฟื้นฝอย หอคูที่ปรากฏข้างถนนเป็นร่องรอยของเรือนจำเก่าที่ย้ายออกไปนอกเมือง แล้วเอาพื้นที่มาสร้างเป็นสวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช ผู้สร้างเมืองนครศรีธรรมราช กลางวันอาจจะดูธรรมดา แต่มาดูกลางคืนที่เขาแต่งไฟ จะเห็นความสวยงามของสถานที่   เลย ไปไม่ไกลจะเจอสี่แยกตลาดแขก ซึ่งเป็นชุมชนใหญ่ของคนไทยมุสลิม ในช่วงเดือนถือศีลอด พอออกบวชตอนเย็นๆจะคราคร่ำไปด้วยคนมุสลิมที่มาดินเลือกซื้ออาหารกันจนต้อง ปิดถนน เพราะเมืองนครฯนั้นคนมุสลิมมาก เพราะในอดีตเจ้าพระยานคร ยกทัพไปตีเมืองปัตตานีบ้าง ไทรบุรีบ้าง แล้วกวาดต้อนชาวปัตตานีเข้ามาอยู่กัน เครื่อง ถมเมืองนครที่ลือชื่อ ก็มาจากช่างถมจากเมืองปัตตานีนี่เองที่ถ่ายทอดความรู้ ใกล้แยกตลาดแขกจึงมีมัสยิดยาเมี๊ยะ ให้ได้ใช้ประกอบศาสนกิจกัน มัสยิดแห่งนี้แม้จะเล็ก แต่ดูสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบอาหรับ                                                             คนละฝั่งถนนไม่ไกลกัน กลับปรากฏโบสถ์คริสต์จักรเบธเลเฮม ศาสนาคริสต์เผยแพร่เข้ามาในนครศรีธรรมราชเมื่อกว่าร้อยปีล่วงมาแล้ว จากผู้ที่นับถือศรัทธาเพียงไม่กี่คน จนถึงปัจจุบัน มีศริสต์ศานิกชน ในนครศรีธรรมราชมากมาย จนโบสถ์หลังเก่าที่สร้างหลังเล็กๆ ไม่เพียงพอในการประกอบศาสนพิธีจนต้องขยายมาเป็นหลังใหญ่อย่างในปัจจุบัน     เลยไปอีกไม่ไกล เป็นศาลเจ้ากวนอู เทพผู้ที่ถือความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดีเป็นที่ตั้ง ถ้าสังเกตก็จะเห็นว่า ส่วนใหญ่เทพของลัทธิขงจื้อที่เราเห็นตามศาลเจ้าจีนนั้น เป็นพระโพธิสัตว์ ในภาคต่างๆ และ เทพที่มาจากคนธรรมดา แต่ประกอบคุณงามความดี น่าเคารพนับถือ เมื่อตายไป ผู้คนก็ยังคงรำลึกถึงคุณงามความดีให้ความนับถือเป็นเทพ เคารพคนที่ควรเคารพ นับถือคนที่ทำความดีนั้นบ่งบอกถึงผู้ที่ให้ความเคารพว่าเป็นผู้ใฝ่ดีและศรัทธาในความดี ผมแม้จะนับถือศาสนาพุทธ แต่ก็ไหว้ศาลเจ้าจีน เคารพเทพที่ทำคุณงามความดีทั้งหลายอยู่ออกบ่อย     แผ่นดินเมืองนครศรีธรรมราชฯ แม้จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของความเชื่อและวัฒนธรรม แต่หากเรายอมรับความแตกต่างกันได้และไม่ลบหลู่ ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ด้วยถือว่าแผ่นดินนี้ก็ของเราทุกคน เรา จะละอายหากทำร้ายแผ่นดินนี้ เพียงเพราะคนอื่นคิดแตกต่างจากเรา ผมไปร่วมขัดถูทำความสะอาดถนนแถวหน้า รพ.จุฬา แล้วจึงไปนครศรีธรรมราช และเมื่อเดินจนสุดถนนราชดำเนินที่เมืองนครฯ ก็ให้ใครต่อใครมาเยือนเมืองนครศรีธรรมราช ได้มาเดินถนนสายนี้ แล้วลองคิดดูว่า แท้จริง เราเกลียดชังกันจริงๆหรือ ผมเปิดคอลัมน์ใหม่ด้วยเรื่องนี้ และเชื่อว่าคนที่รักประเทศนี้ ไม่มีทางทำร้ายประเทศนี้เด็ดขาด ไม่มีใครรักแผ่นดินนี้เท่าคนไทยหรอกครับ… ………………………………………………….. ** คอลัมน์ ประเทศไทยใจเดียว เสาร์สวัสดี นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ๗ ส.ค.๒๕๕๓**                  

แนะนำให้อ่านต่อ