เรื่องของ…ญี่ปุ่น

Asean Dimensions คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ www.tawanyimchang.com เรื่องของ...ญี่ปุ่น
หอคอยเมืองเกียวโต สังเกตจักรยาน..ได้รับเกียรติในเมืองมาก หอคอยเมืองเกียวโต สังเกตจักรยาน..ได้รับเกียรติในเมืองมาก


เข้าใจว่า กว่าเรื่องนี้จะลงตีพิมพ์ การเลือกตั้งครั้งใหม่ของญี่ปุ่นก็น่าที่จะรู้ผลไปเรียบร้อยแล้ว ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใช้การเมืองในระบบรัฐสภา แก้ปัญหาได้ดีมาก อย่างกรณีที่นายกรัฐมนตี ชินโสะ อาเบะ ประกาศยุบสภาไปเมื่อวันที่ 21 พ.ย.2557 ก็มาจากกรณีจากขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรารู้ๆกัน จาก 8% อย่างในปัจจุบัน เป็น 10% เพื่อเก็บเงินเข้ารัฐให้มากขึ้น ทีนี้ก็มีบางส่วนไม่เห็นด้วย นายกฯ จึงใช้การยุบสภา เพื่อให้ประชาชนออกเสียงเลือกตั้ง ถ้ายังเลือกนายอาเบะเข้ามา ก็แสดงว่า ประชาชนเห็นด้วยกับวิธีการนี้ของเขา แล้วการยุบสภา การลาออกของรัฐมนตรีญี่ปุ่นนั้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ไม่ยาก อย่างช่วงก่อน รัฐมนตรีหญิงในรัฐบาลนายอาเบะก็ลาออกไป เพียงเพราะเอาเงินบริจาคไปซื้อเครื่องประทินโฉม พอมีคนรู้ เขาหน้าบางก็ลาออก ของไทยเรอะ ขนาดจับได้คาหนังคาเขา มันยังไม่ลาออก อ้างไปสารพัด การเมืองในประเทศสะท้อนการเป็นบ้านเมืองที่เจริญ เจริญแม้กระทั่งการเมือง นักการเมืองเขาแคร์ประชาชนมาก ผมถึงว่า การเมืองบ้านเรายังห่างชั้นกับญี่ปุ่นอีกมาก
จะข้ามถนนได้เฉพาะสะพานลอยหรือทางม้าลายเท่านั้น แต่สะพานลอยญี่ปุ่นไม่ค่อยมี ทางม้าลายคนจึงหนาตา จะข้ามถนนได้เฉพาะสะพานลอยหรือทางม้าลายเท่านั้น แต่สะพานลอยญี่ปุ่นไม่ค่อยมี ทางม้าลายคนจึงหนาตา


การเมืองภายในก็ไม่ดีนัก ประชาชน ให้ฐานทัพอเมริกาย้ายอกไปจากโอกินาวา ประท้วงกันเย้วๆ รวมทั้งเรื่องญี่ปุ่นจะขอแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อยกกองกำลังป้องกันตนเอง ให้เป็นลักษณะงานแบบกองทัพ ซึ่งมีทั้งคนเห็นด้วยและคนค้าน เศรษฐกิจญี่ปุ่น ตกต่ำต่อเนื่องมาหลายปี พออเมริกาทรุด ญี่ปุ่นที่ไปผูกติดกับอเมริกาก็พลอยทรุดไปด้วย แต่เพราะโครงสร้างทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นแข็งแกร่ง การยืนระยะจึงมีให้เห็น แต่กระนั้นญี่ปุ่นก็ต้องหาเงินเข้าประเทศขนานใหญ่ หนึ่งในนั้นคือ การท่องเที่ยว สำหรับประเทศไทย ญี่ปุ่น เปิดตลาด ยกเว้นวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยวในญี่ปุ่น 15 วัน ซึ่งถือว่าแทงหวยถูก ปรากฏว่า เงินไทย ไหลเข้าญี่ปุ่นเป็นว่าเล่น ไปจากนักท่องเที่ยวไทยนี่แหละ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ไปญี่ปุ่นมา แหล่งท่องเที่ยวฮิตๆในญี่ปุ่น เมืองไหนก็ตาม ท่านจะเห็นคนไทยตลอดเวลา ในโรงแรมเดียวกัน ในรถโดยสาร รถไฟ แม้กระทั่งรถบัสเที่ยวในเมือง จะเห็นคนไทย อย่างน้อย 1 กลุ่ม เสมอ ยิ่งถ้าเป็นที่เที่ยวสำคัญๆ คนไทยเดินกันให้ควั่ก จนแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง มีเอกสารแจกเป็นภาษาไทยแล้ว ผมกลับเมืองไทยโดยสายการบินราคาต่ำ ปรากฏว่า คนไทยในเครื่อง 80% แล้วเป็นแบบนี้มาเป็นปีๆ เป็นเครื่องยืนยันว่าจริงๆ แล้วคนไทยยังมีเงิน แต่ไม่เอาออกมาใช้สอย ญี่ปุ่นต้องการเงินจากต่างชาติไปช่วยเศรษฐกิจ ก็ได้เงินจากนักท่องเที่ยวสมใจ แต่ที่น่าสนใจคือ เห็นคนยุโรปน้อยมาก ที่ดูหนาตาหน่อยก็ในโตเกียว ถ้าออกไปเมืองใหญ่ๆ แทบจะนับหัวได้เลย นี่แสดงว่า ฝรั่งคงไม่มีเงินจริงๆ
2.บ้านสไตล์ญี่ปุ่น ยังคงได้รับความนิยมโดยเฉพาะในชนบท 2.บ้านสไตล์ญี่ปุ่น ยังคงได้รับความนิยมโดยเฉพาะในชนบท


สังคมคนญี่ปุ่นนั้น ผมต้องซูฮกเลยถึงความเป็นประเทศที่ประชากรมีวินัยสูงมาก ท่านจะไม่เห็นการแซงคิว ไม่ว่าอะไรก็ตาม รอรถเมล์ รอซื้อของ รอรถไฟ ทุกอย่างเข้าแถวโดยอัตโนมัติ การใช้บันไดเลื่อนของญี่ปุ่นอีกอย่าง ขึ้นไปปุ๊บ เขาจะยืนชิดซ้ายโดยอัตโนมัติ ทางขวา จะเป็นทางสำหรับคนที่ต้องการเร่งเดินไปเร็ว บนรถสาธารณะ เด็ก ผู้หญิงท้อง คนแก่ คนพิการ เขามีเก้าอี้พิเศษให้ แล้วคนทั่วไปก็ไม่ไปนั่ง (ยกเว้นนักท่องเที่ยว) และไม่ค่อยเห็นเขาลุกให้คนเหล่านี้นั่ง ผมลุกขึ้นยืนให้คนแก่นั่ง เขาเลยดูแปลกๆ ประเทศนี้ ท่านจะมองหาถังขยะยากมาก เพราะเขาจะไม่ทิ้งพร่ำเพรื่อเหมือนบ้านเรา เขาจะรวมขยะของตัวเอง เมื่อเจอค่อยเอาไปทิ้ง จะมาเห็นการวางแก้วน้ำ ขวดน้ำ ทิ้งขยะบนสะพานลอยแบบบ้านเรานั้นอย่าหวัง ทางลอดอุโมงค์ใต้ดินเขา แม้จะไม่มีคนมาเฝ้าดู แต่ท่านก็จะไม่เห็นขยะสักชิ้น ไม่เห็นคนมาปูผ้าขายของ หรือมานั่งขอทานเด็ดขาด ในเมือง เขาจะมีที่สูบบุหรี่ให้โดยเฉพาะ เป็นที่รู้กัน จะล้อมรั้วไว้ ใครอยากบุหรี่ เดินไปถึงควักสูบกันตามใจ ในสถานีรุไฟ ก็จะมีห้องสูบบุหรี่ กั้นกระจก ใครอยากเข้าไปนั่งอัดควันกันให้สบายใจ จะมาเห็นนั่งสูบไม่เลือกถานที่แบบไทยนี่ ไม่มี เขาเคารพสิทธิคนอื่นมาก
7.ญี่ปุ่นใช้รถไฟเดินทางมากกว่ารถยนต์ ทางรถไฟญี่ปุ่นจึงมากมายซับซ้อน 7.ญี่ปุ่นใช้รถไฟเดินทางมากกว่ารถยนต์ ทางรถไฟญี่ปุ่นจึงมากมายซับซ้อน


ในญี่ปุ่นรถน้อยครับ แทบไม่มีรถส่วนตัววิ่ง ในเมืองใหญ่ๆ แม้กระทั่งในโตเกียว ยังไม่มีปัญหาเรื่องรถติด เพราะเขามีมาตรการสารพัดที่กันไม่ให้คนใช้รถส่วนตัว ผิดกับบ้านเราสมัยหนึ่งดันมายุให้คนซื้อรถ รถเลยติดวินาศสันตะโร ตามเมืองจะมีที่จอดรถสาธารณะ ให้หยอดเหรียญ จอดรถกันได้เลย แล้วคนเขาไปใช้รถไฟเป็นหลัก ระบบรถไฟในญี่ปุ่นนั้นแพร่หลายมาก และเป็นมาตรฐาน ในสถานีรถไฟใหญ่ๆหนึ่งๆ อาจจะมีรางรถไฟซ้อนกัน 2-4 ชั้น ในสถานีใหญ่ๆ อย่างโตเกียว เกียวโต เซนได โอซากา ฯลฯ ในสถานีรถไฟผู้คนถึงเดินกันขวักไขว่มาก แล้วมีทั้งรถไฟท้องถิ่น รถไฟหัวกระสุน ในรางหนึ่งรางจะมีรถไปแล่นเข้ามาทุกๆ 5 นาที โดยเฉพาะในโตเกียว รางรถไฟยุ่บยับเหมือนใยแมงมุม แต่สามารถใช้ทางรถไฟเขาเดินทางได้ทั่วเมือง เอาเป็นว่าขนาดโตเกียวเมืองใหญ่ๆ ท่านผู้อ่านสามารถใช้รถไฟที่ยุบยั่บนี้ไปเที่ยวไหนต่อไหนใน 1 วันได้สบาย(ถ้าไม่ใช้เวลาในที่ท่องเที่ยวนานเกินไป) แล้วรถไฟญี่ปุ่น แน่นอนมากเรื่องเวลา ถ้าท่านมารอรถไฟ แต่อ่านชื่อสายรถไฟที่เป็นภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ขอให้ดูแค่เวลาที่ท่านจะขึ้นและระบุไว้บนตั๋ว ถ้าเวลาได้แล้ว พอมีรถไฟเทียบชานชาลา ท่านขึ้นไปเลย ไม่มีผิดขบวน นี่เขาแน่นอนขนาดนี้ แล้ว บนรถไฟญี่ปุ่น ท่านจะเห็นเศษพลาสติก เศษขวดน้ำที่ซื้อ เหน็บติดกับพนักที่นั่งด้านหน้าเราเป็นไม่มี เวลาจะลง เขาจะเก็บไปทิ้งที่ใกล้ประตูทางลงทุกโบกี้ แล้วทิ้งขยะให้ถูกประเภทนะ ประเทศนี้เขาแยกขยะกันจริงจัง กระดาษ พลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องแคน เศษอาหาร เขาแยกกันจริงจังเลย
8.ทางม้าลายญี่ปุ่นนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก ถ้าช่วงไฟเขียวให้คนข้าม แม้ไม่มีคนข้ามรถก็ต้องหยุด 8.ทางม้าลายญี่ปุ่นนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก ถ้าช่วงไฟเขียวให้คนข้าม แม้ไม่มีคนข้ามรถก็ต้องหยุด


บนทางเท้าของประเทศนี้ เราจะไม่เห็นป้ายโฆษณา ไม่เห็นเสาไฟมากินพื้นที่ทางเท้า ไม่เห็นตู้โทรศัพท์ ไม่มีฝาท่อระบายน้ำที่นูนขึ้นมา ไม่มีร้านค้าแผงลอยมายึดพื้นที่ ไม่มีวินมอเตอร์ไซค์เอาร่มมากาง เอาโต๊ะมาตั้ง ทางเท้าเขาคือทางเท้าจริงๆ เพราะแบบนี้ เขาถึงแบ่งพื้นที่ทางเท้าครึ่งหนึ่ง เป็นเลนส์จักรยาน เขาใช้จักรยานกันแพร่หลายมาก จักรยานเขาไม่ต้องลงไปวิ่งบนถนน เพราะทางบนทางเท้ากว้างมากพอ ที่นี่ จักรยานเขาศักดิ์ศรีพอๆกับรถยนต์ แล้วร้านค้าขาวแกงแบบคนจนมีไหม...มีครับ คนญี่ปุ่นจนๆ ก็มีเหมือนทุกที่ แต่คนจนที่นั่นไม่อ้างความจนมาเอาเปรียบสังคมเหมือนบ้านเรา ร้านขายข้าวแกง อาหารตามสั่ง เขาจึงไปตั้งริมถนน มีผ้ากั้นประตู ใครเข้าไปก็ไปนั่ง สั่งเอา แล้วคิดเงิน จะมายึดทางเท้าขายของแบบบ้านเราไม่มี แล้วราคาของทุกชนิดแม้กระทั่งอาหารตามสั่ง จะบวกภาษี 8 % เข้าไปทุกจาน ทุกชิ้น และทุกกล่อง บ้านเรานี่ยังน้อยมาก ทางม้าลายของเขาศักดิสิทธิ์จริงๆ ถึงแม้ไม่มีรถมา แต่ยังเป็นไฟแดงสำหรับคนข้าม เขาก็จะไม่ข้ามเด็ดขาด ยืนรอมันแบบนั้น แต่ถ้าไฟเขียวเมื่อไหร่ เขาจะไม่สนใจรถที่แล่นมาเลย เขาจะข้ามอย่างสบายใจ ไม่มีรถคันไหนแหกมาชนเขาแน่ๆ แล้วรถเขาไม่มีจอดล้ำเส้นขาว รถทุกคันจอดหลังเส้นขาวทั้งหมด นี่เพราะ กฎระเบียบเขาเข้มงวด ไม่มีซิกแซกแบบบ้านเรา ญี่ปุ่นนั้น แต่เดิมศักดินาสูงมาก แต่มาปัจจุบันทุกคนเท่ากันหมดทางกฎหมาย แต่บ้านเรา กฎหมายจะบังคับใช้อย่างเคร่งครัดกับคนจนและคนมี่ชื่อเสียง
9.คู่บ่าวสาวที่ศาลเจ้าแมจิ โตเกียว 9.คู่บ่าวสาวที่ศาลเจ้าแมจิ โตเกียว


มารยาทรถในญี่ปุ่นกับคนข้ามถนนนั้น น่ายกย่องมาก เพียงแต่ท่านไปยืนอยู่ริมถนน แม้ไม่มีทางม้าลาย ท่านไปยืนเฉยๆนี่แหละ รถที่มาเขาจะจอดให้ท่านข้ามเลย อันนี้เป็นมารยาทที่เขาใช้อย่างเคร่งครัด ดังนั้น ท่านอย่าไปยืนเล่นริมถนน อย่าไปยืนรอใครริมถนน ให้เข้ามาในๆหน่อย ไม่อย่างนั้นรถเขาจะจอดจนระบบเขาจะรวนไปหมด คนญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพื่อไม่ให้ผู้สูงอายุเหงา เขาจะมีงานไว้ให้ผู้สูงอายุทำ ตั้งแต่ที่สนามบิน ไปจนถึงสถานีรถไฟ คนอำนวยจราจร คนตอบคำถามนักท่องเที่ยว คนกวาดขยะ คนสูงอายุทั้งนั้น แล้วท่านเหล่านี้ ทำงานด้วยความขยันขันแข็ง
สวนสาธารณะอูเอโนะ ในโตเกียวช่วงใบไม้เปลี่ยนสี สวนสาธารณะอูเอโนะ ในโตเกียวช่วงใบไม้เปลี่ยนสี


ใครว่าคนญี่ปุ่นพูดภาษาอังกฤษเก่ง อย่าไปเชื่อครับ เหมือนบ้านเรานี่แหละ ส่วนใหญ่พูดไม่ได้ ที่พอพูดได้ก็กล้อมแกล้มๆ ไปเหมือนกัน เด็กนักเรียนก็เช่นเดียวกัน ประเทศที่เจริญคงพูดภาษาอังกฤษได้ เหมือนบ้านเรา พูดได้บางคนเท่านั้น แต่สำนึกการให้บริการเขาดีมาก เจ้าหน้าที่รถไฟ ร้านอาหาร ร้านขายของสารพัด จะมาหน้าบูดหน้าเบี้ยว แบบเจ้าหน้าที่ไทยนี่ไม่มี สำนึกบริการเขาสุดยอด และความมีน้ำใจการต้อนรับแขกเขาไม่น้อยหน้าบ้านเราเลย บ้านเราระวังให้ดี มัวขายแต่ยิ้มสยาม ยิ้มไปเปล่าๆ ลอยๆ ไม่มีประโยชน์ ความจริงใจของคนไทยเริ่มหดหาย แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง นักท่องเที่ยวมาเจอปัญหาแท็กซี่เอาเปรียบ ไปเชียงใหม่ สองแถวแดงเอาเปรียบ ไปหัวหิน เจอร้านขายอาหารเอาเปรียบ ไปภูเก็ต เจอพวกร่มมาไล่ไม่ให้นอนอาบแดด แบบนี้มันไม่ไหว ต้องสังคายนากันครั้งใหญ่
13.รถแท๊กซี่ในญี่ปุ่น เป็นรถรุ่นเก่ามาก แต่รับการดูแลอย่างดี เริ่มสตาร์ทที่ 750 เยน 13.รถแท๊กซี่ในญี่ปุ่น เป็นรถรุ่นเก่ามาก แต่รับการดูแลอย่างดี เริ่มสตาร์ทที่ 750 เยน


ครั้งนี้ พอเอาเรื่องญี่ปุ่นพอหอมปากหอมคอ ค่อยๆ ทยอยเล่าไปเป็นเรื่องๆ ก็แล้วกันครับ... (ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร OFF ROAD ฉ.๒๓๗ ม.ค.๒๕๕๘) .......................................

แนะนำให้อ่านต่อ