เห็นมาก็เล่าไป ….. แค่ต้นธูป…ก็เป็นเรื่องจนได้

เห็นมาก็เล่าไป เรื่องมันส์ๆ ของแวดวงการเดินทางท่องเที่ยว..... แค่ต้นธูป...ก็เป็นเรื่องจนได้ ๒๑ พ.ค.๒๕๕๘ เมื่อเย็นวันที่ ๒๐ พ.ค.๕๘ ฟังข่าวจากโทรทัศน์ช่องดิจิตอลช่องหนึ่งในช่วงเย็น มีข่าวว่าชาวบ้านที่อยุธยา กำลังเดือดร้อนจากผลแก่ของต้นธูปจีน ที่ปลิวไปในบ้าน ตามช่องแอร์และสารพัดที่จนด้รับความเดือดร้อน วอนให้ทางการมาช่วย ข่าวว่ามาแบบนี้ ผู้ประกาศข่าวเธอบอกว่าเป็นต้น “ธูป” จริงๆ ที่ถูกต้องคือธูปฤาษี ธูปจีนก็เรียกกัน แต่แถวบ้านผมที่เพชรบุรีเรียกต้นเฟื้อ เฟิ้อ หรือธูปฤาษีนี้มี ชื่อสามัญ Bulrush, Cattail, Cat-tail, Elephant grass, Flag, Narrow-leaved Cat-tail, Narrowleaf cattail, Lesser reedmace, Reedmace tule ธูปฤาษี ชื่อวิทยาศาสตร์ Typha angustifolia L. จัดอยู่ในวงศ์ TYPHACEAE มีชื่อเรียกแต่ละท้องถิ่นต่างกัน กกช้าง กกธูป ธูปจีน เฟื้อ เฟื้อง หญ้าเฟื้อง หญ้ากกช้าง หญ้าปรือ (ภาคกลาง), หญ้าสลาบหลวง หญ้าสะลาบหลวง (ภาคเหนือ), ปรือ (ภาคใต้) ธูปฤาษี (รูปจาก www.thaiarcheep.com ) ต้นธูปฤาษีที่ว่านี้มักขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำ ดอกเป็นตุ้มๆสีน้ำตาลคล้ายธูปของคนจีนที่เขาใช้ไหว้เจ้า เวลาแก่(ราวๆพฤษภาคม-มิถุนายนนี่แหละ) เจ้าดอกที่เห็นเป็นสีน้ำตาลนี้จะแตกออก ปลายมีพู่ขาวๆฟูๆ ติดเมล็ดเล็กๆตรงลาย แล้วก็จะปลิวไปตามลมไปตกหล่นที่ไหนเจอสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมก็ขึ้นเป็นต้นใหม่ ต้นเฟื้อนั้นต้นอ่อนข้างในเอามาทำเป็นอาหารได้ ใครเคยไปดูนกน้ำจะเห็นว่านกอีโก้งมันก็จิกกินต้นเฟื้ออ่อนเหมือนกัน รวมทั้งมีสรรพคุณทางสมุนไพรด้วย( จะไม่ขอกล่าวในที่นี่แต่สามารถค้นหาข้อมูลดูได้) วิธีการกำจัดนั้นง่ายดายมากก็แค่ตัดฟันไม่ให้มันมีดอกแค่นั้นเองหรือเห็นดอกมันยังไม่ทันแก่ก็ตัดทิ้งเสีย ชาวบ้านไม่เห็นว่าจะต้องรอรัฐบาลมาช่วยอะไรเลย หัดช่วยตัวเองบ้างก็ได้ เดี๋ยวนี้เรื่องเล็กเรื่องน้อยรอใก้ทางการมาทำให้ตลอด จนชาวบ้านช่วยตัวเองกันไม่เป็นแล้ว พอพูดถึงธูปก็มีการตั้งคำถามกันมากว่า ทำไมไหว้พระต้องใช้ธูปไหว้ ใช้ธูปไหว้แล้วจะไม่จุดธูปได้หรือเปล่า ซึ่งมีคำตอบมากมายครับ ต่างคนต่างมีเหตุผล สนใจก็ไปค้นหาคำตอบเอาเพราะยากที่จะสรุปหรือฟันธง ผมเป็นคนแพ้ควันธูป เลยไม่ค่อยชอบอยู่ในศาลเจ้า หรือที่ที่มีการจุดธูปมากๆ ยิ่งมีการค้นคว้ามาว่า ควันธูปเป็นสารก่อมะเร็งอย่างหนึ่ง ยิ่งทำให้ห่างออกมา พูดถึงธูปๆ ในวงการท่องเที่ยวเรานั้น มีประเพณีแห่ต้นกระธูป (บางแห่งเรียกงานบุญกระธูป ซึ่งจัดในช่วงออกพรรษาใน อำเภอหนองบัวแดง ชัยภูมิ เป็นการตกแต่งเสาที่ทำเหมือนฉัตร โดยใช้กระธูป(คล้ายๆหลอด )มาแต่งเป็นพู่ฉัตร(ตามรูป) หรือทำรูปทรงอื่นๆ แล้วแต่จะสร้างสรรค์กัน แต่ละชุมชน เอามาประกวดประขันกัน โดยจะแห่มาจากแต่ละชุมชน แล้วเอามารวมไว้ที่หน้าอำเภอ DSC_0413กะธูป_resize ในเวบไซค์ของสำนักงานจังหวัดชัยภูมิ อธิบายลักษณะของ กระธูป ว่า...ถ้าพูดถึงขั้นตอนการทำกระธูปอย่างละเอียด นับเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจและมีคุณค่าทางจิตใจเป็นอย่างมาก เพราะเกิดจากการใช้วัสดุภายในท้องถิ่นหมดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ขุยมะพร้าว ใบอ้ม ใบเนียม โดยนำใบไม้ทั้ง 2 ชนิด มานึ่งแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นนำมาบดอีกครั้งจะได้ฝุ่นไม้ที่มีกลิ่นหอมแล้วจึงนำไปผสมกับขุย มะพร้าวห่อด้วยกระดาษให้ได้รูปทรงยาวเหมือนธูป นำกระดาษสีมาประดับตกแต่งลวดลายให้สวยงาม ส่วนใหญ่นิยมเป็นลายไทย เช่นเดียวกับลายมัดหมี่ แล้วนำธูปที่มัดติดกับดาวซึ่งทำจากใบลานมามัดติดกับคันไม้ไผ่ลักษณะคล้ายคัน เบ็ด แล้วนำไปเสียบไว้กับแกนไม้ไผ่ที่เตรียมไว้ ความสูงประมาณ 3-5 เมตร รูปทรงคล้ายฉัตรก่อนนำไปแห่และจุดบูชา พร้อมนำลูกดุมกา ลักษณะคล้ายส้มแต่มีเปลือกแข็งมาผ่าเป็น 2 ซีก ใส่น้ำมันพืชลงไปแล้วควั่นด้ายเป็นรูปตีนกาเพื่อจุดไฟให้แสงสว่างใต้ต้นกระธูป ผมไปเห็นก็เหมือนประเพณีท้องถิ่นทั่วๆไป ธรรมดาๆ การบอกว่ามีเพียงแห่งเดียวในโลก ยังไม่น่าใช่จุดขาย การจะเป็นแห่งเดียวก็จริง แต่ไม่ถึงกับว่าจะต้องดิ้นรนมาดูให้ได้ “แห่งเดียวในโลก” จะเอาเป็นจุดขายมันต้องทรงคุณค่า ยิ่งใหญ่กว่านี้ ผมว่าถ้าใส่พิธีการอะไรเข้าไปอีก ทำให้มันดูขลังๆ ไม่ต้องไปจ้างออแกไนซ์มาทำให้อลังหรอก ให้ชาวบ้านทำกันเองนี่แหละ( ถ้ากลัวไม่มีเงินทอนเหมือนจ้างออกไนซ์ ก็ทำเป็นโครงการให้ชาวบ้านทำก็ได้ ทอนเงินได้เหมือนกัน แต่ระวัง ม. ๔๔ หน่อยก็พอ)ก็น่าจะพอขายได้ ให้ออแกไนซ์จัด มันดูยิ่งใหญ่ทันสมัยก็จริง แต่มันดู Fake มาก งานเลยไม่มีเสน่ห์ เหมือนงานจัดทั่วๆไป ลองให้ชาวบ้านทำเอง เกิดจากชาวบ้านอยากทำเอง น่าจะถูกทางมากกว่า DSC_0395_resize หากท่านผู้อ่านสนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ว่าการอำเภอหนองบัวแดง โทร.0-4487-2123, ท้องถิ่น-อำเภอ โทร.08-6879-0287 หรือที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครราชสีมา (รับผิดชอบพื้นที่ นครราชสีมา,ชัยภูมิ) โทร.0-4421-3030 ไปพบ ไปเห็นมาจะได้เอามาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ สวยไม่สวย มีคุณค่าหรือไม่ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แต่สำหรับผมก็อย่างที่ได้บอกไปแต่ต้น ไก่อาจจะเห็นข้าวสารมีค่ากว่าเพชรที่เขี่ยเจอก็ได้... ...........................................................

แนะนำให้อ่านต่อ