พม่า…แผ่นดินไหว

Asean Dimensions คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ www.facebook.com/pages/ตะวันยิ้มแฉ่ง พม่า...แผ่นดินไหว
ความกว้างใหญ่ของอิรวดีมองจากบนเจดีย์มิงกุน ความกว้างใหญ่ของอิรวดีมองจากบนเจดีย์มิงกุน


                       แรกคิดจะเล่าเรื่องที่อื่นสู่ท่านผู้อ่านสักหน่อย ดันมามีข่าวว่าเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมาเกิดแผ่นดินไหวในพม่า หนังสือพิมพ์ไปสัมภาษณ์ นายเลิศสิน รักษาสกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี ได้ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้กรมทรัพยากรธรณี ได้ตรวจสอบจุดศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหวใน ประเทศพม่า เมื่อเวลา 8.12 น. แล้วว่าเกิดตรงบริเวณรอยเลื่อนสะแกง ของพม่า ไม่ได้เกิดจากรอยเลื่อนแขนงหรือรอยเลื่อนสาขาแต่อย่างใด โดยมีขนาด 6.8 ริกเตอร์ ที่ระดับความลึกจากผิวดินลงไปเพียง 9.8 กม. และเป็นสาเหตุทำให้คนกรุงเทพมหานครที่อยู่บนตึกสูง ตั้งแต่ความสูง 9 ชั้นขึ้นไป จึงรับรู้ถึงแรงสั่นไหวอย่างรุนแรง และกว้างขวางมากกว่าคราว การเกิดแผ่นดินไหวในรัฐฉาน ของพม่า เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2554 ที่มีขนาด 6.8 ริกเตอร์เหมือนกัน ทั้งที่กทม.อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวถึง 1,100 กม.
ระฆังมินกุนที่มีข่าวว่าเลื่อนหลุดจากคานแขวน ระฆังมินกุนที่มีข่าวว่าเลื่อนหลุดจากคานแขวน


                   “เป็นที่รับรู้กันว่ารอยเลื่อนสะแกง ของพม่า มีศักยภาพที่จะเกิดแผนดินไหวขนาดใหญ่ได้ ขนาด 7-8 ริกเตอร์มาแล้ว ซึ่งการเกิดแผ่นดินไหวที่พม่าที่ระดับ 6.8 ริกเตอร์ติดต่อกัน ทำให้กรมทรัพยากรธรณี ต้องจับตารอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน 1 ใน 14 รอยเลื่อนที่มีพลังในประเทศไทยเป็นพิเศษ เนื่องจากรอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน ที่อยู่ห่างจากรอยเลื่อนสะแกงราว 400 กม.นั้น มีการวางตัวในทิศทางเดียวกันกับรอยเลื่อนสะแกง เมื่อเกิดการขยับแบบระนาบเหลื่อมขวา ชั้นหินที่ด้านใต้จะถูกบีบอัด และทำให้เกิดการโก่งได้ง่าย จึงอาจส่งผลกระทบในทิศทางที่มีแนวรอยเลื่อนพาดผ่าน เพราะถ้ารอยเลื่อนแม่ฮ่องสอนมีการขยับเมื่อไหร่ก็จะกระทบมาถึงรอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนแม่ทา อีกด้วย”
เจดีย์มินกุน สร้างโดยพระเจ้าปดุงหวังให้ใหญ่สุด แต่ว่ากันว่าสร้างไม่แล้วเสร็จ เจดีย์มินกุน สร้างโดยพระเจ้าปดุงหวังให้ใหญ่สุด แต่ว่ากันว่าสร้างไม่แล้วเสร็จ


                    นายเลิศสิน ยอมรับว่ากรมทรัพยากรธรณี ยังไม่ได้ติดตั้งเครื่องวัดเฝ้าติดตามพฤติกรรมของรอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน เพราะอยู่ในขั้นเตรียมจะดำเนินการติดตั้งในช่วงปลายปีนี้ ดังนั้นจึงต้องอาศัยข้อมูลจากเครื่องวัดจากรอยเลื่อนแม่เมย ที่พาดผ่านในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้จากสถิติในอดีตรอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน เกิดแผ่นดินไหวไม่เกิน 3 ริกเตอร์ ยกเว้นบริเวณเคยเชื่อมต่อในพม่า เคยเกิด 4 ริกเตอร์กว่าๆมาแล้ว ขณะที่รอยเลื่อนเมย เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.1 ริกเตอร์ ในช่วงปี 2518 และทำให้คนที่อยู่ในตึกชั้น 3 ก็สามารรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้ สำหรับรอยเลื่อนแม่ฮ่องสอนนั้น มีความยาวของแนวรอยเลื่อน 200 กม.พาดผ่านจังหวัดแม่ฮ่องสอน และตาก ส่วนรอยเลื่อนเมย วางตัวในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ ตังต้นจากลำน้ำเมย ชายแดนพม่าต่อจากห้วยแม่ท้อ และลำน้ำปิง ใต้จังหวัดตาก ต่อลงมาผ่าน จ.กำแพงเพชร นครสวรรค์ จนถึงอุทัยธานี รวมความยาว 250 กม. และเคยมีรายงานแผ่นดิน 2 ครั้งคือวันที่ 23 ก.ย.2476 ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และ 23 ก.พ.2518 ที่ อ.ท่าสองตาก จ.ตาก ขนาด 5.6 ริกเตอร์ ( กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 12 พ.ย.2555)
รอยแยกของเจดีย์จากแผ่นดินไหว  รอยแยกกว้างจนเป็นทางเดินในเจดีย์ รอยแยกของเจดีย์จากแผ่นดินไหว รอยแยกกว้างจนเป็นทางเดินในเจดีย์


                     หลักการทางวิชาการก็คงต้องว่ากันไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงต้องเตรียมการ ซึ่งเราคนไทยก็คงไม่ต้องตื่นตระหนกหรือไปบ้าข่าวลือว่าเขื่อนจะแตก ภูเก็ตจะจมน้ำอะไรลงไปอีก เพียงแต่ต้องดำรงชีวิตในความไม่ประมาทเท่านั้นเอง ที่น่าสนใจก็คือ เนื้อข่าวยังบอกว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ยังทำให้ ระฆังมิงกุน ระฆังที่ใหญ่ที่สุดในพม่า ยังมีการเลื่อนไถลจากตำแหน่งเดิมอีกด้วย เมืองชเวโบ จุดเกิดแผ่นดินไหวที่ว่านี้ มีชื่อเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์พม่าหลายช่วงหลายตอน เป็นชื่อเมืองทางภาคเหนือของพม่า ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำอิระวดี ผมไปค้นเรื่องเมืองชเวโบ เจอมาหลายช่วงหลายบริบท   ปะติดปะต่อได้ว่าพงศาวดารพม่าเรียกว่า เมืองมุสโซโบ เป็นบ้านเกิดของพระเจ้าอลองพญา ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์อลองพญา อันเป็นราชวงศ์สุดท้าย ที่ปกครองพม่าก่อนที่จะตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ในปี พ.ศ.2428 และเป็นราชธานีของพม่าอยู่ 10 ปี ระหว่างปี พ.ศ.2296 - 2306
สิงห์หน้าเจดีย์ ก็มีข่าวว่าพังครั้งแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ๒๓๘๑ สิงห์หน้าเจดีย์ ก็มีข่าวว่าพังครั้งแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ๒๓๘๑


                     ช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 23 ตอนนั้นมอญตั้งตนเป็นอิสระไม่ขึ้นกับพม่า ประกาศตั้งกรุงหงสาวดีเป็นราชธานี และสามารถตีเมืองอังวะราชธานีของพม่า และหัวเมืองใกล้เตียงไว้ได้ มังลองซึ่งเป็นปลัดแขวง เมืองชเวโบ ไม่ยอมอ่อนน้อมต่อมอญ กลับสถาปนาเมืองชเวโบเป็นราชธานี ขนานนามว่า กรุงรัตนสิงห์ แล้วตั้งตนเป็นกษัตริย์ใช้นามว่า พระเจ้าอลอง มินตยาคยี (หรืออลองพญา ที่แปลว่า พระโพธิสัตว์) เมื่อเห็นว่ามีกำลังเข้มแข็งพอ ก็ยกกองทัพไปตีเมืองอังวะราชธานีเดิมคืนจากมอญ เมื่อปี พ.ศ.2296 ตอนพระเจ้ามังระ ขึ้นเสวยราชย์ก็ได้ย้ายราชธานีไปตั้งที่กรุงอังวะเดิม เมื่อปี พ.ศ.2306 เป็นช่วงที่พม่ากำลังทำสงครามกับอังกฤษ พระเจ้ามินดงก็หลบหนีไปรวบรวมไพร่พลที่เมืองชเวโบ ทำการปฎิวัติชิงราชสมบัติจากพระเจ้าพุกาม และตั้งพระองค์เป็นกษัตริย์ที่เมืองชเวโบ เมื่อปี พ.ศ.2396 ต่อมาเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษทั้งประเทศ ในปี พ.ศ.2428 ชาวพม่าบางส่วน ได้หลบหนีไปรวมกำลังอยู่ที่เมืองชเวโบ อังกฤษต้องใช้เวลาปราบปรามอยู่หลายปีกว่าจะกำราบลงได้
บนรอยแยกของเจดีย์มองเห็นแม่น้ำอิรวดีชัดเจน บนรอยแยกของเจดีย์มองเห็นแม่น้ำอิรวดีชัดเจน


                      ที่เชิงเขาสะกายที่อยู่คนละฝั่งแม่น้ำอิระวดี ห่างจากมัณฑะเลย์สิบกว่ากิโลเมตร มีเมืองสะกาย เป็นเมืองที่พอมองออกว่าเป็นเมืองเก่า ยังมีการค้าขายคึกคัก ถ้าจะไปดูเจดีย์มิงกุน ก็ต้องนั่งรถเลาะภูเขาเลียบแม่น้ำอิระวดีไปอีกพักหนึ่ง เข้าใจว่า ชเวโบ คงอยู่ย่านๆนี้ แต่ด้วยความไม่ค่อยใส่ใจของผมเมื่อครั้งไปที่นั่น จึงไม่ได้สนใจดูนักเลยไม่กล้าปักหมุดว่าอยู่ตรงไหนแน่ แต่จะตรงไหนหรือไม่ก็ตาม เค้ารอยของเมืองหลวงเก่าแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ผมว่าที่นี่ยังดูดีกว่าที่อังวะ ที่อังวะดูเป็นเมืองร้างเลย นอกจากกำแพงเมือง กับโบราณสถานไม่กี่แห่งแล้ว ดูแทบไม่ออกว่าเป็นเมืองหลวงเก่าแห่งหนึ่งของพม่ามาก่อน ในอดีต ในปี พ.ศ.2431 เจดีย์มิงกุน ที่เมืองมิงกุน ที่เป็นเจดีย์ใหญ่ริมแม่น้ำอิระวดี ใกล้เมืองชเวโบ ก็พังทลายลงมาเพราะเหตุแผ่นดินไหว เจดีย์นี้พระเจ้าปดุงหมายจะสร้างเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดสูงถึง 150 เมตร เจดีย์มีความใหญ่มาก ขนาดเหลือแค่ฐานก็กว้างอักโข ขนาดพังลงมาแล้วยังสูงน่าจะราวๆ 50 เมตร ในตำนาน(อีกแล้ว) บอกว่า เป็นเจดีย์ที่สร้างไม่เสร็จ ด้วยคำทำนายว่าถ้าสร้างเสร็จ แผ่นดินก็จะล่มสลาย แต่เท่าที่เห็นรอยแยกบนองค์เจดีย์ผมว่าแผ่นดินไหวละมีส่วนที่สุดที่ทำให้สร้างไม่เสร็จ นอกจากเจดีย์แล้วด้านหน้าก็ยังมีสิงห์คู่ขนาดใหญ่คู่หนึ่งหันหน้าไปทางแม่น้ำอิระวดี เข้าใจว่าคงหมายจะให้เป็นสิงห์เฝ้าเจดีย์นั่นเอง ซึ่งแต่ก่อนการคมนาคมส่วนใหญ่ก็ใช้ทางน้ำจะมาไหว้เจดีย์มิงกุนก็ต้องมาทางน้ำแล้วเดินผ่นสิงห์คู่ขึ้นมาที่เจดีย์ แต่ตอนนี้ สิงห์ก็เหลือแต่บั้นท้ายทั้งคู่ เพราะแผ่นดินไหวทำเอาส่วนอื่นพังไปหมด ที่วังสมบูรณ์คือระฆังมิงกุนที่ห้อยไว้ในคาน ไม่ไกลจากเจดีย์นัก ระฆังนี้ใหญ่และหนักเป็นตันๆ ทำจากโลหะหล่อ แต่ไม่รู้ว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง เข้าใจว่าคงจะเพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ผู้สร้างมากกว่า ไม่น่าจะยิ่งใหญ่ ยิ่งตีดังแต่อย่างใด ในข่าวบอกว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ ระฆังมิงกุนเลื่อนไถลงจากตำแหน่งเดิม ถ้าเป็นจริงก็แสดงว่าหลุดออกมาจากคานหรือไหลไปติดเสาคานด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งแสดงว่าไหวรุนแรงจนเลื่อนระฆังหนักขนาดนี้ได้เลย
เจดีย์ชินพิวมิน เจดีย์ชินพิวมิน


                     พูดถึงเจดีย์มิงกุนพังเพราะแผ่นดินไหว ที่บ้านเราเจดีย์หลวงที่เชียงใหม่ ก็โดนฤทธิ์ของแผ่นดินไหวเมื่อเป็นร้อยปีก่อนทำเอาพังทลายลงมาเหมือนกัน การพังทลายของโบราณสถานนั้นที่จำกันได้มีพระธาตุพนมในปี 2519 แต่อันนั้นเพราะฝนตกหนักประจวบกับพระธาตุเก่าแก่ แต่ที่เป็นผลมาจากแผ่นดินไหวนั้นบ้านเรายังไม่เคยเกิดผลที่รุนแรง จึงนับว่าเป็นโชคดีไป แต่ทั้งนี้ โลกในยุคที่ความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติเป็นเรื่องปกติ อะไรที่ไม่เคยเกิดก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น อย่างที่บอกว่าอย่าประมาทก็แล้วกัน ครั้งหน้าย้ายที่ไปที่อื่นบ้างครับ..... ---------------------------------------------------- @ ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร OFF ROAD ฉ.๒๑๔ ก.พ.๕๖ @

แนะนำให้อ่านต่อ