เยือนเหย้า…พระตะบอง

Asean Dimensions คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ www.tawanyimchang.com เยือนเหย้า....พระตะบอง
สุดยอดยานพาหนะคลาสสิคในพระตะบอง1 สุดยอดยานพาหนะคลาสสิคในพระตะบอง1


               ผมนั่งเขียนต้นฉบับเรื่องนี้ หลังปีใหม่ 2557 มาไม่กี่วัน ซึ่งปรากฏว่าเมื่อวันที่ 3 ม.ค.2557 ที่ผ่านมาหลังปีใหม่ปรากฏว่ามีข่าวตำรวจกัมพูชาเข้าสลายการชุมนุมเรียกร้องค่าแรงงานของพนักงานโรงงานตัดเย็บในพนมเปญ จนถึงขนาดที่ว่ามีคนถูกกระสุนจริงตายไป 2-4 ศพ ภาพ ตร.ไล่ตีผู้ชุมนุม ไม่เว้นพระสงฆ์องค์เจ้า แล้ววันที่ 5 ม.ค. 57 มีภาพนายกฯฮุนเซนออกมาบีบน้ำตา บอกว่า ตร.ที่เข้าสลายการชุมนุมเป็น ตำรวจปลอม และพูดว่า นี่ก็ถอยจนสุดแล้ว คิดจะไล่จนไม่ให้อยู่ในประเทศเขมรเลยหรือ ภาพร้องไห้คงจะจริงแต่คำบรรยายผมยังไม่ค่อยเชื่อนักว่าฮุนเซนพูดแบบนี้ น่าจะเป็นการตัดต่อแปลงคำมากกว่าเพราะดูมันออกจะเหมือนที่นายกยิ่งลักษณ์ พูดคราวยุบสภามากไปหน่อย
พญาโคตรตะบองขยุง แลนด์มาร์คสำคัญกลางเมือง พญาโคตรตะบองขยุง แลนด์มาร์คสำคัญกลางเมือง


               ก่อนที่จะว่าด้วยเรื่องพระตะบอง ผมขอพูดเรื่องการชุมนุมที่พนมเปญนี่สักนิด จะว่าไปแล้ว ฮุนเซนก็มีความดีตรงที่ทำให้กัมพูชาเจริญขึ้นและเสถียรภาพทางการเมืองค่อนข้างมั่นคง แต่” ไม่ใช่” เกิดจากฝีมือการบริหารครับ หากแต่มาจากการช่วยเหลือของต่างชาติ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเข้ามาช่วยอย่างมีเงื่อนไข ทั้งขอเช่าพื้นที่ทำกินในระยะยาว ขอสิทธิพิเศษทางการค้า การอาศัยยืมมือกัมพูชาเข้ามาแทรกในประเทศกลุ่มอาเซียน เราดูพนมเปญเจริญรุ่งเรืองด้วยตึกรามบ้านช่อง ซึ่งจริงๆ เป็นของบริวารและพรรคพวกของฮุนเซนและนักลงทุนต่างชาติ ที่ฮุนเซนเอาทรัพยากรของชาติแลกมา แต่ผลประโยชน์เข้ากระเป๋าบริวารและคนห้อมล้อม คนกัมพูชาส่วนใหญ่ยังจน ในขณะที่ข้าวของแพง คนรุ่นใหม่เรียนหนังสือ มาเรียนในไทยบ้าง ในกัมพูชาเองบ้าง แต่ตกงานเพียบ ค่าตอบแทนคนจบ ปริญญาตรี เตี้ยต่ำราวกรรมกรบ้านเรา ในขณะที่ญาติพี่น้องฮุนเซน รวยมหาศาล คนก็สะสมความไม่พอใจไว้เรื่อยๆ พอมาเมื่อปลายปี 56 ที่มีการเลือกตั้งนั่นแหละ พอสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้าน ถูกยอมให้เข้าประเทศมาก่อนการเลือกตั้งไม่กี่วัน คนยังออกมาเลือกพรรคสม รังสี จนสูสีกับพรรคของฮุนเซนไม่กี่เสียง แล้ว เราจึงเห็นการเดินขบวนของคนกัมพูชาอย่างมาก แล้วก็ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ผมไปพนมเปญในระยะปีสองปีนี้ทีไร จะได้ข่าวคนงานในโรงงานต่างๆ ออกมาปิดถนนเรียกร้องค่าแรงงานตลอด จนมาหลังปีใหม่นี่ถือว่ารุนแรง เห็นว่ามีสหภาพครูออกมาร่วมด้วย ซึ่งวันหลังจะมาเล่าเรื่องระบบการศึกษาและความเป็นอยู่ของบุคลากรครูในกัมพูชาให้ฟังว่าทำไมเขาถึงออกมาเดินขบวน และคราวนี้ มีคนตายอย่างที่บอก ถ้าท่านผู้อ่านคิดต่อ และลองเปรียบเทียบ ก็จะเห็นว่าค่อยข้างคล้ายคลึงกับการเมืองของไทยในปัจจุบัน ซึ่งเดี๋ยวนี้ สื่ออีเลกโทรนิค สังคมออนไลท์ มันแพร่หลายเร็วมาก ทางการกัมพูชาเองก็ไม่อาจปิดกั้นภาพที่เจ้าหน้าที่ ตร.ทุบตีผู้ชุมนุมได้ ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกชั่วเสี้ยวนาที ผมถึงบอกขอให้จับตาดูให้ดี ว่าระหว่าง ไทย และกัมพูชา ที่จะจะเปลี่ยนแปลงก่อนกัน
ตึกเก่าทรงยุโรป ที่โดดเด่นในย่านสำคัญเมืองพระตะบอง ตึกเก่าทรงยุโรป ที่โดดเด่นในย่านสำคัญเมืองพระตะบอง


                 มาเข้าเรื่องพระตะบองซะที พระตะบองนั้น เคยเป็นของไทยในอดีต รวมทั้งเสียมราฐ ศรีโสภน เกาะกง อะไรพวกนี้ใช่หมด ในพื้นที่เหล่านี้ มีคนไทยตกค้างอยู่มากมาย โดยเฉพาะในเกาะกง ยังมีคนเขมรเชื้อสายไทย พูดไทยได้อยู่หลายคน ผมเคยเจอคนไทยในเขมร ที่ตกค้างมาครั้งนั้นหลายคน ซึ่งส่วนใหญ่ก๋แก่แล้ว มารุ่นลูกรุ่นหลาน โตในเขมรก็พูดไทยไม่ได้ เราเพิ่งจะต้องเสียพื้นที่ส่วนนี้ไป เพราะฝรั่งเศส มาใช่เล่ห์และใช้กำลังข่มขู่ เพราะตอนนั้น ฝรั่งเศสเข้ามาเอาประเทศลาว เวียตนาม และกัมพูชา รวมกันเป็นสหพันธ์อินโดจีน โดยมีฝรั่งเศสปกครอง และคุกคามเขตแดนเราหลายครั้ง รศ112 (13 ก.ค.2436) ฝรั่งเศสส่งเรือรบ ๒ ลำ คือเรือแองคองสตังต์ และเรือโคเมต เข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา และจึงเกิดสู้รบกันขึ้นที่ปากน้ำเจ้าพระยา โดยป้อมพระจุลจอมเกล้าและใช้เรือรบป้องกันที่ปากน้ำ ๕ ลำ เช่น เรือมกุฎราชกุมาร เรือมูรธาวสิตสวัสดิ์ ทำการสู้รบกัน ต่างฝ่ายต่างได้รับความเสียหาย และเกรงเรื่องขะลุกลามใหญ่โต จึงหยุดทำการรบแล้วมาเจรจาตกลงกันทางการทูต โดยฝรั่งเศสยื่นคำขาดบังคับให้รัฐบาลไทยให้ไทยยกดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศสและชดใช้ค่าเสียหายจากการสู้รบ เราจำต้องยอมทำตามที่มหาอำนาจฝรั่งเศสบังคับ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจำยอมยกดินแดนแห่งนี้ให้ฝรั่งเศส และยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ฝรั่งเศส ซ้ำยังยึดจันทบุรีไว้จนกว่าไทยจะทำตามสัญญา โดยรัฐบาลฝรั่งเศสได้ยึดครองเมืองจันทบุรีตั้งแต่ ๓ ตุลาคม ๒๔๓๖ - ๘ มกราคม ๒๔๔๗ เป็นเวลา ๑๐ ปี ฝรั่งเศสจึงได้ถอนทหารออกจากจันทบุรี แต่หันกลับไปยึดเมืองตราดแทน เพื่อให้ได้เมืองตราดกลับคืนมาเป็นของไทย ไทยต้องทำสัญญากับฝรั่งเศสเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๙ ยกพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณให้แก่ฝรั่งเศสอีก เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ (ชุ่ม อภัยวงศ์) ผู้สำเร็จราชการเมืองพระตะบอง ในขณะนั้น จึงได้นำธงชาติไทย (ธงช้าง) กลับมายังเมืองไทย พร้อมกับอพยพครอบครัวมาด้วย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้ตั้งบ้านเรือนอยู่เมืองปราจีนบุรีจนกระทั่งอสัญกรรม ที่ผมเล่าประวัติมาเพื่อที่คนไทยเราส่วนหนึ่งจะได้สำนึกให้เกิดความรักชาติว่าเราถูกเขาบังคับเอาดินแดนไปเพียงใด
วัดดำเรยซอ ในพระตะบอง เหมือนวัดแก้วพิจิตร เมืองปราจีนบุรี อย่างกับฝาแฝด วัดดำเรยซอ ในพระตะบอง เหมือนวัดแก้วพิจิตร เมืองปราจีนบุรี อย่างกับฝาแฝด


                 ในพระตะบอง เราจึงเห็นการวางผังเมืองแบบยุโรป รวมทั้งสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เช่นอาคาร ร้านรวง ตลาด ที่เป็นสมัยนิยมในยุคนั้นคือเป็นสไตล์ยุโรปสมัยรัชการที่ 5 และถ้าใครเคยไปเห็นวังเจ้าพระยาอภัยภูเบศน์ ที่โรงพยาบาลปราจีนบุรี ไปที่พนมเปญ ก็จะเห็นอาคารแบบเดียวกันนี้อีกหนึ่งหลัง ว่ากันว่า ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศน์ ท่านจำลองหลังที่สร้างในพระตะบองนั้นมาสร้างที่ปราจีนบุรีเมื่อต้องกลับมาอยู่ที่ปราจีนบุรี ส่วนตึกทรงยุโรปนั้น ผมว่าน่าจะเป็นผลพวงมาจากสถาปัตยกรามตามสมัยนิยมในยุครัชกาลที่ 5 มากกว่าจะเป็นที่ฝรั่งเศสสร้างเอง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นดั่งคู่แฝดอีกอย่างก็คือโบสถ์วัดดำเรยซอ (วัดช้างเผือก) ในเมืองพระตะบอง ที่คล้ายคลึงกับโบสถ์ของวัดแก้วพิจิตรที่ปราจีนบุรีอย่างมาก แต่ที่นี่ มีบานประตูที่มีการปั้นลอยตัวเป็นเรื่องราวในรามเกียรติ์ ที่สวยงามมาก ภายในโบสถ์ เสาภายในก็ถูกตกแต่งด้วยลายปูนปั้นที่สวยงาม ส่วนจุดแลนด์มาร์คใหญ่ที่เป็นวงเวียนกลางเมือง มีรูปปั้นพญาโคตรตะบองขยุง นั่งคุกเข่า พนมมือมีกระบองวางไว้ อันนี้ สร้างขึ้นมาไม่นานนี้เอง แต่ก็มีการสร้างเรื่องราวให้มีที่มาของชื่อเมืองที่มันฟังแล้วสอดคล้องกัน ซึ่งผมจะไม่เล่าเพราะเรื่องพวกนี้มันพิสูจน์ไม่ได้ และร้อยทั้งร้อย เป็นเรื่องที่สร้างขึ้นมาทีหลังทั้งนั้น แต่ปรากฏว่าอนุสาวรีย์พญาโคตรตะบองขยุงนี้ กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใครมาขอลูกขอเต้า ขอลาภสักการะได้หมด อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลก็แล้วกัน
ย่านค้าขายที่คึกคักที่สุดในพระตะบอง ย่านค้าขายที่คึกคักที่สุดในพระตะบอง


                 ที่น่าสนใจอีกอย่างคือพิพิธภัณฑ์ของเมืองพระตะบอง ที่ภายในมีสิ่งของและส่วนประกอบของปราสาทหินในเขตเมืองพระตะบองที่ล้ำค่าหลายชิ้น ซึ่งแน่นอนว่าแม้พระตะบองจะไม่ดาษดื่นไปด้วยปราสาทหินเหมือนที่เสียงราฐ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มี เพียงแต่ปราสาทหินที่นี่โดเด่นไม่เท่าที่เสียมราฐแค่นั้นเอง ส่วนใหญ่ ชาวบ้านก็ทำนาน้ำฝน เผาถ่าน ดูจะมีอยู่แค่นั้น ตามชนบทจึงเหมือนเมืองไทยเมื่อสัก 50ปีที่แล้ว ในเมื่อการผลิตยังน้อย ประชากรจะมีรายได้ดีได้ยังไงครับ
ภายในวัดดมเรยซอ ภายในวัดดมเรยซอ


                   ถ้าเราเห็นแผนที่กัมพูชาและเห็นทะเลสาบเขมรอยู่กลางประเทศ พระตะบองจะอยู่ส่วนบนๆของทะเลสาบค่อยไปทางขวา ใกล้กับชายแดนไทย เวลาจะไปจากไทย ด่านที่ใกล้ที่สุดคือด่านบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จันทบุรี เข้าไปเจอที่แรกคือเมืองไพลิน แล้วจึงเข้าพระตะบองต่อ จากด่านบ้านแหลมระยะทางราว 97 กม. ทางลาดยางตลอด สภาพดี แต่แคบหน่อย ทุกวันนี้ยังไม่มีรถโดยสาร แต่มีรถเหมาเข้าไปได้ มีโอกาสก็ลองเข้าไปเปิดหูเปิดตาครับ ถือซะว่าไปเยือนบ้านเก่าของเราก็แล้วกัน..... ............................................. @ ตีพิมพ์ครั้งแรกนิตยสาร Off Road ฉ.๒๒๗ มีนาคม ๒๕๕๗ @ ขอขอบคุณ คุณอภิรดี ศิริวิจิตรกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมธุรกิจท่องเที่ยวจันทบุรี คุณธนวัติ ทองเพิ่ม ที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมธุรกิจท่องเที่ยวจันทบุรี คุณอนุชา เทียนชัย นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจันทบุรี ที่เปิดประตูจากจันทบุรีสู่ประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันออก..... .......................................

แนะนำให้อ่านต่อ