ภูทับเบิก….เบิกเบาๆ หน่อยได้มั้ย

ภูทับเบิก….เบิกเบาๆ หน่อยได้มั้ย            นิยามของแต่ละคนที่ให้กับภูทับเบิก เพชรบูรณ์ไม่เหมือนกัน ภูกระหล่ำบ้าง ภูเลอะเทอะบ้าง อะไรต่อมิอะไรก็ว่ากันไป ผมโชคดีได้เห็นภูทับเบิกมาตั้งแต่เริ่มเปิดใหม่ๆ หลังจากนั้นถ้าขึ้นภูหินร่องกล้าทีไรก็จะแอบแว่บไปนอนภูทับเบิก เห็นภูทับเบิกมาหลายบรรยากาศ จนกระทั่งจับความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างของที่นี่ได้ ถ้าหากจะหาที่ดูพระอาทิตย์ขึ้นสวยๆสักที่ในบ้านเรา ผมเป็นนึกถึงที่นี่ทุกทีไป โดยเฉพาะในฤดูฝน หลายคนอาจจะรังเกียจหน้าฝน แต่ผมชอบมาก เพราะฟ้าจะใสแบบมีเมฆแซม แล้วมักเห็นทะเลหมอกชนิดเป็นก้อนๆ ไม่ใช่เป็นแพรบางๆแบบฤดูหนาว แล้วในวันฟ้าใส สามารถเห็นภูหอ ภูกระดึง และภูหลังแปอื่นๆในเขตใกล้เคียงได้สบายๆ ที่สำคัญคนไม่มาก แล้วก็ต่อไปภูหินร่องกล้าที่เป็นเหมือนสวนสวรรค์ในฤดูฝนได้เลย จะเสียก็แต่ว่าพื้นดินออกจะเลอะเทอะไปด้วยเลนดินที่ชุ่มน้ำก็เท่านั้นเอง พอเข้าหน้าหนาว คนเริ่มเยอะแล้ว เยอะพอๆ กับฝุ่นที่ปลิวฟุ้งอยู่ตลอดเวลา เรียกว่านั่งกินข้าวเคล้าฝุ่นได้สบาย หน้านี้แดดจะแรง และบนภูทับเบิกเองก็ไม่ค่อยมีร่มไม้หลบแดด ส่วนทะเลหมอกนั้นต้องแล้วแต่ดวงครับ (ผมไม่เคยเห็นหมอกหน้าหนาวที่นี่เลย) แต่ฟ้าใสได้ใจเชียวแหละ ถ้าเป็นช่วงใกล้ๆปีใหม่ ดอกพญาเสือโคร่งจะบานไปทั่วผืนป่าในเขตของอุทยานภูหินร่องกล้า
ภูทับเบิกหน้าฝน เห็นภูหลวงไกลๆ
               ส่วนหน้าแล้ง ผมไม่ค่อยประทับใจ เพราะหมอกควันไฟจะฟุ้งในอากาศตลอด ทั้งชาวบ้านเบื้องล่างที่จะปลูกหอมก็เผาซังข้าว บางทีชาวบ้านก็แอบเผาด้วย ส่วนไร่กระหล่ำนั้นไปคราวไหนก็เห็นคราวนั้น ดูๆ ภูทับเบิกก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร แต่จริงๆ แล้วผมว่าภูทับเบิกกำลังจะเสียคน ถ้าอุปมาเป็นวัยรุ่น ก็ต้องจำกัดเวลาออกนอกบ้านโดยด่วน ไม่เช่นนั้น ท้องแบบไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอเป็นแน่ เพราะเดี๋ยวนี้ ภูทับเบิก “บุม” จริงๆ เพราะถนนทางด้านหล่มเก่า ที่สมัยก่อนนั้นใครเอารถเก๋งขึ้นไป พอลงมาก็เอาไปซ่อมช่วงล่างได้เลย เดี๋ยวนี้แม้ทางจะชันเหมือนเดิม แต่ลาดยางเรียบร้อย ถือว่าเดินทางสะดวก ช่วงเทศกาล ตั้งแต่ 5 ธันวา วันรัฐธรรมนูญ วันปีใหม่ อย่าว่าแต่ที่จะกางเต็นท์เลยครับที่จอดรถยังแทบไม่มี ขึ้นไปติดแหงกไปไหนไม่ได้ บ้านทับเบิกนั้นเป็นชุมชนคนม้ง อยู่บนภูหินร่องกล้า เป็นพื้นที่ที่นิคมสร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขา ได้ขอกันพื้นที่ตามมติครม. วันที่ 19 ก.พ.2545 จำนวน 42,374 ไร่เพื่อให้ชาวเขามีที่ทำกินและอยู่อาศัย จะได้ไม่รุกเข้าไปในเขตป่าว่างั้นเถอะ โดยประกาศต่อท้ายว่า “ จึงห้ามมิให้ผู้ใดบุกรุก ถือครอง จำหน่ายง่ายโอนกระทำการใดๆในพื้นที่นิคมสร้างตนเองสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัด เพชรบูรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการโดยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย”                ซึ่งการทำภูทับเบิกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวนี้ก็ดี เป็นการเพิ่มรายได้ให้ชาวบ้าน แต่ดูเหมือนว่าชาวบ้านคงจัดการท่องเที่ยวกันเอง เพราะดู “มั่ว” และสะเปะสะปะมาก นับตั้งแต่ ตรงไหนจะเป็นที่จอดรถ ตรงไหนจะเป็นร้านค้ากันแน่ ทุกวันนี้ร้านค้าก็ไปตั้งริมทาง บังวิวของนักท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลก็เข้าไปตั้งร้านในลานจอดรถ (แล้วรถมาจะให้ไปจอดตรงไหน) ห้องน้ำก็พัง ลานกางเต็นท์ก็ไปกางเต็นท์ของชุมชนจนเต็ม ส่วนนักท่องเที่ยวที่เอาเต็นท์ไปเองจะให้เขากางตรงไหน อันนี้ก็ต้องแบ่งสัดส่วนให้ดีขืนไปบังคับเขากลายๆแบบนี้เดี๋ยวเขาก็หนีหมด แทนที่จะขายของได้ หรือเขาประทับใจแล้วมาอีก ก็จะแค่ครั้งเดียวแล้วไม่มาเลย แล้วร้านอาหารของชุมชน(ผมไปแอบถามาเห็นว่าเจ้าใหม่ประมูลได้ ไม่ยืนยันข้อเท็จจริงนะ) ก็ไปตั้งบังลานกางเต็นท์ นี่ยังไม่นับฝุ่นที่ฟุ้งทั้งเพราะลมและเพราะรถที่แล่นไปมาอีกนะ ในช่วงเทศกาลยิ่งมั่วเข้าไปใหญ่ เจ้าของไร่บางแปลงหัวหาเงิน ลงไปจัดไร่ทำเป็นที่กางเต็นท์ ขายอาหารแข่งกับที่ของชุมชนซะเลย ถ้าทำดีๆ แบบขายธรรมชาติก็ไม่ว่ากัน นี่ดันมีเครื่องเสียง คาระโอเกะ ร้านอาหารของชุมชนที่ผมว่าตั้งบังวิว ก็เปิดแข่งกัน ทีนี้แหละเหมือนงานวัดชัดๆ หนวกหูมาก ส่วนทางจังหวัดเพชรบูรณ์ก็เหมือนพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยเงิน สักแต่ให้เงินมาทำโน่นทำนี่ ล่าสุดให้งบมาสร้างอาคารดูดาว สร้างมันบนยอดภูทับเบิกนะแหละ ซึ่งต้องยอมรับว่าบนนี้เป็นที่ที่ดูดาวดีมาก แต่ไม่ต้องพึ่งอาคารอะไรเลย ขอให้ไม่มีแสงรบกวน มองได้โปร่งตาไม่มีอะไรบังเขาก็ดูดาวได้แล้ว อยากรู้จริงๆว่าคนอนุมัติงบ คนเสนอเรื่อง ดูดาวกันเป็นมั้ย ผมว่าจัดหาวิทยากรมาให้ความรู้นักท่องเที่ยวในเรื่องดูดาวยังจะเหมาะกว่า มาสร้างอาคาร เอาละเมื่อสร้างแล้ว ก็จะรอดูว่าจะใช้ประโยชน์สมค่าเงินมั้ย
ภูทับเบิกช่วงเทศกาล
               ที่นี่ดีอีกอย่างคือมีต้นพญาเสือโคร่งขึ้นในป่าในเขตอุทยานฯภูหิน ร่องกล้า เวลาบานมันก็สะพรั่งทั้งดอย แต่ได้แต่ดูไกลๆ เพราะมันอยู่ห่าง ถ้าชาวบ้านมองการณ์ไกลปลูกเสียแต่วันนี้ตามริมถนน ไม่กี่ปีก็ออกดอกดึงดูดนักท่องเที่ยวได้สบาย แล้วหาดอกไม้พื้นเมืองที่ไม่ต้องดูแลมากอย่างดอกกระดาษมาปลูกเป็นแนวกาง เต็นท์ ก็จะเพิ่มคุณค่าให้กับสถานที่มาก ชาวบ้านคิดไม่ได้ แต่นายทุนคิดได้ เดี๋ยวนี้จึงมีนายทุนเข้าไปซื้อที่ทำเป็นรีสอร์ทแล้ว 3-4 เจ้า ถามไถ่ดูจึงรู้ว่าที่เปลี่ยนมือไปแล้วอีกเพียบ ไม่เกิน 3 ปี รีสอร์ทพรึ่บเต็มภูทับเบิก ถึงตอนนั้น ชาวบ้านจะหงอย ที่ปลูกกระหล่ำก็ไม่มีแล้ว ทำท่องเที่ยวก็สู้นายทุนไม่ได้ แล้วค่อยรุกพื้นที่ป่า พอถูกจับก็ค่อยอ้างความยากจน ขอความเมตตา แล้วรัฐก็ผ่อนผัน พื้นที่ป่าต้นน้ำก็ลดลง ฯลฯ จึงอยากให้ทางการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาช่วยชาวบ้านจัดการท่องเที่ยวหน่อย อ้อ…แล้วอย่าลืมไปถอนป้ายปิดประกาศ ของนิคมสงเคราะห์ชาวเขาฯออกด้วยนะ เห็นแล้วสมเพช …………………………………………………. หมายเหตุ… ตรงปากทางแยกเข้าบ้านทับเบิก มีหน่วยพิทักษ์อุทยานฯภูหินร่องกล้า สามารถกางเต๊นท์ได้ คนไม่มากและไม่มีฝุ่น ห่างกันแค่ 1 กม. เป็นทางเลือกพักแรมที่ภูทับเบิกได้ @ คอลัมน์ประเทศไทยใจเดียว,เสาร์สวัสดี, นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ,๒๒ ม.ค.๕๔@

แนะนำให้อ่านต่อ