ป่าเป็นศรี…ศรีพังงา

ป่าเป็นศรี…ศรีพังงา ถ้าท่านผู้อ่านจะเลือกพักผ่อนในสถานที่ที่เป็นธรรมชาติแท้ๆ มีความสงบของสถานที่ มีความเป็นธรรมชาติเต็มเปี่ยม เพื่อให้เป็นการพักผ่อนจริงๆ แต่ตีแคบมาเป็นประเภทป่าเขา ท่านจะเลือกที่ไหน โดยส่วนตัวแม้ผมจะเป็นนักดำน้ำคนหนึ่ง แต่ชมชอบบรรยากาศในป่ามากกว่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ใกล้กรุง จึงเป็นเหมือนบ้านที่สองที่ไปบ่อย แต่บอกตามตรงว่าไปแล้วก็ออกจะขัดใจ เพราะเขาใหญ่แม้ที่เที่ยวจะหลากหลาย แต่ก็ดูเป็นเมืองไปมาก คนมาก(ทั้งนักท่องเที่ยว ทั้งเจ้าหน้าที่) รถราขวักไขว่ บางคันเสียงดัง(โดยเฉพาะรอมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ๆ) เครื่องไม่ดัง นักท่องเที่ยวก็เปิดเพลงดัง ดีที่เดี๋ยวนี้เขางดดื่มเหล้าในอุทยานฯ เจ้าหน้าที่อุทยานฯที่มักตะคอกนักท่องเที่ยวเมื่อถูกถามข้อมูลมากๆ หรือร้านอาหารที่ขายแพงจนเหลือเชื่อ ฯลฯ เหล่านี้ทำให้ไปเขาใหญ่แต่ได้บรรยากาศแบบแกน ๆ กลับมา หรือยิ่งใครไปเห็นอุทยานฯดังๆช่วงเทศกาล คงสาปส่ง               แต่เมื่อผมได้ไปเยือนอุทยานแห่งชาติศรีพังงา (โดยใช้ถนนหมายเลข 4 ผ่านระนอง มุ่งหน้าตะกั่วป่า พอเข้าเขต อ.กะเปอร์ ถึงบ้านตำหนัง ก็ถึงทางเข้าอุทยานฯ ) ที่นี่ผมเห็นสิ่งแตกต่างกับที่ว่ามาก่อนหน้านี้ อุทยานแห่งนี้มีสภาพเป็นป่าดงดิบชื้น ต่อเชื่อมติดไปกับป่าทางสุราษฏร์ธานี พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ตามแบบฟอร์มของอุทยานฯทางภาคใต้ และอุทยานฯบนบกทางภาคใต้แทบทุกที่ มักมีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี อุทยานฯศรีพังงานั้น สิ่งที่ขายได้และเป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปคือน้ำตกตำหนัง ที่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ตกลงมาจากหน้าผาสูงร่วม 80 เมตร ท่ามกลางป่าดงดิบที่รายรอบ ในช่วงน้ำมาก ละอองน้ำตกจะลอยฟุ้งออกไปร่วมร้อยเมตร ยังความชุ่มเย็นมาให้สองฝั่งลำห้วยตำหนังในเขตอุทยาน ตามกิ่งก้านของไม้ใหญ่ใกล้น้ำตกจึงมีไม้เกาะอาศัยนานาชนิด ขึ้นเกาะอิงคล้ายห่มผ้าหนา ตามพื้นก็มักเห็นบรรดาพืชพันธุ์แปลกตาและเฟิร์นนานาชนิดขึ้นเขียวครึ้มริม ทาง ลำห้วยตำหนังที่มาจากน้ำตกนี้เมื่อสายน้ำหลุดพ้นพันธนาการจากหน้าผาน้ำตก ไหลล่องลงตามลำธารผ่านร่มเงาไม้สองฝั่งคลอง ตรงไหนเป็นวังน้ำใหญ่ ก็จะเห็นปลาพลวงขนาดใหญ่ ว่ายลอยเล่น เมื่อมีนักท่องเที่ยวนำอาหารเม็ดมาโปรยก็จะกรูเกรียวเข้าแย่งชิงจนน้ำแตก กระจายดังโผงผาง สายน้ำไหลล่องเข้าหมูบ้านตำหนัง ให้คนได้ดื่มกิน ก่อนจะไหลออกสู่อันดามันอันกว้างใหญ่                   ผืนป่ากว้างใช่เพียงให้สายน้ำนี้เท่านั้น ยังมีธารน้ำตกโตนเด้ง ธารน้ำสายเล็กๆที่ไหลผ่านโกรกธารกลายเป็นแอ่งน้ำกว้าง นักท่องเที่ยวมักมาเล่นน้ำให้ชุ่มชื่นใจ แล้วธารน้ำสายนี้ก็จะไหลไปรวมกับคลองตำหนังกลายเป็นต้นธารชีวิตของผู้คนย่าน นี้อีกสายหนึ่ง ในแง่ของคนเดินทาง ที่เบื่อความวุ่นวายและสับสนของสังคม พอเข้ามาเห็นแค่ลานกางเต็นท์หน้าที่ทำการ ผมเชื่อว่าใครก็อยากกางเต็นท์นอนพักสักคืน เพราะลานกางเต็นท์เขากว้างขวาง สะอาด หญ้าตัดเรียบ มีลำธารห้วยตำหนังไหลผ่านด้านหลัง สองฝั่งเป็นภูเขาสูงมีต้นไม้ใหญ่ขนาบข้าง ตอนเช้าเสียงชะนีโหยหวน ตอนเย็นนกเงือกกรามช้างบินผ่านสนามหญ้า แล้วมาจับกิ่งไม้ร้องเสียงดังแทบทุกเย็น กลางคืนวันฟ้ามืดและไร้ฝน เอาเสื่อมาปูนอนดูดาว กลางสนามหญ้า ไม่มีเสียงเครื่องยนต์จากรถนักท่องเที่ยว ไม่มีเสียงโทรทัศน์จากบ้านพักเจ้าหน้าที่ ไม่มีรถยนต์วิ่งไปมาจนดึกแบบบนเขาใหญ่ มีแต่เสียงจั้กจั่นและสัตว์กลางคืนร้อง หิ่งห้อยส่งแสงวิบแว่บอยู่ทั่วบริเวณ            แต่สิ่งที่ชักนำให้ผมมาเจอแดนสงบของธรรมชาติที่นี่กลับเป็น การดูนก เพราะในแวดวงคนที่ดูนก เขาร่ำลือกันถึงแดนดินที่มี “นกแพง” (นกที่หายาก ไม่ได้พบเจอกันง่ายๆ) ไม่ว่าจะเป็นแต้วแล้วลาย เขนน้ำหลังแดง บั้งรอกปากแดง ปากกบพันธุ์ชวา ถืดทือพันธุ์มลายู ฯลฯ แค่นี้นักดูนกก็ซู้ดปากเป็นแถว ยังไม่นับรวมนกหว้าที่ว่ากันว่าจะสูญพันธุ์ในไม่ช้า ก็ได้ยินเสียงร้องไม่ไกลจากที่ทำการ กะเต็นสร้อยคอสีน้ำตาล ที่ในตำราบอกเป็นนกประจำถิ่น และหายากแต่เห็นอยู่ตามริมลำห้วยตำหนังในเขตอุทยานฯ และอีกสารพันนกดีๆ เพียงแค่นี้อุทยานฯแห่งนี้จึงเป็นจุดหมายปลายทางหนึ่งที่นักดูนกจากจะทั่ว ประเทศ เบนเข็มมาที่นี่ บางคนมาพียงแค่มาดูนกพวกนี้ ใช้เวลาดูนก 2-3 วันไม่ไปไหน นักดูนกต่างชาติเหมารถมาจากภูเก็ต เพื่อมาดูนกที่นี่สักครั้งนับเป็นแหล่งดูนกที่ครบเครื่องทั้งไปมาสะดวก นกดี พบไม่ยาก คนน้อย ไม่มีกิจกรรมรบกวนนก เพราะเหตุนี้สมุดบันทึกปลายทางของนักดูนกจึงมีชื่อของอุทยานฯศรีพังงาปรากฏ แต่ที่นอกเหนือจากนั้น ความมีน้ำใจของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นับตั้งแต่หัวหน้าอุทยานฯ(วรพจน์ ล้อมลิ้ม) ที่แต่งชุดลำลองเดินมาทุกทายนักท่องเที่ยวตามเต็นท์พัก บอกแล้วยังไม่เชื่อว่าเป็นหัวหน้าอุทยานฯ ใครไปพบหัวหน้าหน่วยงานเอาใจใส่ขนาดนี้ก็อดประทับใจไม่ได้ ร้านอาหารสวัสดิการราคาไม่แพงราคาปกติ ไม่กินไปเจ็บใจไปเหมือนข้าวราดแกงจานละ 50 บาทบนเขาใหญ่ ถ้าชอบดูนก เส้นทางหลายเส้นเป็นจุดดูนกอย่างดีที่พบนกแพงได้ไม่ยาก ถ้าชอบพันธุ์ไม้แปลกตา ที่นี่ดูเป็นปริศนาให้ต้องกลับมาค้นตำราอยู่หลายชนิด ถ้าชอบน้ำตก ถ่ายภาพหรือเล่นน้ำ ก็ดูจะตามใจเราไปทุกอย่าง ส่วนใครชอบเดินป่าระยะไกล แบบค้างคืนในป่า เขาก็มีเส้นทางอยู่ 3-4 เส้น แต่บอกกันไว้ว่าถ้าไม่แกร่ง ไม่อึดก็อย่าไปทำกิจกรรมนี้ หากได้พักแรมที่นี่ กลางคืนควรลองส่องไฟดูนกถึดทือพันธุ์มลายูที่ถือเป็นนกรับแขกของที่นี่ ให้เจ้าหน้าที่ที่เข้าเวรพาดูก็ได้
ถืดทือพันธุ์มลายู นกรับแขกย่านลานกางเต็นท์ของที่นี่
              อุทยานฯ นี้เป็นอุทยานฯขนาดเล็ก แม้พื้นที่จะใหญ่ แต่ในสายตาของผู้ใหญ่ในกรมอุทยานฯก็คงจัดเป็นอุทยานฯเกรด B หรือ C ไปโน่น เพราะคนไม่ค่อยมาก หาเงินเข้ากรมได้น้อย ความขัดสนจึงบังเกิดขึ้น ค่าไฟทั้งปีมีมาให้ 30,000 บาท ในขณะที่ข้อเท็จจริง จ่ายค่าไฟเดือนละ 7,000 บาท จนผมต้องแนะให้ตั้งกล่องบริจาคค่าไฟจากนักดูนกเถอะ พวกเรายินดีช่วย แต่เรื่องที่พื้นที่สุ่มเสี่ยงกับนักการเมืองทั้งในพื้นที่และระดับชาติ บุกรุกจะเอาพื้นที่ปลูกยางพารา ปลูกปาล์มน้ำมัน อุทยานฯคงช่วยตัวเอง และกรมอุทยานฯต้องไปให้ความสำคัญ นักเดินทางอย่างผมทำได้แค่เอาเรื่องมาบอกเล่าให้สาธารณะได้รับรู้ ให้คนไปทำงาน ก็อย่าไปบีบคั้นลูกน้อง อย่าให้เขาทำงานท่ามกลางความขัดสนมากนัก ทีงบประมาณที่เอามาผลาญเล่นกันหลายโครงการที่ไม่ได้ผลงานอะไรขึ้นมา เห็นขยันมีโครงการกันจัง อุทยานฯเล็กๆ หลายแห่ง เขาตั้งใจทำงาน ตั้งใจดูแลป่า ก็ให้ความสำคัญบ้าง     อุทยานฯศรีพังงาในวันนี้ ไม่ได้เป็นศรีแค่ที่จังหวัดพังงา แต่เป็นศรีของทั้งประเทศ ก็ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องจะให้ความสำคัญ อุทยานฯเกรดรองๆแบบนี้มากน้อยขนาดไหน ยุคเงินทองคือพระเจ้า บางทีก็ต้องเดาใจผู้ใหญ่เหมือนกัน……. ………………………………………………………………………….. @คอลัมน์ประเทศไทยใจเดียว . นสพ.กรุงเทพธุรกิจ,๒๘ พ.ค.๕๔ @
พิศวงแบบระยางค์แต่เป็นสีขาวไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน

แนะนำให้อ่านต่อ