บั้งไฟ ที่ไปเห็น

ประเทศไทยใจเดียว คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ kokkram@hotmail.com บั้งไฟที่ไปเห็น ผมไปเห็นการประชาสัมพันธ์งานแห่บั้งไฟของเมืองยโสธร มาจากเวบไซค์หนึ่ง ซึ่งนั้นไม่ได้ทำให้ผมสะดุดใจเท่ากับความเห็นท้ายข่าว ที่ตนอ่านเขามาเขียนต่อ เขาบอกว่า “ เป็นเทศกาลที่คนเมืองนี้เขาปิดเมือง ดื่ม(เหล้า) และเต้น กันทั้งเมือง” แค่นี้ ก็ทำให้คนที่ไม่เคยไปงานนี้อย่างผมก็อยากไปเห็นเองสักครั้งว่าคนเขากล่าวหาเมืองยโสธรหรือเปล่า ใครไม่เคยไปก็มาฟังเป็นข้อมูลดูก็แล้วกัน ปีนี้เขาจัดช่วง 10-13 พ.ค. 2556 งานเขาแบ่งเป็นสองส่วนครับคือมีขบวนแห่บั้งไฟ และการประกวดขบวนแห่บั้งไฟ ก็จะเป็นของอำเภอต่างๆ เรียงกันมาโชว์หน้าประรำพิธีที่จัดบนถนนหน้าที่ว่าการอำเภอเมือง และอุทยานการเรียนรู้ ถนนเส้นนี้ทั้งสายนี่แหละที่เขาปิดไม่ให้รถวิ่ง ซึ่งถือเป็นถนนสายหลักๆ ของเมืองยโสธร ใครจะไปอุบล ใครจะไปร้อยเอ็ด ก็ต้องเลี่ยงเมือง เข้าไปในเมืองไม่ได้ ริมถนนเส้นนี้จะมีเวทีสองฝั่ง ห่างกันเวทีละไม่มาก เปิดเครื่องเสียง ดังลั่น เต้นกันกระหึ่มทุกเวที นัยว่าเป็นเวทีประกวดกองเชียร์บั้งไฟ แต่ผมเห็นแต่คนเมาที่เต้นกันเหมือนคนบ้า แล้วตามซุ้มบ้านก็มีการตั้งเวที เปิดเครื่องเสียง เมาและเต้นเช่นเดียวกัน คงจะแบบนี้นี่เองที่ดูเหมือนว่าเมืองนี้เขาปิดเมืองกิน ดื่ม เมา และเต้นกันอย่างที่คนเขาไปให้ความเห็น ขบวนแห่ก็จะเหมือนขบวนแห่ทั่วไปที่มีการรำ การฟ้อนของชาวบ้าน ดนตรีอีสานนั้นสนุกอยู่แล้วเลยทำให้งานคึกคัก ปีนี้พิเศษตรงที่มีบั้งไฟจากญี่ปุ่นมาโชว์ด้วย แล้วช่วงสำคัญจะไปอยู่ตรงที่เขาจุดบั้งไฟ ซึ่งปีนี้เขาใช้ที่สวนสาธารณะพญาแถน มีบั้งไฟเข้าร่วมงานประมาณ 26 ลูก เขาประกวดบั้งไฟแสนและบั้งไฟแฟนตาซี
.พระธาตุอานนท์ที่อยู่ในตัวเมืองยโสธร


                   บรรยากาศที่สวนพญาแถน เช้าวันจุดบั้งไฟนั้นคึกคักแต่เช้าครับ รถรา ร้านค้าเต็มกันทั้งบริเวณ รถขนบั้งไฟวิ่งเข้ามาเรื่อยๆ ซุ้มต่างๆ ของบั้งไฟแต่ละลูก ก็จะกระจายกันอยู่ตามที่ต่างๆ แต่ละซุ้มเขาก็จะมีการแต่งบั้งไฟ เช็คความพร้อม ใส่พวงมาลัย ซึ่งน่าจะมีการไหว้บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธ์ ผมได้พี่หมานและลุงเดช คนเมืองยโส เป็นไกด์ให้ข้อมูลและพาดูบั้งไฟครั้งนี้ ซึ่งปีนี้ มีฐานบั้งไฟที่จะยิงแค่ 2 ฐาน คือฐานของบั้งไฟแสน ส่วนฐานสูงและใหญ่ซึ่งเป็นบั้งไฟล้านนั้น ปีนี้ไม่มีการจุด แล้วก็จะเป็นฐานเล็กๆ ไว้สำหรับบั้งไฟแฟนตาซี โดยบั้งไฟแสนนั้นเขาจะให้มีขนาดท่อเหลือแค่ 5 นิ้ว ซึ่งก่อนหน้านั้น เคยให้ถึง 6 นิ้ว ซึ่งขนาดยิ่งใหญ่ แรงอัด แรงดันก็จะมากขึ้น แต่มาระยะหลังปรากฏว่า บั้งไฟมันไม่สนุกอย่างเดียวครับมันมีทุกข์ด้วย นอกจากจะเป็นอันตรายกับการบินแล้ว ยังมีปัญหากับชุมชนต่างๆด้วย เพราะ เคยเกิดกรณีว่าบั้งไฟมันขึ้นฟ้าไประยะหนึ่งแล้วดันเปลี่ยนทิศปักหัวลง วิ่งไปชนบ้านคน ทำให้ไฟไหม้บ้านทั้งหลังมาแล้ว พอจะมีงานบั้งไฟชุมชนที่คาดว่าบั้งไฟจะตกใส่ จะถูกให้ออกไปจากบ้านเรือน ในช่วงของการจุดบั้งไฟก่อน แล้วจะมีการทำประกันในการจัดงานบั้งไฟทุกปี
ขบวนแห่บั้งไฟประกวด


                    บั้งไฟนั้นจะมีชื่อทีม ซึ่งเดี๋ยวนี้นอกจากชื่อคุ้มบ้านแล้วก็จะเป็นชื่อห้างร้าน บริษัทมาเป็นเจ้าของบั้งไฟด้วย โดยไกด์ของผมทั้งสองให้ข้อมูลว่า แต่ก่อนเขาทำเป็นประเพณี ไม่ได้ทำกันบ่อยๆ เขาจะรู้ว่าช่างคนไหนเก่งก็พยายามจะดึงตัวเข้ามาร่วมทีม แต่เดี๋ยวนี้ กลายเป็นช่างทำบั้งไฟ ก็จะทำบั้งไฟให้ใครก็ได้ที่อยากจะเอามาจุดร่วมในงาน อาจเป็นนักการเมืองท้องถิ่นก็มาซื้อ หรือธนาคารก็มาซื้อ วันงานช่างคนนั้นก็จะเอามาประกอบ เอาขึ้นฐานยิงให้เสร็จสรรพ ก็เลยกลายเป็นงานรับจ้างของช่างทำบั้งไฟไป เวลาที่เขาเอาบั้งไฟขึ้นฐานนี่จะนาน ฐานยิงนี้เขาจะทำเอียงนิดๆ โดยมีการคำนวณไว้หมดว่าจะไปตกทิศไหนทางไหน พอพร้อมก็จะให้สัญญาณจุด ซึ่งกว่าบั้งไฟจะขึ้น ควันจะโขมงจนทั่วบริเวณ กติกาก็จะดูว่าตั้งแต่บั้งไฟตั้งแต่ขึ้นจนตก นั้นใช้เวลากี่วินาที เวลาที่เขาเล่นพนันก็จะตั้งเวลาขึ้นมา แล้วก็จะดูว่าลูกนั้นจะน้อยกว่าเวลานั้นหรือมากกว่าเวลานั้นแล้วก็พนันกัน บางลูกขึ้นไปแล้วควงสว่านซึ่งเขาใช้ศัพท์ว่า “รำดาบ” บั้งไฟลูกไหนรำดาบก็จะทำเวลาได้น้อย บางทีพนันกันถึงว่าลูกไหนจะรำดาบหรือไม่ก็มี “บางครั้งมีข่าวบั้งไฟระเบิดคนตาย” “ ช่างมันแทงชนวนไม่ตรงกลาง” เซียนบั้งไฟของผมให้ข้อมูล “บางทีขึ้นแล้วหางมันหลุด หมุนควงตกลงมาก็มี” ส่วนบั้งไฟแฟนตาซีนั้น ฐานจะตั้งชัน ตัวบั้งไฟจะเป็นท่อมีขนาดเล็กๆ อาจเพิ่มลูกเล่นเช่นมีควันสีต่างๆเข้าไป แล้ว ใส่ร่มชูชีพเล็กๆ กระดาษเงินกระดาษทอง พอยิงขึ้นไประยะหนึ่งร่มก็จะถูกปล่อยออกมา เขาก็จะดูว่าร่มมีกี่อัน กางสวยไม่สวย บางลูกขึ้นไปแล้วไม่ปล่อยร่ม กลับตกลงมาทั้งยวงก็มี ตอนนี้แหละที่ต้องระวัง ดูๆอยู่พี่เดชก็คว้าแขนผมเดินออกห่างเมื่อเห็นบั้งไฟแฟนตาซีลูกหนึ่งกำลังหล่นลงมาในบริเวณ “บั้งไฟแสนไม่น่ากลัวหลอกเพราะมันมักไปตกที่อื่น ยกเว้นถ้าหางมันหลุด ทิศทางมันก็อาจเพี้ยนวิ่งเข้ามาทางนี้ได้ แต่บั้งไฟเล็กๆอย่างบั้งไฟแฟนตาซีนี่แหละที่มักตกลงมาโดนคน คนมาดูต้องระวังด้วย หลายปีก่อนก็ตายไป 3 ศพ” พร้อมทั้งชี้จุดเกิดเหตุให้ผมดู กลับกลายเป็นว่า การมาดูบั้งไฟนี้ นอกจากคนไปดูจะต้องหูตาไว ขืนเดินเล่นหรือนั่งเมากัน (ซึ่งผมเห็นชาวบ้านหอบเสื่อ ขนเครื่องดื่มมึนเมามาตั้งวงทั่วบริเวณงาน) อาจตายได้โดยไม่ทันรู้ตัว หรืออยู่ดีๆ บ้านตัวเองก็ถูกบั้งไฟตกใส่หรือไฟไหม้ จะคุ้มกันไหมกับที่เรียกว่า “ประเพณี”
.ตรวจบั้งไฟก่อนเอาขึ้นสู่ฐาน


                  แล้วเดี๋ยวนี้บ่อนบั้งไฟ ระบาดในภาคอีสาน จัดกันเพื่อให้เล่นพนันอย่างเดียว โดยไม่เกี่ยวกับช่วงเทศกาลใดทั้งสิ้น ก็ดูเหมือนประเพณีที่เราอ้างชักจะเพี้ยนกันไปใหญ่ ปีนี้ที่ยโสธรไม่มีข่าวว่าคนโดนบั้งไฟตกใส่ แต่มาเป็นข่าวที่ศรีสะเกศว่าที่นั่น บั้งไฟตกใส่เด็กที่ไปดูถึงกับต้องหามเข้าโรงพยาบาล ที่ญี่ปุ่นนั้นเขาจุดบั้งไฟหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณฟ้า แต่ที่ไทย เราขออย่างเดียว ตั้งแต่ขอฝนให้ตกต้องตามฤดูกาล เดี๋ยวนี้ อาจจะต้องขอว่าบั้งไฟอย่าตกใส่เรา อย่าตกโดนบ้านเราด้วย แบบนี้ประเพณีเพี้ยนหรือคนเพี้ยนกันแน่ครับ.... .......................................................... @ ประเทศไทยใจเดียว-เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ-๒๕ พ.ค.๕๖@
ย่านเก่าสิงห์ท่า ในตัวเมืองยโสธร


แนะนำให้อ่านต่อ