เข้าวัดไปดู…เสมา

ประเทศไทยใจเดียว คมฉาน ตะวันฉาย....เรื่อง/ภาพ kokkram@hotmail.com เข้าวัดไปดู...เสมา
.เสมาที่วัดกุดโง้ง ชัยภูมิ


                  ผมแค่สงสัยว่านอกจากไหว้พระแล้วออกมาซื้อหวย เหมือนที่ทำๆกันเวลาเข้าวัดแล้ว มีใครชอบดูเมรุเผาศพ ดูหอไตร ดูกุฏิวัด สะสมรูปหอระฆังเหมือนผมบ้าง ซึ่งผมว่ามันก็ทำให้เรามีจุดมุ่งหมายในการเที่ยววัดเพิ่มขึ้นมา คราวนี้ผมเลยมาเล่าเรื่องใบเสมา แบบงูๆปลาๆ เพื่อชวนท่านผู้อ่านเป็นประเดิมชุดเที่ยววัดก็แล้วกัน เสมา - สีมา –สิม เหล่านี้ เกี่ยวพันกัน แต่ต่างกัน คือ สิม เป็นคำเรียกโบสถ์ของทางภาคอีสาน มักเป็นหลังเล็กๆ ซึ่งขนาดใหญ่-เล็ก ก็คงพอเหมาะกับการใช้งานเมื่อครั้งในอดีต ที่พระยังไม่มาก สีมา คือพื้นที่ที่ถูกกำหนดโดยมี เสมา เป็นตัวบ่งบอกพื้นที่สีมา พื้นที่ในเขตที่มีเสมาบอกไว้นั้น เป็นพื้นที่ของ สีมา ซึ่งพื้นที่สีมานี้เพื่อให้คณะสงฆ์ใช้ทำสังฆกรรม โบสถ์ที่เป็นตัวอาคารจะมีหรือไม่มีก็ไม่สำคัญ ขอเพียงแต่ มีพื้นที่สีมาเพื่อให้สงฆ์ทำสังฆกรรมได้เป็นพอ จะเห็นว่าวัดป่าบางแห่งไม่มีโบสถ์ แต่พระท่านก็ทำสังฆกรรมโดยอาศัยร่มเงาต้นไม้ได้ หรือบางวัด อาศัยเพิงหินขนาดใหญ่ก็มี แต่ต้องมีเสมากำหนดพื้นที่ให้ชัดเจน ว่าตรงไหนเป็นเขตสังฆกรรมหรือเขตสีมา ก็อาศัยเสมานี่เองที่บอกไว้
เสมาวัดโพธิ์ชัย กาฬสินธุ์ ที่สวยงาม


                  เสมาที่ปักบอกแนวเขตสีมานี้ อย่างน้อยต้อง 3 จุด (น้อยกว่านี้ก็ไม่ได้เนื้อที่) แต่ส่วนใหญ่มักเห็น 8 จุด ที่เรียกว่าเป็นจุดเพราะว่า เสมานี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นแผ่นศิลาทรงเสมาอย่างที่เราคุ้นตาเท่านั้น สมัยก่อนเขาใช้หินเป็นแท่งๆ ก็มีอย่างที่ภูพระบาท แต่ส่วนใหญ่เราจะเห็นเป็นแผ่น หรือไม่ก็ดูออกว่าเป็นแผ่น ก็เอาไปวางไว้ก็มี แต่ส่วนใหญ่จะปักลงพื้น มาสมัยใหม่ แปะติดไว้กับกำแพงโบสถ์หรือผนังโบสถ์ก็มี เป็นสแตนเลส หรือที่โมเดิร์นทำเป็นทรงเลขาคณิตก็มี เห็นว่ามีแบบที่ทำเป็นเครื่องหมายไว้กับพื้นรอบโบสถ์ด้วย แต่ที่นิยมกันก็คือทำจากวัตถุที่ค่อนข้างคงทน(ส่วนใหญ่เป็นหินแทบทุกชนิด) ไม่อย่างนั้นพื้นที่ของสีมาคงไม่แน่นอน
.เสมาวัดศิลาฯ อุดรธานี เป็นเสมาทรงสูง มีการสลักเรื่องราว


                    อย่างที่ว่าว่าเสมานี้ก็มีวิวัฒนาการมาเรื่อยๆ เหมือนกัน เดิมเอาแท่งหินตามธรรมชาติ เอามาตั้งบอกให้รู้ขอบเขต ต่อมาก็มีการทำรูปร่าง เป็นแผ่นทรงหลักกิโล มีเอวคอด สูงชะลูด ขึ้นไป 2-3 เมตร ทรงมีดปลายปืน สารพัดรูปทรง แรกๆ การตกแต่งเสมาคงยังไม่มี แต่ต่อมา เมื่อมีพื้นที่ในใบเสมามากขึ้น และยุคหนึ่งนิยมใช้หินทรายทำใบเสมา ซึ่งผมก็เดาว่าน่าจะเป็นยุครุ่งเรืองของใบเสมาแน่เลย เลยประจวบกันทำให้ใบเสมายุคหนึ่งนิยมสลักเรื่องราวต่างๆ ส่วนใหญ่ในชาดก อย่างพระเตมีย์ใบ้ กัณหาชาลี อะไรพวกนี้ บางทีก็เป็นพุทธประวัติ ลงในใบเสมา ซึ่งผมว่าใบเสมายุคนี้แหละที่ดูมีคุณค่าและสวยงามมาก แต่เดี๋ยวนี้ ใบเสมาทำง่ายๆ เล็กๆ ใช้เครื่องมือสมัยใหม่ตัด แกะ แล้วมักเอาไปตั้งบนแท่นที่ตกแต่งสวยงาม แบบนี้เขาเรียกว่าเมานั่งแท่น ต่อมาก็ทำมีซุ้มมีหลังคาครอบเยอะแยะไปหมด
เสมาโบราณที่นำมารวมกันในวัดศิลาอาสนวราราม


                        แต่ก่อนผมเคยสงสัยว่าทำไมบางที่เราเห็นเสมา 1 ใบบ้าง 2 ใบบ้าง ในจุดที่ตั้งจุดเดียวกัน ครูบาอาจารย์หลายท่านได้กรุณาอธิบายว่า อาจจะมีที่มา 2 อย่างคือ เป็นการผูกสีมาที่ต่างเวลาและต่างนิกายกัน เช่น นิกายที่มาทีหลังมาใช้พื้นที่สีมาตรงนั้น เกิดไม่มั่นใจในความบริสุทธิ์ของเขตสีมาเดิม ก็เลยสวดถอนและผูกสีมาขึ้นมาใหม่ อีกเหตุผลหนึ่งคือ เดิมวัดสมัยก่อนมีแค่ 2 แบบคือฝ่ายอรัญวาสี และคามวาสี พอพระเจ้าแผ่นดินสร้างพระอุโบสถขึ้นมาใหม่ ก็นิมนต์ทั้งสองฝ่ายให้มาผูกพัทธสีมาพร้อมกัน จะได้ไม่ดูเป็นการลำเอียง ถ้าเป็นเหตุนี้มักจะเป็นวัดหลวง ถ้าวัดราษฎร์ ฝ่ายใดสร้างก็ใช้เสมาใบเดียวไป ที่วัดป่าเลย์ไลย์ ติดปราสาทบาบนที่เสียมเรียบ มีใบเสมายักษ์ กว้าง-สูงร่วมเมตร ทำจากหินทรายปักคู่กัน อันนี้ก็พอบ่งบอกว่าเป็นช่วงที่ศาสนาพุทธเข้ามาแทนฮินดูในอาณาจักรขอมแล้ว เวลาไปเที่ยววัดลองสังเกตถ้าเป็นวัดเก่าๆ บางทีเขาจะเอาใบเสมาเก่ามาล้อมๆ มาปักเรียงรอบโบสถ์เลย กลายเป็นเครื่องตกแต่งโบสถ์ แล้วตัวโบสถ์จริงๆก็ใช้ใบเสมาสมัยใหม่ บางทีก็เห็นเสมาเก่ากองตามโคนต้นไม้ ซึ่งบางวัดมีเสมาเก่าๆ มากกว่า ๘ ใบ ซึ่งน่าจะเป็นการไปรวบรวมมาจากหลายที่ แต่ไม่ว่าจะรูปทรงไหนทำจากวัสดุอะไร ใบเสมาก็ทำหน้าที่ของมันแบบเดียวตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน
เสมา ๒ ใบในซุ้มเสมา ของวัดอรุณฯ กรุงเทพ


                   ในบรรดาเสมาทั้งหลาย ผมว่าเสมาหินทรายทางภาคอีสาน เป็นเสมาที่สวยที่สุด ทั้งรูปร่างที่หลากหลายรูปทรง วัสดุหินทรายที่ดูแล้วคลาสสิค แล้วหลายที่มีการแกะสลักเรื่องราวลงไปในใบเสมาด้วย เป็นเรื่องราวในพุทธชาดกบ้าง เรื่องพุทธประวัติบ้าง ซึ่งยุคที่มีการแกะสลักเรื่องราวลงบนใบเสมา น่าจะเป็นยุคที่ใบเสมาถูกให้ความสำคัญอย่างมากก็ได้ วัดทางภาคอีสานที่มีเสมาสวยๆ มีหลายแห่ง ก็อย่างที่วัดโพธิ์ชัยเสมาราม อ.กมลาไสย กาฬสินธุ์ ใกล้กับเมืองโบราณฟ้าแดงสงยาง มีเสมาโบราณเยอะมาก เสมาที่สลักเป็นรูปชาดกและพุทธประวัตินั้นเป็นสมัยทวาราวดี อยู่ในโรงเก็บที่สร้างแบบตามมีตามเกิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะสร้างอาคารเก็บให้เป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งผมว่าเสมาที่นี่มีรูปสลัก สวยที่สุด แต่ที่เพชรบุรีเมืองที่เป็นแหล่งของปูนปั้นเขาจะทำใบเสมาเป็นรูปเทวดาบ้างรูปเรื่องราวในพุทธประวัติตกแต่งบนใบเสมาเช่นกัน
.ซุ้มเสมาวัดเฉลิมพระเกียรติ นนทบุรี


                    เสมาที่วัดกุดโง้ง ต.กุดตุ้ม อ.เมือง ชัยภูมิ ที่นี่เสมาขนาดใหญ่เยอะมาก มีรูปร่างต่างๆมากมาย บางใบสลักเรื่องราวไว้ด้วย ที่นี่มีอาคารคลุมไว้ชัดเจน แต่เสาอาคาร ดันเป็นเสาแบบโรมันซะนี่        เสมาวัดศิลาอาสนวราราม บ.หนองกาลืม(บ้านม่วง) ต.เมืองพาน อ.บ้านผือ อุดรธานี ทางเดียวกับที่ไปภูพระบาทนั่นแหละ ที่นี่มีเสมาทรายที่ใบใหญ่ สูง ถูกนำมารวมในศาลาโปร่ง มีเสมารูปร่างต่างๆมากมาย ส่วนใหญ่แกะสลักเรื่องราว ผมว่าเสมาที่นี่รูปทรงสวยงามเชียวแหละ ที่วัดศรีคูณ นครพนม มีเสมาเก่าๆขนาดใหญ่มาปักเรียงรอบอุโบสถ มีขนาดใหญ่ ทรวดทรงและลวดลายไม่มาก ฯลฯ
เสมาวัดสระบัว เพชรบุรี


                   ที่เอาเรื่องเสมา- สีมา มาเล่าพอกล้อมแกล้มนี่ก็เพราะว่าไม่อยากรู้แค่ตาเห็น หรือแค่เขาบอกหรือบอกต่อๆมา พอมีข้อสงสัยสารพัน ก็เลยหาตำราของอาจารย์หลายท่านมาอ่าน รวมทั้งเจอนักวิชาการด้านนี้ก็มักถามไถ่เอาความรู้ ยิ่งรู้ ยิ่งเห็น ยิ่งศึกษาก็สนุก ยิ่งเราไม่ได้เรียนมาทางนี้ ทุกอย่างที่รู้มาจึงเป็นสิ่งใหม่ ชวนให้ศึกษาต่อไปเรื่อยๆ คราวหลังถ้าได้ไปเที่ยวตามวัดก็ลองสังเกตดูครับ จะได้มีจุดหมายในการเที่ยววัดมากขึ้น ไม่ต้องรอให้ตายจึงค่อยเข้าวัดหรอกครับ เข้าไปตอนนี้ เข้าไปดูเสมาก่อนได้ครับ.... ................................................. @ ประเทศไทยใจเดียว-เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ-๖ เมษายน ๒๕๕๖@

แนะนำให้อ่านต่อ