บ้านกรวด…..เขาอวดดี

ประเทศไทยใจเดียว คมฉาน ตะวันฉาย...เรื่อง/ภาพ www.tawanyimchang.com
ปราสาททองที่หลงเหลือ


บ้านกรวด.....เขาอวดดี ผมมีโอกาสไปอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์แบบไม่ได้ตั้งใจ หลังจากที่ไปนอนค้างที่ละหานทราย มาหนึ่งคืน เช้าวันรุ่งขึ้นไปรู้จะไปไหนก็ขับรถเรื่อยเปื่อยไปบ้านกรวด พอไปถึงอำเภอเล็กๆนี้นั่นแหละถึงได้รู้ว่า อำเภอนี้มีของดีอยู่เหมือนกัน หนำซ้ำทำเลที่ตั้งยังไปไหนต่อไหนได้อีกเพียบ จะเข้าเขต อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เพื่อไปดูปราสาทตาเมือนธม ตาเมือนโต๊ด หรือปราสาทตาควายก็ได้ หรือจะแยกไปทางปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทพนมรุ้งก็ได้อีก เบื่อขึ้นมาจะวนกลับละหานทรายไปสระแก้วก็ได้ ไปโคราชได้อีก ถ้าคนชอบขับรถเที่ยว ผมว่า บ้านกรวดไม่ขี้เหร่เชียวละ แล้วอะไรบ้างที่ว่าเป็นของดีของที่นี่ เริ่มจากความสงบของเส้นทาง ที่ไม่ได้พลุกพล่านเหมือนเส้นทางไปเมืองท่องเที่ยวทั่วไป จึงขับรถเพลินๆ ดูนั่นดูนี่ไปได้ระหว่างทางสบาย มาจากละหานทรายราวๆ 16 กม. จะถึงบ้านสายตรี 4 ทางขวามือ มีป้ายทางเข้าแหล่งหินตัด ซึ่งก็เป็นที่เดียวกันกับวัดป่าลานหินตัด วัดนี้เป็นวัดป่า บรรยากาศก็เลยค่อนข้างเงียบ สงบ ไม่เห็นพระ เณรมาเดินเพ่นพ่าน แต่จะมีป้ายบอกทางเข้าไปดูลานหินตัดอย่างชัดเจน
ร่องรอยการตัดหินเพื่อนำไปสร้างปราสทขอมที่ลานหินตัด


                  หินตัดที่ว่านี้เป็นก้อนหินทรายที่จะเอาไปสร้างเป็นปราสาทขอมนั่นเอง จะเห็นร่องรอยเยอะมาก ทั้งที่ตัดไปแล้ว ทั้งที่ขึ้นรูปเป็นก้อนสี่เหลี่ยม และทั้งที่เกลาๆ พอเห็นแนว อันที่จริงบ้านเรามีร่องรอยตัดหินอย่างนี้หลายแห่ง แต่ละแหล่งน่าจะเป็นแหล่งวัตถุดิบในการสร้างปราสาทขอมที่ไม่ไกลกันนัก ครั้นหมายตาไปที่กลุ่มปราสาทตาเมือน ที่นั่นก็มีหินทรายเองอีก หรือเมืองต่ำ-พนมรุ้ง ก็ไม่แน่ใจว่าใช่หินจากที่นี่หรือไม่ เลยไม่กล้าฟันธงว่าควรจะเอาไปสร้างปราสาทที่ไหน ใกล้ๆ กันเลยไปไม่กี่ซอยจะมีทางเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยเมฆา อ่านน้ำนี้พอช่วงหน้าแล้งน้ำลงไปมาก ก็จะเป็นแนวสนามหญ้าชายน้ำ น่านั่งเล่น เห็นมีบางคนมานั่งตกปลา มองไปด้านหลังเห็นแนวเขาในเขตอุทยานฯตาพระยา น้ำในอ่างนี้ก็มาจากแหล่งรับน้ำในอุทยานฯ ตาพระยานั่นเอง ด้านหน้าทางเข้ามีสวนยูคาลิปตัสที่ต้นสูงร่วม 30 เมตร ขึ้นกันเป็นป่า น่าจะเป็นผลมาจากการปลูกป่าเมื่อหลายปีก่อน เพียงแต่สงสัยว่า แล้วทำไมต้องปลูกยูคาลิปตัสด้วย ไม้ไทยเรามีเยอะแยะ
อ่างเก็บน้ำห้วยเมฆา


                     เมื่อเข้าไปที่ตัวอำเภอบ้านกรวด ใกล้ๆกับตลาดสด จะมีซากปราสาทอยู่หลังหนึ่ง ชาวบ้านเรียกปราสาททอง ตัวปราสาทนั้นพังลงไปมากกว่า 80 % เหลือแต่ฐานศิลาแลงพอให้เดาออกบ้างว่าที่ตั้งบนฐานศิลานั้นปรางค์ เป็นปรางค์ 3 หลัง วางตัวในแนวเหนือใต้เรียงกัน ด้านหน้าปรางค์หลังกลาง ยังคงมีเสากรอบประตูตั้งปรากฏให้เห็นทางทิศตะวันออก อีกทั้งยังปรากฏซากอาคาร 2 หลัง อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ ยังมีเสากรอบประตูตั้งอยู่ เหมือนหันหน้าอาคารเข้าหาปรางค์ ซึ่งจากตำแหน่งที่ตั้ง อาคารสองหลังนี้น่าจะเป็นบรรณาลัย มีกำแพงที่สร้างจากอิฐบนฐานศิลาแลง แต่บางด้านส่วนที่เป็นอิฐหายไปหมดเหลือแต่ฐานศิลา ด้านหน้าปรางค์ประธาน ในแนวกำแพงมีมีซุ้มประตู(โคปุระ)ทาง ด้านทิศตะวันออก ตัวปราสาทจะมีสระน้ำ เป็น U ล้อมปรางค์ เว้นด้านหน้า(ทิศตะวันออก) กับอีกแห่งเป็นสระรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของปรางค์ไม่ห่างกัน นักวิชาการสันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 ก็น่าจะเป็นช่วง นครวัต-บายนนี่แหละ ดูเหมือนชาวบ้านจะไปบนบานกันอยู่บ่อยๆ ผมเห็นมีเครื่องเซ่นไหว้ไปวางตรงปรางค์ประธานบ้าง ตรงโคปุระบ้าง ยิ่งต้นก้ามปูที่ล้อมรอบจนดูครึ้มแบบนี้ ถ้าตอนกลางคืนคงวังเวงเหมือนกัน
ซากหลงเหลือของปราสาททอง บ้านกรวด


                   นี่คือปราสาททองที่บ้านกรวด ที่ผมลองเข้าไปค้นหาในอินเตอร์เนตแล้วเนื้อหาลอกกันมาไม่ผิดเพี้ยนว่าเป็นปราสาทขอมที่สวยงามมาก พังจนเดารูปร่างไม่ออกนี่นะสวยงาม เลยออกไปจากตัวเมืองมุ่งหน้าไปทาง อ.พนมดงรักของสุรินทร์ แต่ห่างเมืองไปราวๆ 8 กม. จะถึงบ้านสายโท 5 มีทางโค้ง แล้วเข้าไปตามทาง ลูกรังไปเรื่อยๆ จะอ้อมบึงน้ำที่มีบัวหลวงบานสะพรั่ง เพื่อไปตามดูปราสาทบายแบก ที่ตอนนี้อยู่กลางสวนยางพาราไปเรียบร้อยแล้ว ปราสาทบายแบกแห่งนี้เป็นปราสาทที่ชำรุดทรุดโทรมมาก ที่เหลืออยู่ตอนนี้คือ ปรางค์ที่สร้างด้วยอิฐแผ่นใหญ่ ไม่มีการสอปูน 3 หลัง อยู่บนฐานเดียวกัน เรียงกันแบบหน้ากระดานหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ปรางค์แต่ละหลังมีทางเข้าด้านเดียว(หันไปทางตะวันตก) อีก สามด้านเป็นประตูหลอก ยังมีเสากรอบประตูเป็นเสาแปดเหลี่ยมมีลวดลาย ปรางค์หลังทางทิศเหนือยังคงเห็นส่วนยอดปรางค์บางส่วนหลงเหลือ แต่อีกสองหลัง ส่วนยอดพังทลายลงมาหมด มีกำแพงแก้วและซุ้มประตู ล้อมไว้ สร้างด้วยอิฐไม่สอปูน สร้างรอบปรางค์เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทิศอื่นสร้างจนเกือบติดตัวปรางค์ ส่วนด้านทิศตะวันตกทางหน้าปรางค์จึงพอเหลือพื้นที่ว่าง และยังเห็นร่องรอยของหินกรอบประตูอยู่
ปราสาทบายแบก


                   แม้ปรางค์แห่งนี้จะพังทลายลงไปมากและเป็นปรางค์ขนาดเล็ก แต่ยังคงปรากฏประติมากรรมหินทรายต่างๆที่ตกแต่งปรางค์อย่าง หินแท่นโยนี เสาประดับกรอบประตู ปรางค์จำลองและบัวยอดปราสาท ปรากฏอยู่ในบริเวณ นักโบราณคดีพิจารณาจากชิ้นส่วนและสถาปัตยกรรมของปราสาทที่หลงเหลือ สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุอยู่ราว พุทธศตวรรษที่ 16-17 เช่นกัน เพื่อใช้เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู หมดไปสองปราสาท แต่ในเส้นทางนี้แค่ห่างตัวอำเภอแค่หนึ่งกิโลเมตร จะมีทางเข้าไป ฐานปฏิบัติการช่องโอบก ทางขวามือ เข้าไปราว 10 กม. ก็จะไปถึงฐาน ตชด .ครับ ติดกับชายแดนกัมพูชา สมัยที่ยังรบๆกัน ทหารเพื่อนบ้านเขาบุกเข้ามาในช่องเขาที่ชื่อโอบกจากแผ่นดินลุ่มต่ำเขตเขมร ขึ้นมาโจมตีทหารไทย เกิดการสู้รบกันหลายวันจนล่าถอยไป เกิดความสูญเสียทั้งสองฝ่าย ตอนนี้ในฐานทหารมีหอสูงให้ขึ้นไปชมทิวทัศน์ฝั่งเขมร ที่เป็นที่ราบในที่ต่ำกว่าเรา
.ยามเฝ้าแผ่นดินของแท้ที่ฐานโอบก


                   เวลาที่ลมพัด ชายธงชาติไทยบนหอพัดโบกสะบัด ทำให้หวนรำลึกถึงวีรกรรมของทหาร ตำรวจที่อยู่ชายแดนที่เฝ้าหวงแหนดินแดนทุกตารางนิ้วให้คนไทยโดยเอาชีวิตและเลือดเนื้อแลกไว้ เสียดายที่มายุคนี้ ดูเหมือนนักการเมืองจะเอาศักดิ์ศรีของประเทศชาติ(หรืออาจรวมทั้งดินแดนบางส่วน)ไปแลกเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องอย่างน่าละอายที่สุด
. บนหอสังเกตการณ์ที่ช่องโอบก เห็นแผ่นดินกัมพูชาเบื้องหน้า


                ไ ปช่องโอบกแล้วสูดกลิ่นอายความเป็นไทยให้เต็มปอด แล้วภูมิใจว่านี่เป็นบ้านเมืองของคนไทย ที่มีดีทุกถิ่นที่ แม้แต่บ้านกรวด อำเภอเล็กๆ ยังมีดีไว้อวด หาโอกาสไปดูของดีที่บ้านกรวดกัน... ..................................................... @ประเทศไทยใจเดียว-เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ ๑๖ มี.ค.๕๖@

แนะนำให้อ่านต่อ